เมืองไทยประกันชีวิต และ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบกระเป๋าเวชภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อบริการผู้มาใช้ลานกีฬาในชุมชนเขตห้วยขวาง   •   ออมสิน ขนทัพฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก ติวมวยพื้นฐานเยาวชนธนาคารโรงเรียน ปลูกฝังวินัยการเงิน   •   คิง เพาเวอร์ จัด “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” ผสานพลังเทศกาลดนตรี ดันสงกรานต์ไทยสู่เฟสติวัลโลก ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวรับไตรมาส 2   •   เมืองไทยประกันชีวิต สนับสนุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ สำรวจความเสี่ยงโรคพาร์กินสัน ตอกย้ำพันธกิจเพื่อสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน   •   NBA จับมือ TOA จัดศึก “Rising Stars Invitational Thailand Qualifiers” ครั้งแรกในไทย เฟ้นหาเยาวชนสู่เวทีโลกที่สิงคโปร์   •   ไทยเครดิต ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ในงาน “มหกรรมการออม 52 ปี”   •   BAM สนับสนุนมูลนิธิสายเด็ก เดินหน้าสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน   •   Orbix Technology ร่วมมือ HealthTAG ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพดิจิทัลบนบล็อกเชนผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลโรงพยาบาล และสร้างระบบที่ผู้ใช้เป็นเจ้าของข้อมูลได้จริง   •   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จัดงาน Agency Annual Award 2026 เชิดชูสุดยอดตัวแทนทั่วประเทศ ตอกย้ำพลังเครือข่ายคุณภาพ”   •   SAM จัด Town Hall Meeting 2569 ชูแนวคิดขับเคลื่อนองค์กร “เติมพลัง ก้าวข้ามขีดจำกัด สร้างโอกาสเพื่อสังคม”   •   วิริยะประกันภัย คว้ารางวัล “BEST INSURANCE COMPANY” ประจำปี 2026   •   ศาลปกครองไม่ทุเลาคำสั่ง คปภ. “ระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน” ชี้ยังไม่กระทบสิทธิ เลือกทำประกันได้ทั้งแบบระบุชื่อ-ไม่ระบุชื่อ   •   กรุงศรี สนับสนุน “สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน” ให้แก่ Arthit International Hospital ครั้งแรกและใหญ่ที่สุดของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   •   อลิอันซ์ อยุธยา เปิด “Cancer City” ชวนคนไทยเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือโรคมะเร็งครั้งแรกของโลก กับ Live Experience เตรียมเป็นมะเร็ง ในงาน Death Fest 2026   •   ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และบริษัทในเครือ เดินหน้าลดใช้พลังงานตามนโยบายรัฐ รณรงค์พนักงานร่วมแคมเปญ “5 จุดต้องปิด ขึ้นบันไดแทนลิฟต์ Car Pool”
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
เมืองไทยประกันชีวิต และ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบกระเป๋าเวชภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อบริการผู้มาใช้ลานกีฬาในชุมชนเขตห้วยขวาง   •   ออมสิน ขนทัพฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก ติวมวยพื้นฐานเยาวชนธนาคารโรงเรียน ปลูกฝังวินัยการเงิน   •   คิง เพาเวอร์ จัด “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” ผสานพลังเทศกาลดนตรี ดันสงกรานต์ไทยสู่เฟสติวัลโลก ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวรับไตรมาส 2   •   เมืองไทยประกันชีวิต สนับสนุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ สำรวจความเสี่ยงโรคพาร์กินสัน ตอกย้ำพันธกิจเพื่อสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน   •   NBA จับมือ TOA จัดศึก “Rising Stars Invitational Thailand Qualifiers” ครั้งแรกในไทย เฟ้นหาเยาวชนสู่เวทีโลกที่สิงคโปร์   •   ไทยเครดิต ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ในงาน “มหกรรมการออม 52 ปี”   •   BAM สนับสนุนมูลนิธิสายเด็ก เดินหน้าสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน   •   Orbix Technology ร่วมมือ HealthTAG ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพดิจิทัลบนบล็อกเชนผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลโรงพยาบาล และสร้างระบบที่ผู้ใช้เป็นเจ้าของข้อมูลได้จริง   •   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จัดงาน Agency Annual Award 2026 เชิดชูสุดยอดตัวแทนทั่วประเทศ ตอกย้ำพลังเครือข่ายคุณภาพ”   •   SAM จัด Town Hall Meeting 2569 ชูแนวคิดขับเคลื่อนองค์กร “เติมพลัง ก้าวข้ามขีดจำกัด สร้างโอกาสเพื่อสังคม”   •   วิริยะประกันภัย คว้ารางวัล “BEST INSURANCE COMPANY” ประจำปี 2026   •   ศาลปกครองไม่ทุเลาคำสั่ง คปภ. “ระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน” ชี้ยังไม่กระทบสิทธิ เลือกทำประกันได้ทั้งแบบระบุชื่อ-ไม่ระบุชื่อ   •   กรุงศรี สนับสนุน “สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน” ให้แก่ Arthit International Hospital ครั้งแรกและใหญ่ที่สุดของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   •   อลิอันซ์ อยุธยา เปิด “Cancer City” ชวนคนไทยเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือโรคมะเร็งครั้งแรกของโลก กับ Live Experience เตรียมเป็นมะเร็ง ในงาน Death Fest 2026   •   ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และบริษัทในเครือ เดินหน้าลดใช้พลังงานตามนโยบายรัฐ รณรงค์พนักงานร่วมแคมเปญ “5 จุดต้องปิด ขึ้นบันไดแทนลิฟต์ Car Pool”
spot_img

