ไทยประกันชีวิต จ่ายสินไหมนักบินจากเหตุเครื่องบิน AT-6TH ตก ขณะปฏิบัติภารกิจฝึกบินที่เชียงใหม่   •   AIA ELITE INCOME PRESTIGE จุดเปลี่ยนยูนิต ลิงค์ไทย เมื่อประกันเริ่มตอบโจทย์ “รายได้ระหว่างทาง”   •   การเคหะแห่งชาติ จัดพิธีถวายความอาลัย ครบรอบ 100 วัน แห่งการสวรรคตสมเด็จพระพันปีหลวง   •   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จับรางวัลใหญ่ให้ลูกค้าผู้โชคดี ในแคมเปญพิเศษ “ฉลองครบรอบ 28 ปี กรุงไทย-แอกซ่า แจกใหญ่ แจกเต็ม”   •   ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ BAM จัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสวรรคต น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   •   รฟฟท. รับรางวัลประกาศเกียรติคุณการประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายในภาครัฐ ประจำปี 2568   •   FWD ประกันชีวิต ส่งแคมเปญ “จอยกันทุกการใช้ชีวิต” ต่อยอดอินไซต์ความต่างระหว่างวัย สู่การใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเข้าใจ   •   บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดพิธีมอบรางวัล e-Claim Awards 2025 และลงนามความร่วมมือยกระดับการดูแลผู้ประสบภัยจากรถ   •   แอกซ่าประกันภัย และ มูลนิธิโอเชี่ยน ฟอร์ ออลล์ ขยายผลโครงการ ‘Licence to Clean’ เผยปี 2568 กำจัดขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาได้กว่า 52,000 ลิตร   •   เอไอเอ ผงาดคว้ารางวัลประกันชีวิตยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 จากเวที International Finance Awards สะท้อนความเชื่อมั่นของคนไทยทั่วประเทศติดต่อกันเป็นปีที่ 9   •   การเคหะแห่งชาติ เข้าพบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อหารือการดำเนินภารกิจด้านที่อยู่อาศัยเพื่อประชาชน   •   คปภ. เดินหน้า AI for Fraud 2.0 ปรับเกณฑ์ข้อมูลฉ้อฉลประกัน คุ้มครองสิทธิ–เพิ่มความแม่นยำกำกับธุรกิจ   •   วิริยะประกันภัย ร่วมบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยชายแดน จ.ตราด   •   กรุงเทพประกันภัย จัดงานแสดงความขอบคุณพนักงานที่ร่วมเป็นวิทยากรแบ่งปันความรู้และประสบการณ์   •   บัตรเครดิตกสิกรไทย เอาใจสายช้อปออนไลน์ จัดแคมเปญ Double Day, Double Deal สะสมยอดช้อปรวม 3 แพลตฟอร์มฮิต Shopee-Lazada-TikTok รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,600 บาท
spot_img
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
ไทยประกันชีวิต จ่ายสินไหมนักบินจากเหตุเครื่องบิน AT-6TH ตก ขณะปฏิบัติภารกิจฝึกบินที่เชียงใหม่   •   AIA ELITE INCOME PRESTIGE จุดเปลี่ยนยูนิต ลิงค์ไทย เมื่อประกันเริ่มตอบโจทย์ “รายได้ระหว่างทาง”   •   การเคหะแห่งชาติ จัดพิธีถวายความอาลัย ครบรอบ 100 วัน แห่งการสวรรคตสมเด็จพระพันปีหลวง   •   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จับรางวัลใหญ่ให้ลูกค้าผู้โชคดี ในแคมเปญพิเศษ “ฉลองครบรอบ 28 ปี กรุงไทย-แอกซ่า แจกใหญ่ แจกเต็ม”   •   ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ BAM จัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสวรรคต น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   •   รฟฟท. รับรางวัลประกาศเกียรติคุณการประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายในภาครัฐ ประจำปี 2568   •   FWD ประกันชีวิต ส่งแคมเปญ “จอยกันทุกการใช้ชีวิต” ต่อยอดอินไซต์ความต่างระหว่างวัย สู่การใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเข้าใจ   •   บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดพิธีมอบรางวัล e-Claim Awards 2025 และลงนามความร่วมมือยกระดับการดูแลผู้ประสบภัยจากรถ   •   แอกซ่าประกันภัย และ มูลนิธิโอเชี่ยน ฟอร์ ออลล์ ขยายผลโครงการ ‘Licence to Clean’ เผยปี 2568 กำจัดขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาได้กว่า 52,000 ลิตร   •   เอไอเอ ผงาดคว้ารางวัลประกันชีวิตยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 จากเวที International Finance Awards สะท้อนความเชื่อมั่นของคนไทยทั่วประเทศติดต่อกันเป็นปีที่ 9   •   การเคหะแห่งชาติ เข้าพบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อหารือการดำเนินภารกิจด้านที่อยู่อาศัยเพื่อประชาชน   •   คปภ. เดินหน้า AI for Fraud 2.0 ปรับเกณฑ์ข้อมูลฉ้อฉลประกัน คุ้มครองสิทธิ–เพิ่มความแม่นยำกำกับธุรกิจ   •   วิริยะประกันภัย ร่วมบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยชายแดน จ.ตราด   •   กรุงเทพประกันภัย จัดงานแสดงความขอบคุณพนักงานที่ร่วมเป็นวิทยากรแบ่งปันความรู้และประสบการณ์   •   บัตรเครดิตกสิกรไทย เอาใจสายช้อปออนไลน์ จัดแคมเปญ Double Day, Double Deal สะสมยอดช้อปรวม 3 แพลตฟอร์มฮิต Shopee-Lazada-TikTok รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,600 บาท
spot_img
spot_img

เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง ชี้โอกาสลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ ผ่าน K-GHEALTH กองทุนหุ้นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ยังโตต่อ แม้ในภาวะผันผวน

KBank Private Banking (เคแบงก์ ไพรเวทแบงกิ้ง) ชี้โอกาสลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ที่ผลการดำเนินงานดี แม้ในภาวะที่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น ผ่านกองทุน K-GHEALTH ที่เน้นธีมการลงทุนระยะยาวจากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวกระโดด เพื่อตอบรับเทรนด์การดูแลสุขภาพจากทั่วโลก ในงานสัมมนาหัวข้อ “Healthcare as important as ever” โดยมี ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชฯ ร่วมเสวนา เผยโควิด 19 ช่วยให้คนตระหนักความสำคัญของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ช่วยดูแลสุขภาพผู้คนให้ดีขึ้น มอง 8 นวัตกรรมที่จะเป็นเทรนด์แห่งอนาคต พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญการลงทุนจาก JP Morgan Asset Management International Equity Group ประเมินกลุ่มเฮลท์แคร์ยังสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้แม้ในช่วงที่เงินเฟ้อสูง โดยเลือกกลุ่มที่จะเข้าลงทุนให้เหมาะสม

นางสาวศิริพร สุวรรณการ Senior Managing Director – Financial Advisory Head Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ในวันนี้เราได้ตระหนักว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ด้วยสุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งนวัตกรรมหรือความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสามารถทำให้เราสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ KBank Private Banking ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและผู้ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน จึงมองหาความเชื่อมโยงของการดูแลรักษาสุขภาพไปสู่โอกาสการลงทุน และพบว่า Healthcare Investment หรือ การลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ ผ่านกองทุน K-GHEALTH เป็นโอกาสการลงทุนที่ดีในระยะยาวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ตลาดลงทุนอยู่ภายใต้ความผันผวน  

กองทุน K-GHEALTH เน้นลงทุนในหุ้นทางการแพทย์และการดูแลรักษาสุขภาพใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. Pharma – ยา ที่มีการพัฒนาให้สามารถรักษาได้อย่างตรงจุดหรือที่เรียกว่า Precision Medicine รวมไปถึงพัฒนาให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เช่น ในปัจจุบันมีการพัฒนาให้อินซูลินอยู่ในรูปแบบเม็ด 
  2. Biotech – การนำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาช่วยในการวินิจฉัยและรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาไปจนถึงระดับพันธุกรรม เช่น การรักษาโรคมะเร็งและโรคหัวใจ การพัฒนายาที่ป้องกันการเกิดหัวใจล้มเหลว ด้วยการเข้าไปสร้างกล้ามเนื้อหัวใจเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ด้วยการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ 
  3. Medical Tech – เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัด การใช้ AI ช่วยประมวลผลข้อมูลทางการแพทย์ที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลมาใช้ในการวินิจฉัย เพิ่มความรวดเร็วและรักษาโรคได้อย่างทันท่วงที
  4. Healthcare Services – การเข้าถึงบริการทางสาธารณสุขในราคาที่เหมาะสม เช่น ระบบประกันสุขภาพที่มีบริษัทในเครือข่ายมาก ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น

