

ดร.วุฒิพันธุ์ ตวันเที่ยง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมกันมอบเครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงชนิดพกพา มูลค่า 200,000 บาท ให้กับ โรงพยาบาลพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน มีความจำเป็นในการดูแลรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ ในการวินิจฉัยผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก นายบุญเต็ม กัลยาพานิช ปลัดจังหวัดนครราชสีมา นายศิวะเสก สินโทรัมย์ นายอำเภอพิมาย และนายแพทย์รักเกียรติ ประสงค์ดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิมาย เป็นผู้แทนรับมอบ

การสนับสนุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Give Me Five เติมบุญ เติมแสงสว่าง เติมพลังใจ ให้ชาวพิมาย” ซึ่งจัดขึ้น ณ วัดป่าหนองขอน ต.นิคมสร้าง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
ภายในงานมีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ตรวจรักษาโรคให้กับประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ พร้อมทั้งเสริมสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง ในการนี้ BAM ยังได้ร่วมมอบเงินจำนวน 10,000 บาท พร้อมน้ำดื่ม 1,200 ขวด เพื่อสนับสนุนเป็นอาหารกลางวัน ให้กับผู้มาใช้บริการและผู้ร่วมงานอีกด้วย
BAM ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้กับสังคม โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

การดำเนินกิจกรรมของ BAM ครั้งนี้ สะท้อนทิศทางของ CSR ที่กำลังก้าวข้ามจากการ “ให้” ในเชิงสัญลักษณ์ ไปสู่การ “แก้ปัญหา” อย่างตรงจุด โดยการเลือกสนับสนุนเครื่องตรวจหัวใจแบบพกพา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นต่อการวินิจฉัยโรคในพื้นที่จริง ช่วยเติมเต็มช่องว่างของระบบสาธารณสุขในระดับท้องถิ่นได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่พร้อมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ยังมีบทบาทสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของระบบสาธารณสุขไทย
สำหรับ BAM ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์ การขับเคลื่อน CSR ด้านสุขภาพเช่นนี้ แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจหลัก แต่กลับช่วยเสริมสร้าง “ความเชื่อมั่นเชิงสังคม” (Brand Trust) ได้ในระยะยาว และสะท้อนการให้ความสำคัญกับมิติด้านสังคม (Social) ภายใต้กรอบ ESG ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความยั่งยืนขององค์กรในระยะต่อไป หาก BAM เดินหน้าต่อยอดกิจกรรมในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง มีโอกาสพัฒนาไปสู่ความร่วมมือเชิงระบบกับหน่วยงานสาธารณสุขในหลายพื้นที่ ยกระดับจาก CSR ทั่วไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงกลยุทธ์ (Strategic Impact) ที่กว้างและยั่งยืนมากขึ้น













