ทีเส็บเปิดทิศทางขับเคลื่อนไมซ์ไทย ปี 2569 จาก Brand Insights ยกระดับจุดแข็งประเทศไทยเจาะลึกภาคอุตสาหกรรม มาตรฐานความยั่งยืน มุ่ง Data & นวัตกรรม ร่วมมือพันธมิตร

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569: สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยปี 2569 เปิดตัวทิศทางแผนงานประจำปี TCEB Strategic Direction 2026 ภายใต้แนวคิด From Change that Matters to Impact that Lasts ใช้ผล Brand Insights จับอุตสาหกรรมจุดแข็งของไทยปั้นเป็นจุดขายระดับชาติและระดับภูมิภาค ผลักดันมาตรฐานรับรองการจัดงานอย่างยั่งยืน มุ่งพัฒนา Data, Intelligence และนวัตกรรมขับเคลื่อนการทำตลาด จับมือหน่วยงานภาครัฐเพิ่มความยืดหยุ่นกฎระเบียบการจัดงาน ตั้งเป้าไมซ์ไทยโต 10%

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ว่า ทีเส็บได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำไมซ์ระดับโลกบนรากฐานที่แข็งแรงในฐานะ “Global-Asia’s Trusted Gateway” หรือ “ประตูสู่เอเชียที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ” โดยมุ่งให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสร้างผลกระทบระดับสูง (High-Impact) ต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่จัดงาน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและยั่งยืน (Transformative, High-Value, Sustainable Experiences) เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าว ทีเส็บได้ปรับกลยุทธ์ “TCEB Go” ให้มีความแหลมคมและชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทยให้เป็นจุดขายระดับนานาชาติ ผลักดันหลักการ ESG (Environmental, Social, Governance) ให้บูรณาการอยู่ในทุกงานไมซ์ ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของไมซ์ไทยให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล สร้างแต้มต่อบ่มเพาะและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง พัฒนา Data, Intelligence และนวัตกรรม ให้เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนทั้งการดำเนินงานและการตลาด และ Fast Track ผ่อนปรนกฎระเบียบและเพิ่มความคล่องตัวในการจัดงานในประเทศไทย โดยเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งหมดนี้เพื่อให้ไมซ์ไทยไม่เพียงเติบโตในเชิงปริมาณ แต่เติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และยั่งยืนในระยะยาว

“การปรับโฟกัสให้ชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย ให้เป็นจุดดึงดูดการจัดงานเชิงธุรกิจ สอดคล้องกับแนวทางการวางนโยบายใหม่เพื่อสร้างความคมชัดด้านแบรนด์ของประเทศไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ อีกทั้งยังสอดรับกับผลการศึกษา Brand Insights ที่ทีเส็บได้สำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพไมซ์ในระดับนานาชาติ จำนวน 568 ราย ซึ่งสะท้อนความต้องการให้ประเทศไทยนำเสนออุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศอย่างชัดเจน อาทิ วิทยาศาสตร์การแพทย์ สุขภาวะ การมีอายุยืนยาว (Wellness & Longevity) เทคโนโลยีการเกษตรทันสมัย เทคโนโลยีชีวภาพ และนวัตกรรมด้านอาหารอนาคต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวยั่งยืน ดิจิทัลและ AI”
ส่วนการผลักดันด้านความยั่งยืนมุ่งตอบโจทย์เทรนด์สากลที่ทีเส็บได้ดำเนินการศึกษาไว้เช่นกันซึ่งมีสาระสำคัญคือ ผลประกอบการด้านความยั่งยืนจะต้องได้รับการรับรองด้วยมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส ดร. ศุภวรรณ กล่าวเพิ่มเติม