ศาสตราจารย์ นายแพทย์มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เปิดเผยว่า  โควิด 19 ช่วยพิสูจน์ว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์และการดูแลรักษาสุขภาพ ทำให้เราสามารถต่อสู้กับโรคระบาดได้ ตั้งแต่การวินิจฉัย การพยายามในการหาวิธีในการรักษา การป้องกัน รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานในห่วงโซ่อุปทานของระบบการดูแลสุขภาพทั้งหมด นอกจากนี้ โควิด 19 ยังเป็นตัวเร่งที่ทำให้เราต้องใช้เทคโนโลยี จากนี้ไปผู้คนจะเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่จะช่วยดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น พร้อมชี้ให้เห็นถึง 8 นวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะเป็นเทรนด์แห่งอนาคต คือ

  1. Telemedicine ที่เร่งตัวขึ้นจากโควิด 19 ช่วยให้คนไข้ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องมารอพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ปัจจุบันสามารถส่งต่อข้อมูลจากอุปกรณ์อย่าง สมาร์ท วอชที่บอกข้อมูลสุขภาพให้แพทย์พิจารณาและปรับการรักษาได้ ในปี 2563 มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 7.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 27 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตได้ถึง 3.96 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 135 ล้านล้านบาท ในปี 2570
  2. AI, Machine Learning และ Big Data ปัจจุบันข้อมูลทางการแพทย์อยู่ในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น สามารถใช้ AI ช่วยวินิจฉัย คัดกรอง รวมถึงช่วยแพทย์ตัดสินใจในการรักษาได้ดีขึ้น เช่น นำ AI มาใช้ในการวินิจฉัยคนไข้ที่เป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งช่วยร่นเวลาในการวินิจฉัยจากที่ใช้เวลา 15-30 นาที ให้เหลือเพียง 3 นาทีเท่านั้น
  3. Internet of ‘Medical’ Things – AR / VR และ sensors อุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์เชื่อมต่อทางการแพทย์ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ดูแลรักษาสุขภาพ เช่น ใช้ AR / VR เฝ้าสังเกตอาการคนไข้ และทำการรักษาแบบ on-site ไม่ต้องมาที่โรงพยาบาล เซ็นเซอร์ติดแขนที่วัดระดับน้ำตาลในเลือดได้ตลอด 24 ชม. หรือ เซ็นเซอร์ติดที่ยา ทำให้รู้ว่าคนไข้ทานยาครบและตรงตามเวลาที่กำหนดหรือไม่ ในปี 2563 หรือ 30% ของตลาด IoT มาจากผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพ และคาดว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าสูงถึง 6.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 211 ล้านล้านบาท
  4. Medical Automation and Robotics การใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดอวัยวะขนาดเล็กที่มีความละเอียดอ่อน เช่น มือ หู ตา หรือ สมอง การนำหุ่นยนต์มาใช้งานหลังบ้าน ช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ โดยคาดว่าในปี 2569 จะมีมูลค่าตลาดที่ 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 13.6 ล้านล้านบาท
  5. 3D Bio-Printing การนำเทคโนโลยี 3D Printing มาใช้ในการพิมพ์โครงสร้างของกระดูกเพื่อให้เซลล์กระดูกสามารถเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นกระดูกได้จริง ๆ โดยสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาประยุกต์ใช้ในการปลูกถ่ายอวัยวะได้ โดยคาดว่าในปี 2570 จะมีมูลค่าตลาดที่ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 6.2 หมื่นล้านบาท
  6. Gene Editing ด้วยเทคโนโลยี CRISPR จากโรคที่เราไม่คิดว่าจะรักษาได้ สามารถตัดต่อยีนโดยการนำส่งระบบ CRISPR เข้าไปเพื่อแก้ไขความผิดปกติในตัวคนไข้ได้ เช่น ในคนไข้ที่มีไขมันในเลือดสูงมากและยาก็ไม่สามารถรักษาได้ จึงรักษาด้วยการใช้การนำส่งระบบ CRISPR เข้าไปเพื่อแก้ไขความผิดปกติของยีน เพื่อลดระดับคอเลสเตอรอล คาดว่าในปี 2569 จะมีมูลค่าตลาดที่ 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 13.6 ล้านล้านบาท
  7. Predictive and Preventive Medicine องค์ความรู้ด้านการถอดรหัสพันธุกรรมทำได้รวดเร็วมากขึ้นและราคาถูกลงอย่างมหาศาล จึงแทรกซึมอยู่ในทุกภาคส่วนของการดูแลรักษาสุขภาพ ในอนาคตอันใกล้ มีความเป็นไปได้ว่าเด็กทุกคนที่เกิดใหม่จะมีข้อมูลรหัสพันธุกรรม ทำให้เราเข้าใจ ความเสี่ยงและโอกาสที่จะเกิดโรค และหาวิธีป้องกันได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์ในการช่วยลดต้นทุนการดูแลสุขภาพลง 
  8. Genomic / Precision Medicine การแพทย์แม่นยำที่นำองค์ความรู้ด้านการถอดรหัสพันธุกรรมมาใช้ในการรักษาโรค เพื่อที่จะได้รู้ว่าความผิดปกติเกิดขึ้นจากตรงไหน ควรใช้วิธีการรักษาอย่างไร เพื่อให้ผลการรักษาได้ผลดีที่สุด ปัจจุบันการแพทย์แม่นยำขยายตัวอย่างมากในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ด้าน นายโทมัส แบรดลี่ย์-ฟลานนาแกน ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน จาก JP Morgan Asset Management International Equity Group เปิดเผยว่า ปี  2565 นับเป็นปีแห่งความผันผวน จากทั้งเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงความกังวลในเรื่องคอขวดห่วงโซ่อุปทานต่างๆ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดหุ้นในหลายภูมิภาคและ          หลายๆ อุตสาหกรรม กลุ่มเฮลท์แคร์เองก็หนีไม่พ้น ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนกลับไปในอดีต ในช่วงที่เงินเฟ้อมีการปรับตัวขึ้นแรงๆ จะพบว่ากลุ่มพลังงานเป็นกลุ่มที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด ในขณะที่กลุ่มเฮลท์แคร์มีผลการดำเนินการดีตามมาเป็นอันดับ 2 เราจึงมองว่ากลุ่มเฮลท์แคร์ยังเป็นกลุ่มที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้ แม้ในช่วงที่เงินเฟ้อสูง อย่างไรก็ดี เรามองว่าไม่ใช่ว่าทุกหมวดในกลุ่มเฮลท์แคร์จะมีผลการดำเนินงานที่ดี โดยเราได้ปรับกลยุทธ์ลงทุน และเลือกกลุ่มที่จะเข้าลงทุนให้เหมาะสม โดยมีสัดส่วนเมื่อเทียบกับดัชนี MSCI World Healthcare ดังนี้

