
ภาคธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มยังคงเติบโตต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการเชื่อมโยงกับภาคการผลิต การเกษตร การท่องเที่ยว และบริการอื่น ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ในปี 2568 ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มมีการใช้จ่ายของผู้บริโภคราว 600,000 ล้านบาทต่อปี สร้างการจ้างงานมากกว่า 1 ล้านตำแหน่ง และมีสถานประกอบการประมาณ 700,000 แห่งทั่วประเทศ

การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางด้วยตนเอง (FIT) ส่งผลให้ความต้องการบริโภคอาหารไทยเพิ่มขึ้น สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานการให้บริการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากอัคคีภัย น้ำท่วม อุบัติเหตุ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก การหยุดชะงักของธุรกิจ รวมถึงการโจรกรรมและความเสียหายต่อชื่อเสียง ซึ่งอาจกระทบต่อกระแสเงินสดและความต่อเนื่องของกิจการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แนะนำให้ผู้ประกอบการพิจารณาทำประกันภัยพื้นฐาน เช่น ประกันอัคคีภัย ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก และประกันภัยโจรกรรม เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงและบรรเทาภาระทางการเงินจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ทั้งนี้ คปภ. ได้ขับเคลื่อนโครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมพัฒนาระบบทะเบียนกลางและตราสัญลักษณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคว่าร้านอาหารมีการบริหารความเสี่ยงและความคุ้มครองที่เหมาะสม
ในปี 2569 คปภ. มีแผนขยายการรับรู้โครงการไปยังผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยเน้นพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต และขอนแก่น เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เสริมศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารไทย และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจบริการอย่างยั่งยืนในระยะยาว