‘รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์’ รีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ครบรอบ 22 ปี ตั้งเป้า 5 ปี ก้าวสู่ศูนย์การแพทย์เต็มรูปแบบ

“รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์” ก้าวสู่ปีที่ 22 รีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ พร้อมปรับโมเดลธุรกิจจากคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามสู่ศูนย์การแพทย์ ตั้งเป้า 5 ปี เสริมทัพทีมแพทย์เฉพาะทาง ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สู่การรักษาโรคและการผ่าตัดเฉพาะทาง ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง มั่นใจสิ้นปี 64 รายได้จะกลับมาเติบโตหลังจากปี 63 โดนโควิด-19 ทำพิษ ลูกค้าต่างชาติหายไปกว่า 25%

นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการแพทย์ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ธุรกิจเสริมความงามของรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ได้เปิดให้บริการมานานแล้วกว่า 22 ปี ซึ่งในปี 2564 ถือเป็นปีที่ตนเองมองว่าสมควรแก่การรีแบรนด์ดิ้งครั้งใหญ่ จากเดิมใช้ชื่อแบรนด์ว่า “Rattinan Clinic” เปลี่ยนเป็นแบรนด์ใหม่ “Rattinan Medical Center” เนื่องจากต้องการขยายขอบเขตการให้บริการ จากศัลยกรรมเสริมความงาม สู่การเป็นศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้การดูแลรักษาอย่างครบวงจรภายใต้การบริหารที่ยึด หลักจริยธรรมทางการแพทย์ (Medical Ethics) ในการดำเนินงาน

สำหรับแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ Rattinan Medical Center ในปี 2564 นี้ จะเน้นเรื่องของการรักษาเฉพาะทางมากขึ้นอย่างมีคุณภาพแต่ยังควบคู่ไปกับการทำศัลยกรรมตกแต่งความงาม ทั้งนี้เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น และตรงกับความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ อาทิ การส่องกล้องรักษากรดไหลย้อน การผ่าตัดกระเพาะแบบOverstitch การรักษาไซนัสด้วยการทำบอลลูน

นอกจากนี้ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ยังเตรียมนำนวัตกรรมเทคโนโลยีทางด้านการรักษาในด้านอื่น ๆ เข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งนวัตกรรมการรักษาในลักษณะดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและศึกษาแผนการรักษาคาดว่าจะสามารถใช้เวลาไม่นาน ในการสรุปผล รวมถึงเรื่องของการได้รับใบรับรอง Certified Operating Room มาตรฐานห้องผ่าตัดใหญ่ จาก กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะทำให้เรากลายเป็นสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในการให้บริการทั้งการผ่าตัดขนาดใหญ่ การดมยาสลบ การผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมทีม และเพิ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และจะทำให้รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ สามารถเพิ่มสายผลิตภัณฑ์จากเดิมที่เคยโฟกัสเรื่องของรูปร่างเฉพาะส่วนปรับมาให้บริการด้านการรักษาโรคเฉพาะทางได้หลากหลายขึ้น

นอกจากนี้ยังเตรียมปรับปรุงระบบภายในเพื่อรองรับ การเติบโตในอนาคต ทั้งการปรับผังองค์กร และเพิ่มจำนวนพนักงาน และจัดทำระบบ CRM เพื่อทำให้ระบบการทำงานหลังบ้านมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาระบบทั้งหมดนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วยการรักษาโรคเฉพาะทางจำเป็นต้องอาศัยความชำนาญให้เกิดความแม่นยำและปลอดภัย ดังนั้นระบบการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากล American Accreditation Commission International – AACI ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และช่วยให้ผู้มารับบริการ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติให้มั่นใจในคุณภาพของ บริการที่จะได้รับมากยิ่งขึ้น

