สำนักงาน คปภ. จับมือ กรมการขนส่งทางบก ยกระดับระบบประกันภัยรถภาคบังคับ ชูนโยบาย “รถทุกคันต้องมีประกัน พ.ร.บ. ตลอดปีภาษี”   •   กรมการขนส่งทางบก – กรมทางหลวง – บริษัทกลางฯ – ไทยโรดส์ ลงนามความร่วมมือบูรณาการข้อมูล พร้อมเปิดตัว “TRADAR” สถาบันวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุ มุ่งใช้ Big Data ลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน   •   พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลระดับสากล   •   เอไอเอ ประเทศไทย คว้ารางวัล Thailand Best Employer Brand Awards 2026 จากเวที World HRD Congress & Employer Branding Awards ชู Inclusive Workplace เดินหน้าพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน   •   กรุงเทพประกันภัย มอบน้ำดื่มให้แก่สำนักงานเขตสาทรเพื่อให้บริการประชาชนที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง   •   TQM มอบเงินสนับสนุน เพื่อพัฒนาการรักษาผู้ป่วยโรค Cystic Fibrosis โรงพยาบาลรามาธิบดี   •   “เมืองไทยประกันชีวิต” ปรับพอร์ตแนะนำยูนิตลิงค์ ต้อนรับปีใหม่ 2569 เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนให้ “เฮง” ตลอดปีม้า   •   ไทยประกันชีวิต x มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับเดินหน้าโครงการเพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก   •   สำนักงาน คปภ. เสริมแกร่งบุคลากร ติวเข้มทักษะการสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มุ่งคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนในยุคดิจิทัล   •   คปภ. ยืนยันประชาชนเลือกทำประกันรถยนต์แบบ “ระบุชื่อผู้ขับขี่” หรือ “ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่” ได้ตามความสมัครใจ พร้อมเปิดทาง “ผู้ขับขี่ดี” รับส่วนลดเบี้ยสูงสุดถึง 40%   •   ‘กิน-ช้อป คุ้มจัดหนัก คืนจัดเต็ม’ กับบัตรเครดิตกรุงศรี รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 3,300 บาท   •   วิริยะประกันภัย ครบรอบ 79 ปี เติบโตอย่างยั่งยืน บนเส้นทางของความมั่นคงและเป็นธรรม   •   กรุงเทพประกันภัย ต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาม.ขอนแก่น ศึกษาดูงาน พร้อมแนะแนวทางการทำงานในธุรกิจประกันภัย   •   การเคหะแห่งชาติ พลิกบทบาทครั้งใหญ่ จาก “ผู้สร้างบ้าน” สู่ “ผู้สร้างเมือง” ขับเคลื่อนที่อยู่อาศัยด้วย Smart Data City   •   คปภ. ลงนาม MOU กับ กรมธุรกิจพลังงาน เชื่อมระบบข้อมูลประกันภัยยกระดับการดำเนินงานของภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
spot_img
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
สำนักงาน คปภ. จับมือ กรมการขนส่งทางบก ยกระดับระบบประกันภัยรถภาคบังคับ ชูนโยบาย “รถทุกคันต้องมีประกัน พ.ร.บ. ตลอดปีภาษี”   •   กรมการขนส่งทางบก – กรมทางหลวง – บริษัทกลางฯ – ไทยโรดส์ ลงนามความร่วมมือบูรณาการข้อมูล พร้อมเปิดตัว “TRADAR” สถาบันวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุ มุ่งใช้ Big Data ลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน   •   พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลระดับสากล   •   เอไอเอ ประเทศไทย คว้ารางวัล Thailand Best Employer Brand Awards 2026 จากเวที World HRD Congress & Employer Branding Awards ชู Inclusive Workplace เดินหน้าพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน   •   กรุงเทพประกันภัย มอบน้ำดื่มให้แก่สำนักงานเขตสาทรเพื่อให้บริการประชาชนที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง   •   TQM มอบเงินสนับสนุน เพื่อพัฒนาการรักษาผู้ป่วยโรค Cystic Fibrosis โรงพยาบาลรามาธิบดี   •   “เมืองไทยประกันชีวิต” ปรับพอร์ตแนะนำยูนิตลิงค์ ต้อนรับปีใหม่ 2569 เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนให้ “เฮง” ตลอดปีม้า   •   ไทยประกันชีวิต x มูลนิธิหนึ่งคนให้ หลายคนรับเดินหน้าโครงการเพื่อชีวิตใหม่หัวใจเด็ก   •   สำนักงาน คปภ. เสริมแกร่งบุคลากร ติวเข้มทักษะการสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มุ่งคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนในยุคดิจิทัล   •   คปภ. ยืนยันประชาชนเลือกทำประกันรถยนต์แบบ “ระบุชื่อผู้ขับขี่” หรือ “ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่” ได้ตามความสมัครใจ พร้อมเปิดทาง “ผู้ขับขี่ดี” รับส่วนลดเบี้ยสูงสุดถึง 40%   •   ‘กิน-ช้อป คุ้มจัดหนัก คืนจัดเต็ม’ กับบัตรเครดิตกรุงศรี รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 3,300 บาท   •   วิริยะประกันภัย ครบรอบ 79 ปี เติบโตอย่างยั่งยืน บนเส้นทางของความมั่นคงและเป็นธรรม   •   กรุงเทพประกันภัย ต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาม.ขอนแก่น ศึกษาดูงาน พร้อมแนะแนวทางการทำงานในธุรกิจประกันภัย   •   การเคหะแห่งชาติ พลิกบทบาทครั้งใหญ่ จาก “ผู้สร้างบ้าน” สู่ “ผู้สร้างเมือง” ขับเคลื่อนที่อยู่อาศัยด้วย Smart Data City   •   คปภ. ลงนาม MOU กับ กรมธุรกิจพลังงาน เชื่อมระบบข้อมูลประกันภัยยกระดับการดำเนินงานของภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
spot_img
spot_img