ทิศทางของกลยุทธ์ TCEB Go ซึ่งเป็นกรอบดำเนินงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยได้รับการแปลงเป็นแนวคิด Shift for Impact สำหรับเจาะตลาดต่างประเทศเป้าหมาย Change for Growth สำหรับขับเคลื่อนตลาดในประเทศและเมืองจุดหมายปลายทางให้เติบโตมีความพร้อมและ Meaningful Trust การสร้างความไว้วางใจที่มีความหมาย ผ่านมาตรฐาน การบริการ และระบบสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมในส่วนของ Shift for Impact จะขับเคลื่อนด้วยหลักการ 4R คือ Redefine, Regenerate, Reimagine และ Revolutionize สาระสำคัญคือ การเจาะตลาดรายอุตสาหกรรมให้ลึกขึ้น สร้าง Market Intelligence เพื่อใช้เป็นหลักในการทำตลาด ขับเคลื่อนมาตรฐานการจัดอย่างยั่งยืนให้งานได้รับการรับรองความยั่งยืนจาก Third Party ที่เชื่อถือได้ พร้อมแคมเปญ Road to Net Zero Carbon เพื่อสนับสนุนการจัดงานด้วยแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนและแคมเปญ MEET WELL ตอบโจทย์สุขภาวะและความหลากหลายของประสบการณ์ในการมาจัดงานในประเทศไทย

แนวคิด Change for Growth ขับเคลื่อนด้วยหลักการ 4D คือ Drive Value, Direct Real Sector, Demand Proactive และ Differentiate สาระสำคัญคือ กำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่องานไมซ์สามารถสร้างคุณค่าให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด กำหนดธุรกิจที่มีศักยภาพให้กับไมซ์ใน 5 ภูมิภาคทั่วไทย ภาคกลางเจาะความมั่นคงด้านอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ ภาคตะวันออกเจาะ Smart Manufacturing ภาคเหนือเจาะวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเจาะการแพทย์และสุขภาวะจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาคใต้เจาะสุขภาวะตลาดพรีเมียม พร้อมแคมเปญ “MICE ไทย จัดไปให้สุด ปลุก Demand ทั่วทิศ Develop เศรษฐกิจทั่วไทย” เพื่อส่งเสริมการจัดงานและนิทรรศการการค้าในเมืองระดับภูมิภาคต่างๆ
สำหรับแนวคิด Meaningful Trust ขับเคลื่อนด้วยหลักการ 3P คือ Performance, Partnership และ Prestige สาระสำคัญคือ มุ่งสร้างความไว้วางใจและร่วมมือกับพันธมิตรหน่วยงานภาครัฐเพื่อปรับกฎระเบียบที่ส่งเสริมให้การจัดงานสะดวกคล่องตัวขึ้น จูงใจงานจากต่างประเทศและดึงดูดผู้ร่วมงานจากต่างประเทศ อาทิ เพิ่มจำนวนรายการสินค้าที่นำเข้ามาแสดงในงานนิทรรศการการค้า ผ่อนปรน Work Permit ให้กับคนต่างชาติที่เข้ามาจัดงาน ลดหย่อนภาษีการจัดงาน เพิ่มบริการ MICE Fast Track จากเดิมมีเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองไปยังสนามบินภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี และจัดทำขอบเขตการว่าจ้างงานหรือ TOR ที่มีความชัดเจนในเรื่องการจัดงานอย่างยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการ
ดร. ศุภวรรณ กล่าวว่า ผลการศึกษา Brand Insights และทิศทางการดำเนินงานที่กำหนดไว้จะเป็นกรอบแนวคิดให้ทีเส็บพัฒนาแบรนด์ MaxiMICE Thailand เป็นลำดับต่อไป สำหรับปี 2569 ทีเส็บตั้งเป้าการเติบโต 10% ด้วยจำนวนนักเดินทางไมซ์ยอดรวม 29.4 ล้านคน แบ่งเป็นนักเดินทางในประเทศ 28.2 ล้านคน นักเดินทางต่างประเทศ 1.2 ล้านคน รายได้ยอดรวม 163,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักเดินทางในประเทศ 92,000 ล้านบาท รายได้จากนักเดินทางต่างประเทศ 71,000 ล้านบาท เพื่อผลักดันให้ไมซ์มีสัดส่วนสร้างผลผลิตมวลรวมในประเทศหรือ GDP ที่ระดับ 1.77% เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.65%