  • Overweight ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้น ดังนี้ 
  • กลุ่ม Biotech ที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง ทำให้มูลค่าหุ้นมีความน่าสนใจ ให้เน้นบริษัทที่มีนวัตกรรม              โดดเด่น มีคุณภาพ และโอกาสเติบโตในระยะยาว 
  • กลุ่ม Healthcare Services เน้นลงทุนในกลุ่มประกันสุขภาพมากกว่าโรงพยาบาล
  • Underweight รักษาระดับหรือลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นดังนี้
  • กลุ่ม Pharma ไม่ได้มีการปรับลด โดยยังคงสัดส่วนที่มากที่สุดในพอร์ต เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มั่นคง               ไม่ผันผวนไปตามสภาพเศรษฐกิจ
  • กลุ่ม Medical tech มีการปรับลด หุ้นขนาดใหญ่ในบางบริษัท ที่มูลค่าหุ้นสูง 

นางสาวศิริพร กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า ถ้ามองลึกลงไปในหมวดหมู่ของการดูแลรักษาสุขภาพ เรามองว่ามีอีกหลายหมวดหมู่ย่อยที่มีความแข็งแกร่งและราคายังไม่สูงมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็น บริษัทยาที่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ บริษัทไบโอเทคโนโลยีที่เป็นหุ้นขนาดกลางและเล็ก ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการควบรวมหรือการเข้าซื้อกิจการ  สุดท้ายนี้ มองว่าเฮลท์แคร์ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้ในอัตราที่ดี และยังคงมีนวัตกรรมที่จะปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์ยังคงน่าสนใจและเป็นโอกาสในการเพิ่มผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวต่อไปได้ 

สำหรับผู้ที่สนใจรับชมงานสัมมนา “Healthcare as important as ever” ย้อนหลัง โดยสามารถคลิกรับชมได้ที่  https://www.youtube.com/watch?v=GbNYrvq30Rg

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save