เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” สร้าง Health Ecosystem ครบวงจร ตอกย้ำคู่คิดด้านชีวิตและสุขภาพ   •   ไทยประกันชีวิต จ่ายสินไหมนักบินจากเหตุเครื่องบิน AT-6TH ตก ขณะปฏิบัติภารกิจฝึกบินที่เชียงใหม่   •   AIA ELITE INCOME PRESTIGE จุดเปลี่ยนยูนิต ลิงค์ไทย เมื่อประกันเริ่มตอบโจทย์ “รายได้ระหว่างทาง”   •   การเคหะแห่งชาติ จัดพิธีถวายความอาลัย ครบรอบ 100 วัน แห่งการสวรรคตสมเด็จพระพันปีหลวง   •   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จับรางวัลใหญ่ให้ลูกค้าผู้โชคดี ในแคมเปญพิเศษ “ฉลองครบรอบ 28 ปี กรุงไทย-แอกซ่า แจกใหญ่ แจกเต็ม”   •   ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ BAM จัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสวรรคต น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   •   รฟฟท. รับรางวัลประกาศเกียรติคุณการประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายในภาครัฐ ประจำปี 2568   •   FWD ประกันชีวิต ส่งแคมเปญ “จอยกันทุกการใช้ชีวิต” ต่อยอดอินไซต์ความต่างระหว่างวัย สู่การใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเข้าใจ   •   บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดพิธีมอบรางวัล e-Claim Awards 2025 และลงนามความร่วมมือยกระดับการดูแลผู้ประสบภัยจากรถ   •   แอกซ่าประกันภัย และ มูลนิธิโอเชี่ยน ฟอร์ ออลล์ ขยายผลโครงการ ‘Licence to Clean’ เผยปี 2568 กำจัดขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาได้กว่า 52,000 ลิตร   •   เอไอเอ ผงาดคว้ารางวัลประกันชีวิตยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 จากเวที International Finance Awards สะท้อนความเชื่อมั่นของคนไทยทั่วประเทศติดต่อกันเป็นปีที่ 9   •   การเคหะแห่งชาติ เข้าพบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อหารือการดำเนินภารกิจด้านที่อยู่อาศัยเพื่อประชาชน   •   คปภ. เดินหน้า AI for Fraud 2.0 ปรับเกณฑ์ข้อมูลฉ้อฉลประกัน คุ้มครองสิทธิ–เพิ่มความแม่นยำกำกับธุรกิจ   •   วิริยะประกันภัย ร่วมบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยชายแดน จ.ตราด   •   กรุงเทพประกันภัย จัดงานแสดงความขอบคุณพนักงานที่ร่วมเป็นวิทยากรแบ่งปันความรู้และประสบการณ์
spot_img
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” สร้าง Health Ecosystem ครบวงจร ตอกย้ำคู่คิดด้านชีวิตและสุขภาพ   •   ไทยประกันชีวิต จ่ายสินไหมนักบินจากเหตุเครื่องบิน AT-6TH ตก ขณะปฏิบัติภารกิจฝึกบินที่เชียงใหม่   •   AIA ELITE INCOME PRESTIGE จุดเปลี่ยนยูนิต ลิงค์ไทย เมื่อประกันเริ่มตอบโจทย์ “รายได้ระหว่างทาง”   •   การเคหะแห่งชาติ จัดพิธีถวายความอาลัย ครบรอบ 100 วัน แห่งการสวรรคตสมเด็จพระพันปีหลวง   •   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จับรางวัลใหญ่ให้ลูกค้าผู้โชคดี ในแคมเปญพิเศษ “ฉลองครบรอบ 28 ปี กรุงไทย-แอกซ่า แจกใหญ่ แจกเต็ม”   •   ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ BAM จัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสวรรคต น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   •   รฟฟท. รับรางวัลประกาศเกียรติคุณการประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายในภาครัฐ ประจำปี 2568   •   FWD ประกันชีวิต ส่งแคมเปญ “จอยกันทุกการใช้ชีวิต” ต่อยอดอินไซต์ความต่างระหว่างวัย สู่การใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเข้าใจ   •   บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดพิธีมอบรางวัล e-Claim Awards 2025 และลงนามความร่วมมือยกระดับการดูแลผู้ประสบภัยจากรถ   •   แอกซ่าประกันภัย และ มูลนิธิโอเชี่ยน ฟอร์ ออลล์ ขยายผลโครงการ ‘Licence to Clean’ เผยปี 2568 กำจัดขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาได้กว่า 52,000 ลิตร   •   เอไอเอ ผงาดคว้ารางวัลประกันชีวิตยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 จากเวที International Finance Awards สะท้อนความเชื่อมั่นของคนไทยทั่วประเทศติดต่อกันเป็นปีที่ 9   •   การเคหะแห่งชาติ เข้าพบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อหารือการดำเนินภารกิจด้านที่อยู่อาศัยเพื่อประชาชน   •   คปภ. เดินหน้า AI for Fraud 2.0 ปรับเกณฑ์ข้อมูลฉ้อฉลประกัน คุ้มครองสิทธิ–เพิ่มความแม่นยำกำกับธุรกิจ   •   วิริยะประกันภัย ร่วมบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยชายแดน จ.ตราด   •   กรุงเทพประกันภัย จัดงานแสดงความขอบคุณพนักงานที่ร่วมเป็นวิทยากรแบ่งปันความรู้และประสบการณ์
spot_img
spot_img

