วิริยะประกันภัย ร่วมผลักดันภาพยนตร์สั้นสร้างสรรค์ จากฝีมือ นศ.ไทย ส่งต่อแนวคิด “เมาไม่ขับ” สู่สังคมแห่งความปลอดภัย   •   ธ.ก.ส. จัดโปรแรง! งาน Money Expo 2026 ฝาก-สมัคร รับของพรีเมียมจากทั่วประเทศ   •   คุ้มภัยโตเกียวมารีนฯ จับมือพันธมิตรตัวแทน มอบคอมพิวเตอร์แก่โรงเรียนบ้านคลองขุด จ.กำแพงเพชร มุ่งยกระดับทักษะดิจิทัลและสร้างโอกาสการเรียนรู้แก่เยาวชน   •   ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จัดหนักดีลแรง “Hot Unit บ้านดี ราคาโดน” รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท 9-10 พฤษภาคม นี้เท่านั้น   •   พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จับมือ มิชลิน มอบประสบการณ์สุดพิเศษ สำหรับลูกค้าทีทีบี รีเซิร์ฟ   •   ธนาคารไทยเครดิต ผนึกกำลังภาครัฐ-กูรูดัง เตรียมจัดงาน “ไทยเครดิต เฟสติวัล 2569” ชูแนวคิด “กินดี มีเครดิต” อัปสกิลการเงินและอาชีพครบวงจร 9-10 พฤษภาคม นี้   •   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ปลุกพลังความมั่นใจ จัดแคมเปญ EmpowerHER ฉลองเดือนสตรีสากล   •   คปภ. ร่วมงาน May Day 2026 ดัน “ประกันภัยเพื่อทุกคน เข้าถึงง่าย ใกล้ตัว” เสริมเกราะแรงงานไทย   •   เอไอเอ Q1/69 กำไรธุรกิจใหม่เด่น VONB โต 13% มาร์จิ้นสูง 56%   •   คปภ. เปิดเวที “จากฝุ่นสู่ความเสี่ยง” ชี้ PM2.5 คือความเสี่ยงเชิงระบบ ย้ำบทบาทประกันภัยสู่กลไกบริหารความเสี่ยงของสังคม   •   ออมสิน เปิดวิสัยทัศน์ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ผอ.คนใหม่ ดัน “Smart Social Bank” ดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิต   •   บลจ.กสิกรไทย คว้า 4 รางวัล Best of the Best Awards 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Multi-Asset และ ESG ของไทย   •   SAM ร่วมเวทีสัมมนาใหญ่ “Korat Real Estate Insight & Investment 2026” ฮับลงทุนอีสาน ดัน NPA โต พร้อมเปิดเกม “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยลูกหนี้เริ่มใหม่   •   SCG Q1/69 แกร่ง! EBITDA โต 17% ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง เดินเกมคุมต้นทุน–ดันสินค้ากรีน–เร่ง JV ปิโตรเคมี   •   เริ่มแล้ว! PET EXPO THAILAND 2026 อัดแน่นนวัตกรรม–กิจกรรมสัตว์เลี้ยง คาดเงินสะพัดพันล้าน
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
วิริยะประกันภัย ร่วมผลักดันภาพยนตร์สั้นสร้างสรรค์ จากฝีมือ นศ.ไทย ส่งต่อแนวคิด “เมาไม่ขับ” สู่สังคมแห่งความปลอดภัย   •   ธ.ก.ส. จัดโปรแรง! งาน Money Expo 2026 ฝาก-สมัคร รับของพรีเมียมจากทั่วประเทศ   •   คุ้มภัยโตเกียวมารีนฯ จับมือพันธมิตรตัวแทน มอบคอมพิวเตอร์แก่โรงเรียนบ้านคลองขุด จ.กำแพงเพชร มุ่งยกระดับทักษะดิจิทัลและสร้างโอกาสการเรียนรู้แก่เยาวชน   •   ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จัดหนักดีลแรง “Hot Unit บ้านดี ราคาโดน” รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท 9-10 พฤษภาคม นี้เท่านั้น   •   พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จับมือ มิชลิน มอบประสบการณ์สุดพิเศษ สำหรับลูกค้าทีทีบี รีเซิร์ฟ   •   ธนาคารไทยเครดิต ผนึกกำลังภาครัฐ-กูรูดัง เตรียมจัดงาน “ไทยเครดิต เฟสติวัล 2569” ชูแนวคิด “กินดี มีเครดิต” อัปสกิลการเงินและอาชีพครบวงจร 9-10 พฤษภาคม นี้   •   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ปลุกพลังความมั่นใจ จัดแคมเปญ EmpowerHER ฉลองเดือนสตรีสากล   •   คปภ. ร่วมงาน May Day 2026 ดัน “ประกันภัยเพื่อทุกคน เข้าถึงง่าย ใกล้ตัว” เสริมเกราะแรงงานไทย   •   เอไอเอ Q1/69 กำไรธุรกิจใหม่เด่น VONB โต 13% มาร์จิ้นสูง 56%   •   คปภ. เปิดเวที “จากฝุ่นสู่ความเสี่ยง” ชี้ PM2.5 คือความเสี่ยงเชิงระบบ ย้ำบทบาทประกันภัยสู่กลไกบริหารความเสี่ยงของสังคม   •   ออมสิน เปิดวิสัยทัศน์ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ผอ.คนใหม่ ดัน “Smart Social Bank” ดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิต   •   บลจ.กสิกรไทย คว้า 4 รางวัล Best of the Best Awards 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Multi-Asset และ ESG ของไทย   •   SAM ร่วมเวทีสัมมนาใหญ่ “Korat Real Estate Insight & Investment 2026” ฮับลงทุนอีสาน ดัน NPA โต พร้อมเปิดเกม “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยลูกหนี้เริ่มใหม่   •   SCG Q1/69 แกร่ง! EBITDA โต 17% ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง เดินเกมคุมต้นทุน–ดันสินค้ากรีน–เร่ง JV ปิโตรเคมี   •   เริ่มแล้ว! PET EXPO THAILAND 2026 อัดแน่นนวัตกรรม–กิจกรรมสัตว์เลี้ยง คาดเงินสะพัดพันล้าน
spot_img