ขณะที่แผนการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้านั้น รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เน้นการให้ข้อมูลกับลูกค้าอย่างถูกต้องและเหมาะสม ไม่มีการชี้ชวนหรือโฆษณาเกินจริงเพื่อให้ลูกค้าเกิดความหลงเชื่อและเข้ามาใช้บริการโดยไม่สมัครใจ เนื่องจากผู้บริหารและทีมแพทย์ของรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์หลายท่านมีประวัติการทำงานที่ดีกับโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ดังนั้นการสร้างแบรนด์จึงเน้นไปที่เรื่องความน่าเชื่อถือ และการรักษาที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารยึดถือเป็นแนวทางการทำงานตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ จึงไม่ได้ทำเพียงแค่การรีแบรนด์ใหม่เท่านั้น แต่ยังได้ทำการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงาม เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นโรงพยาบาล หรือศูนย์การแพทย์ ที่สามารถรับการรักษาโรคอื่นๆได้เพิ่มขึ้น ซึ่งมองว่าในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้าจะสามารถไปถึงเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับกลุ่มลูกค้าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น จะแบ่งเป็นลูกค้าในประเทศ 75% และลูกค้าต่างชาติ 25% ซึ่งลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มทางทวีปยุโรป ออสเตรเลีย รวมไปถึงจีน โดยส่วนใหญ่บินมาเพื่อทำการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะเพื่อรักษาโรคอ้วน และบรรเทาโรคแทรกซ้อนจากโรคอ้วน อาทิ เบาหวาน กรดไหลย้อน โรคหยุดหายใจขณะหลับ โดยไม่ได้เป็นการรักษาเพื่อความงาม แต่เป็นการรักษาโรคอ้วน โดยทางรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ได้มีทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ (multidisciplinary teamwork) เข้ามาดูแลและร่วมรักษา อย่างเช่น แพทย์รักษาต่อมไร้ท่อ วิสัญญีแพทย์ และมีการดูแลเรื่องเบาหวานและความดัน ทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด พร้อมกับมีการนำเทคโลยีสมัยใหม่เข้ามาร่วมใช้ในการรักษาอีกด้วย

นพ.สุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า แต่หลังจากที่การระบาดของโรคโควิด-19 กลับมาระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง ส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาเพื่อทำการรักษากับทางรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์โดยเฉพาะหายไปทั้งหมด เหลือเพียงแต่ลูกค้าต่างชาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ที่ยังคงมาเข้ามาใช้บริการอยู่บ้าง แต่ถือว่าน้อยมาก ดังนั้นจึงมองว่าปี 2564 นี้เป็นปีที่ยากลำบากอีก 1 ปี แต่อย่างไรก็ตามคิดว่าในปี 2563 ที่ผ่านมาทางรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ ยังสามารถก้าวข้ามผ่านมาได้ ในปี 64 นี้คาดว่าจะสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ไม่ยากนัก เพราะขณะนี้รัฐบาลได้คลายล็อกดาวน์ให้ธุรกิจด้านบริการสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้แล้ว ซึ่งถือว่าดีกว่าในปีที่ผ่านมาที่ธุรกิจกลุ่มความงามต้องปิดไปถึง 3 เดือนทำให้รายได้ในปี 63 นั้นมีอัตราการเติบโตลดลงไปแต่คาดว่าในปี 64 รายได้จะมีอัตราการเติบโตกลับมาอย่างแน่นอน

สำหรับภาพรวมของธุรกิจศัลยกรรมความงามในปี 64 มองว่า ยังคงมีการเติบโต โดยปัจจัยมาจากคนทำศัลยกรรมมีอายุน้อยลง จากเดิมคนที่ทำศัลยกรรมอายุจะอยู่ระหว่าง 35-60 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงคิดสัดส่วนอยู่ที่ 25% ของประชากร แต่ปัจจุบันกลุ่มที่ทำศัลยกรรมความงามไม่ได้มีแต่เพียงผู้หญิงอย่างเดียวแต่จะมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยแบ่งได้ตามกลุ่มอายุ 3 กลุ่มโดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปีลงมา กลุ่มต่อมาคือ กลุ่มที่มีอายุระหว่าง 35-55 ปีขึ้นไป และกลุ่มสุดท้ายคือผู้ที่มีอายุมากกว่า 55 ปีขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีการเติบโตเป็น 2 เท่า ดังนั้นจึงทำให้ธุรกิจศัลยกรรมเสริมความงามจึงยังเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save