นายกรัฐมนตรี Kick off โอนเงินมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 65/66 ผ่านระบบ ธ.ก.ส. วงเงินกว่า 8 หมื่นล้านบาท

รัฐบาลประเดิมโอนเงินงวดแรกตามมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไปยังชาวนา ทั่วประเทศ จำนวน 14,531 ล้านบาท จากเป้าหมายรวม 81,265 ล้านบาท ผ่านโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ และโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 พร้อมมาตรการคู่ขนาน โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ที่เกษตรกรไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แล้วยังได้รับเงินช่วยเหลือค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกอีก 1,500 บาทต่อตัน และสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2565/66 วงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1% มุ่งเป้าหมายเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.68 ล้านครัวเรือน

วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2565) ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลาง จังหวัดเพชรบูรณ์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในกิจกรรมส่งมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เป็นวันแรก โดยมีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ผู้บริหารและผู้แทนจากส่วนงานต่าง ๆ พร้อมด้วยเกษตรกรในเขตจังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมกิจกรรม

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภัยธรรมชาติ และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในปัญหาที่เกิดขึ้น จึงมอบนโยบายให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่าน 4 โครงการ เพื่อเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่าย และพัฒนาศักยภาพในการผลิต เพื่อให้มีโอกาสขายข้าวเปลือกในราคาที่สูงขึ้น วงเงินรวม 81,265 ล้านบาท ซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวน 4.68 ครัวเรือน ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 กันยายน 2566 ประกอบด้วย มาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกร ได้แก่
1) โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต และสร้างขวัญกำลังใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวและจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี ในการเพิ่มโอกาสในการขายข้าวในราคาที่สูงและมีรายได้มากขึ้น โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีการผลิต 2565/66 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาทต่อครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 55,083 ล้านบาท โดยในส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 77,452 ราย เป็นจำนวนเงินกว่า 932 ล้านบาท
2) โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภัยธรรมชาติ โดยประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละ ไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตันวงเงิน วงเงินงบประมาณ 18,700 ล้านบาท
สำหรับเกษตรกรที่แจ้งวันเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2565 ถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 ธ.ก.ส. จะโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรงตามข้อมูลที่ได้รับจากกรมส่งเสริมการเกษตร และผ่านการประชุมของคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและเกณฑ์กลางอ้างอิงฯ งวดที่ 1-6 โดยเกษตรกรสามารถถอนเงินได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 รวมทั้งสิ้น 1.68 ล้านครัวเรือน เป็นเงินจำนวนกว่า 4,516 ล้านบาท สำหรับพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ มีการโอนเงินให้เกษตรกร จำนวน 42,008 ครัวเรือน วงเงิน 143 ล้านบาท ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile และ A-Mobile Plus ตลอด 24 ชั่วโมงและจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน LINE Official BAAC Family กรณีที่ลูกค้าสามารถใช้บริการ BAAC Connect รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM ของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ

นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.

ด้านมาตรการคู่ขนาน ที่จะช่วยดูแลและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ได้แก่ 3) โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2565/66 เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว โดยไม่ต้องเร่งขายข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาตกต่ำ วงเงินสินเชื่อรวม 25,590 ล้านบาท กรณีชำระคืนภายใน 5 เดือน ไม่มีดอกเบี้ย (รัฐบาลรับภาระจ่ายแทน) ตั้งเป้ากักเก็บปริมาณข้าวเปลือกกว่า 2.5 ล้านตัน โดยคุณสมบัติข้าวเปลือกที่เข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นข้าวเปลือกที่มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 15 สิ่งเจือปนไม่เกินร้อยละ 2 และสีได้ต้นข้าวไม่ต่ำกว่า 20 กรัม โดยในส่วนข้าวหอมมะลิจะมีเมล็ดข้าวแดงได้ไม่เกินร้อยละ 0.5 (ไม่เกิน 22 เมล็ดใน 100 กรัม) กำหนดวงเงินสินเชื่อต่อตัน ดังนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิในเขต 23 จังหวัด ตั้งแต่ 10,400 –11,000 บาท/ตัน ข้าวหอมมะลินอกเขต 23 จังหวัด ตั้งแต่ 8,900 – 9,500 บาท/ตัน ข้าวเจ้า 5,400 บาท/ตัน ข้าวเปลือกปทุมธานี 7,300 บาท/ตัน และข้าวเหนียว 8,600 บาท/ตัน โดยเกษตรกร กู้ได้รายละไม่เกิน 300,000 บาท สหกรณ์การเกษตรและชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งละไม่เกิน 300 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรแห่งละไม่เกิน 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชนแห่งละไม่เกิน 5 ล้านบาท กรณีเกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางตนเอง จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือก 1,500 บาทต่อตัน ระยะเวลาตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 และภาคใต้ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง 30 กรกฎาคม 2566 วงเงินงบประมาณ 7,107 ล้านบาท
4) สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2565/66 สำหรับสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชนที่ประกอบธุรกิจรวบรวมข้าวจากเกษตรกรสมาชิก เกษตรกรทั่วไป กำหนดวงเงินกู้สำหรับสหกรณ์การเกษตรแห่งละไม่เกิน 300 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรแห่งละ ไม่เกิน 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชนแห่งละไม่เกิน 5 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ซึ่งคิดจากสถาบันฯ เพียงร้อยละ 1 ต่อปี ระยะเวลาการจ่ายสินเชื่อ ตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 ธันวาคม 2566 วงเงินงบประมาณ 375 ล้านบาท

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save