KKP ชี้กระแสโลกขึ้นดอกเบี้ยกดดันไทย คาด กนง. รอบหน้า ปรับดอกเบี้ย 50bps

... min read

KKP Research วิเคราะห์ว่านโยบายการเงินของไทยอาจล่าช้าจนเข้าสู่ภาวะ Behind the curveหลังตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง นโยบายการเงินทั่วโลกกลับทิศทาง และค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนลงต่อเนื่อง โดยความเร็วและขนาดการปรับอัตราดอกเบี้ยในหลายประเทศทั่วโลกที่เร่งตัวขึ้น ทำให้ KKP Research ประเมินว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะถูกกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ย 50bps ในการประชุมรอบหน้าในเดือนสิงหาคม 

เมื่อทิศทางนโยบายการเงินเปลี่ยน 

หลังจากที่ธนาคารกลางทั่วโลกปรับอัตราดอกเบี้ยลงไปถึงหรือใกล้ 0% หลังเจอวิกฤตโควิด แต่ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น และขึ้นในอัตราที่มากกว่าและเร็วกว่าที่ตลาดคาด โดยนับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาปรับดอกเบี้ยขึ้นไปแล้ว 1.5% และคาดว่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึง 3.5-4% ภายต้นปีหน้า นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย แคนาดา ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นไปแล้ว 1.25% อังกฤษปรับดอกเบี้ยขึ้นไปแล้ว 1% และเกาหลีใต้ปรับดอกเบี้ยขึ้นไปแล้ว 0.75%  และหลายธนาคารกลางเหล่านี้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นครั้งละ 0.5-0.75% มากกว่าที่ปกติแล้วจะปรับขึ้นลงครั้งละ 0.25% จากความกังวลว่าการปรับดอกเบี้ยช้าเกินไปจะทำให้อัตราเงินเฟ้อค้างสูงเป็นเวลานานและส่งผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหาเงินเฟ้อยากขึ้น 

ไทยอยู่ในกลุ่มที่ปรับดอกเบี้ยขึ้นช้าที่สุด 

แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยอยู่ในระดับสูงถึง 7.7% และคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีก แต่ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำมากและปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นช้าที่สุด คือ ยังไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเลยในปีนี้ โดยมีเพียงไม่กี่ประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและธนาคารกลางยุโรป ที่ยังมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำกว่าไทย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขเงินเฟ้อ ประเทศไทยมีอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในกลุ่มที่ต่ำมากที่สุดในโลก สะท้อนถึงการปรับนโยบายการเงินของไทยที่ช้ากว่าโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปข้างหน้าแรงกดดันต่อ ธปท จะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ และคาดว่าจะมีอีกหลายประเทศที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นอีก โดยคาดการณ์ว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นของ FED ในครั้งนี้จะเป็นการปรับตัวที่เร็วที่สุดรอบหนึ่งเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต  

ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหากต้านกระแสโลก 

การดำเนินนโยบายการเงินของไทยที่ปรับตัวช้า และไม่เป็นไปตามทิศทางนโยบายการเงินโลกกำลังสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศสื่อสารให้เห็นว่าไทยไม่มีความจำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยขึ้นตามสหรัฐ ฯ จากสามเหตุผล คือ 1) แรงกดดันด้านเงินเฟ้อของไทยเป็นแรงกดดันด้านอุปทานที่เกิดขึ้นชั่วคราวและจะสามารถคลี่คลายลงได้เอง 2) การปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นจะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวโดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง 3) การขึ้นดอกเบี้ยและส่วนต่างดอกเบี้ยมีผลต่อค่าเงินบาทไม่มาก และที่ผ่านมาการอ่อนค่าของเงินบาทสอดคล้องกับการอ่อนค่าของเงินสกุลภูมิภาค  ประกอบกับประเทศไทยมีเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่งทำให้ยังมีความสามารถในการรองรับความผันผวนของค่าเงินในระยะสั้นได้