“กลุ่มงานตลาดการเงิน ธ.ไทยพาณิชย์” จับตาความเสี่ยงจากภาวะสงคราม :ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ปลอดภัยสูงขึ้น แต่ไม่กระทบเงินบาทมากนัก ในระยะต่อไป เงินบาทน่าจะทยอยแข็งค่าได้

กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM) เผยว่า เหตุการณ์ที่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นมาบ้าง และราคาสินทรัพย์ปลอดภัยโดยเฉพาะทองคำปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อเงินบาทยังมีจำกัด เนื่องจากเงินบาทได้รับอานิสงส์จากเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หลังคณะกรรมการ Fed ส่งสัญญาณ Dovish ขึ้น จึงทำให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าได้ในระยะต่อไป เงินบาทยังมีแนวโน้มทยอยแข็งค่าต่อได้ โดยมองว่าสงครามน่าจะไม่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันดิบจะไม่สูงขึ้นเร็วนัก ประกอบกับแนวโน้มที่ Fed อาจคงดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลง ทำให้ US Treasury yields อาจลดลงได้ในระยะต่อไป ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐจึงอาจปรับอ่อนค่าลง ลดแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาทได้ มองกรอบเงินบาทราว 35.00-36.00 ณ สิ้นปีนี้ ชี้หากสงครามทวีความรุนแรงและลุกลามไปสู่ประเทศอื่น จนทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นมาก เงินบาทอาจอ่อนค่าไปสู่ระดับ 37.50-38.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส สายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลจนทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันเกินกว่า 2000 รายนั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นมาบ้าง แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อเดือนก่อน โดยในระยะต่อไปมองว่า สงครามน่าจะไม่ทวีรุนแรงขึ้นมาก และไม่น่าจะลุกลามไปสู่ประเทศอื่นในภูมิภาค (เช่น อิหร่าน หรือซาอุดิอาราเบีย) จนกระทบต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันจึงน่าจะไม่เพิ่มขึ้นอีกเร็วนัก อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ความไม่สงบนี้อาจส่งผลให้โอกาสที่
ซาอุดิอาราเบียจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในระยะต่อไปเกิดได้ช้าลง จึงอาจเป็นสาเหตุให้ราคาน้ำมันโลกอาจอยู่ในระดับสูงราว 85-95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปจนถึงไตรมาสแรกปีหน้าได้

ความกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรง ทำให้ราคาสินทรัพย์ปลอดภัยปรับสูงขึ้น โดยราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากปัจจัยเรื่อง Safe haven flows และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury yields) ที่ปรับลดลงในช่วงคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา จาก 1) ความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สูงขึ้น Yields จึงปรับลดลง และ 2) คณะกรรมการ Fed ได้ส่งสัญญาณ Dovish มากขึ้น โดยกล่าวว่า Treasury yields ที่สูงขึ้นมากในเดือนที่ผ่านมาอาจทดแทนการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ได้ เพราะทำให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นพอสมควรแล้ว นักลงทุนจึงปรับลดโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยต่อในปีนี้ลง Treasury yields จึงปรับลดลง ด้านสินทรัพย์ปลอดภัยอื่น เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ และเงินเยน ในช่วงต้นสัปดาห์ก็ปรับแข็งค่าขึ้นเช่นกัน แต่ US Treasury yields ที่ลดลงล่าสุด ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา

สำหรับค่าเงินบาทนั้น ความเสี่ยงจากสงครามส่งผลกระทบต่อเงินบาทเพียงเล็กน้อย โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงแรก แต่ก็กลับมาแข็งค่าขึ้นหลังเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และราคาทองคำปรับสูงขึ้น ส่วนเงินทุนเคลื่อนย้ายยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยบ้าง แต่ไหลออกจากตลาดบอนด์เล็กน้อย ทำให้สุดท้ายเงินบาทกลับมาแข็งค่าราว 1.7% จึงสะท้อนได้ว่า นักลงทุนโลกอาจยังไม่กังวลว่าสงครามจะทวีความรุนแรงไปสู่ประเทศอื่นในภูมิภาคนัก ภาวะ Risk-off จึงไม่รุนแรงมาก

ในระยะต่อไป SCB FM ยังมองว่าเงินบาทมีแนวโน้มกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ โดยมองว่าสงครามน่าจะไม่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันดิบจะไม่สูงขึ้นเร็วนัก ประกอบกับแนวโน้มที่ Fed อาจคงดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายตามการบริโภคภาคเอกชนที่เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอลงบ้าง จึงทำให้ US Treasury yields อาจลดลงได้ในระยะต่อไป ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐจึงอาจปรับอ่อนค่าลง ลดแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาทได้ สำหรับปัจจัยในประเทศ SCB FM มองว่า การส่งออกไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวในไตรมาส 4 อีกทั้ง มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวน่าจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นได้ และแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่น่าจะลดลงก็จะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดไทยสามารถเพิ่มขึ้นได้ปลายปีนี้ ส่งผลให้เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าได้ตั้งแต่ปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า โดยมองกรอบเงินบาทราว 35.00-36.00 ณ สิ้นปีนี้ และ 33.00-34.00 ณ สิ้นปีหน้า

อย่างไรก็ดี ต้องจับตาความเสี่ยงจากภาวะสงครามอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันและ Treasury yields ปรับสูงขึ้นกว่าที่ประเมินได้ โดยหากสงครามยืดเยื้อหรือขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น เช่น อิหร่านเข้าร่วมสงคราม อาจทำให้อุปทานน้ำมันโลกลดลง ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น และคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น Treasury yields ก็อาจสูงขึ้น กดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐให้แข็งค่าและเงินบาทอาจอ่อนค่าเร็วได้ ในกรณีนี้ อาจเห็นเงินบาทอ่อนค่าไปถึงระดับ 37.50-38.00

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save