อย่างไรก็ตาม KKP Research ประเมินว่าจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงินโลกที่เปลี่ยนแปลงไปจะเริ่มทำให้ในช่วงหลังจากนี้การตัดสินใจนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงินต้องให้น้ำหนักกับภาวะเงินเฟ้อและปัญหาค่าเงินบาทมากขึ้นเนื่องจากมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในความเสี่ยง 3 ประเด็น คือ 

  1. ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับประเทศในภูมิภาคกำลังจะกว้างขึ้น ซึ่งจะเริ่มมีแรงกดดันให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคได้ บทเรียนที่สะท้อนให้เห็นชัดเจน คือ ประเทศญี่ปุ่นที่มีการประกาศชัดเจนว่าจะดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงมากที่สุดในรอบกว่า 24 ปี  
  2. การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอาจใหญ่และยาวกว่าที่คาด โดยในเดือนเมษายนและพฤษภาคมประเทศไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึงประมาณเดือนละ 3-4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังจะทำให้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 ปีนี้เป็นการขาดดุลที่มีมูลค่าสูงที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกตัวเลขในปี 2005 โดยเกิดจากทั้งนักท่องเที่ยวที่หายไป ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้เพิ่มเติมหรือสะท้อนว่าเสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยมีความแข็งแกร่งน้อยลง 
  3. ความเสี่ยงในความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง เมื่ออัตราเงินเฟ้อเริ่มส่งผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อของคนในระบบเศรษฐกิจ การปรับอัตราดอกเบี้ยช้าในภาวะที่เงินเฟ้อสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก โดยในปลายปี 2021 ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์เงินเฟ้อไว้เพียง 1.7% และปรับขึ้นต่อเนื่องจนเป็น 6.1% ในปัจจุบันซึ่ง หากตลาดมีความเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย behind the curve หรือปรับดอกเบี้ยช้าเกินไป จะส่งผลให้การดำเนินนโยบายการเงินทำได้ยากขึ้นมาก เพราะหากการคาดการณ์เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น และการปรับดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อและค่าเงินบาทจะต้องปรับแรงกว่าเดิมในตอนหลัง และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าการค่อย ๆ ปรับดอกเบี้ยขึ้นตั้งแต่วันนี้ 

คาด ธปท. ต้องปรับดอกเบี้ยขึ้น 1% ปีนี้

KKP Research ประเมินว่าแรงกดดันต่อตลาดการเงินและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 75bps ในวันที่ 26-27 กรกฎาคม ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการประชุม กนง ของไทยครั้งต่อไปในวันที่ 10 สิงหาคม กว่า 2 สัปดาห์ และจะทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายระหว่างสหรัฐ และไทย สูงขึ้นถึง 1.875% ซึ่งเป็นส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปี 2007 

KKP Research คาดการณ์ว่าในช่วงเวลานั้นแรงกดดันต่อค่าเงินบาทจะมีเพิ่มสูงขึ้นมากและอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้อีก และปรับการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยจากเดิมที่คาดว่าจะขึ้น 25bps ในการประชุมรอบหน้า เป็นขึ้น 50bps และคาดว่าจะขึ้นต่อเนื่องอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 25 bps ในปีนี้ซึ่งจะทำให้ในปลายปีอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยจะปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ 1.5% จากระดับปัจจุบันที่ 0.5% 

เตรียมรับมือผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้น

ความเสี่ยงที่อัตราดอกเบี้ยกำลังจะปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจผ่านหลายช่องทาง เช่น 1) ผลกระทบต่อครัวเรือน จากภาระหนี้ที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อการชะลอตัวในการบริโภคสินค้าคงทน เช่น บ้าน รถยนต์ ที่ต้องอาศัยสินเชื่อการบริโภค 2) การปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอาจทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องในตลาดการเงิน โดยเฉพาะความเสี่ยงในการออกพันธบัตรภาคเอกชนใหม่ที่ต้องออกในต้นทุนที่สูงขึ้น จนอาจเกิดการผิดนัดชำระหนี้ 3) ผลกระทบต่อมูลค่าของสินทรัพย์โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยง การดูดเงินออกจากระบบเศรษฐกิจจะเพิ่มเสี่ยงให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสปรับตัวลดลง และกระทบกับความมั่งคั่งของคนในระบบเศรษฐกิจได้ 

การดำเนินนโยบายการเงินในช่วงหลังจากนี้จึงนับเป็นช่วงที่มีความท้าทายอย่างมากและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทยในการหามาตรการเยียวยาผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลกระทบจากเศรษฐกิจที่จะชะลอตัวลงจากการปรับอัตราดอกเบี้ย

อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://advicecenter.kkpfg.com/th/money-lifestyle/money/economic-trend/bot-is-expected-to-increase-interest-rate

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save