เมืองไทยประกันชีวิต และ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบกระเป๋าเวชภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อบริการผู้มาใช้ลานกีฬาในชุมชนเขตห้วยขวาง   •   ออมสิน ขนทัพฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก ติวมวยพื้นฐานเยาวชนธนาคารโรงเรียน ปลูกฝังวินัยการเงิน   •   คิง เพาเวอร์ จัด “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” ผสานพลังเทศกาลดนตรี ดันสงกรานต์ไทยสู่เฟสติวัลโลก ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวรับไตรมาส 2   •   เมืองไทยประกันชีวิต สนับสนุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ สำรวจความเสี่ยงโรคพาร์กินสัน ตอกย้ำพันธกิจเพื่อสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน   •   NBA จับมือ TOA จัดศึก “Rising Stars Invitational Thailand Qualifiers” ครั้งแรกในไทย เฟ้นหาเยาวชนสู่เวทีโลกที่สิงคโปร์   •   ไทยเครดิต ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ในงาน “มหกรรมการออม 52 ปี”   •   BAM สนับสนุนมูลนิธิสายเด็ก เดินหน้าสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน   •   Orbix Technology ร่วมมือ HealthTAG ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพดิจิทัลบนบล็อกเชนผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลโรงพยาบาล และสร้างระบบที่ผู้ใช้เป็นเจ้าของข้อมูลได้จริง   •   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จัดงาน Agency Annual Award 2026 เชิดชูสุดยอดตัวแทนทั่วประเทศ ตอกย้ำพลังเครือข่ายคุณภาพ”   •   SAM จัด Town Hall Meeting 2569 ชูแนวคิดขับเคลื่อนองค์กร “เติมพลัง ก้าวข้ามขีดจำกัด สร้างโอกาสเพื่อสังคม”   •   วิริยะประกันภัย คว้ารางวัล “BEST INSURANCE COMPANY” ประจำปี 2026   •   ศาลปกครองไม่ทุเลาคำสั่ง คปภ. “ระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน” ชี้ยังไม่กระทบสิทธิ เลือกทำประกันได้ทั้งแบบระบุชื่อ-ไม่ระบุชื่อ   •   กรุงศรี สนับสนุน “สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน” ให้แก่ Arthit International Hospital ครั้งแรกและใหญ่ที่สุดของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   •   อลิอันซ์ อยุธยา เปิด “Cancer City” ชวนคนไทยเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือโรคมะเร็งครั้งแรกของโลก กับ Live Experience เตรียมเป็นมะเร็ง ในงาน Death Fest 2026   •   ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และบริษัทในเครือ เดินหน้าลดใช้พลังงานตามนโยบายรัฐ รณรงค์พนักงานร่วมแคมเปญ “5 จุดต้องปิด ขึ้นบันไดแทนลิฟต์ Car Pool”
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
เมืองไทยประกันชีวิต และ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มอบกระเป๋าเวชภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อบริการผู้มาใช้ลานกีฬาในชุมชนเขตห้วยขวาง   •   ออมสิน ขนทัพฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก ติวมวยพื้นฐานเยาวชนธนาคารโรงเรียน ปลูกฝังวินัยการเงิน   •   คิง เพาเวอร์ จัด “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” ผสานพลังเทศกาลดนตรี ดันสงกรานต์ไทยสู่เฟสติวัลโลก ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวรับไตรมาส 2   •   เมืองไทยประกันชีวิต สนับสนุนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ สำรวจความเสี่ยงโรคพาร์กินสัน ตอกย้ำพันธกิจเพื่อสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน   •   NBA จับมือ TOA จัดศึก “Rising Stars Invitational Thailand Qualifiers” ครั้งแรกในไทย เฟ้นหาเยาวชนสู่เวทีโลกที่สิงคโปร์   •   ไทยเครดิต ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ในงาน “มหกรรมการออม 52 ปี”   •   BAM สนับสนุนมูลนิธิสายเด็ก เดินหน้าสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน   •   Orbix Technology ร่วมมือ HealthTAG ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพดิจิทัลบนบล็อกเชนผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลโรงพยาบาล และสร้างระบบที่ผู้ใช้เป็นเจ้าของข้อมูลได้จริง   •   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จัดงาน Agency Annual Award 2026 เชิดชูสุดยอดตัวแทนทั่วประเทศ ตอกย้ำพลังเครือข่ายคุณภาพ”   •   SAM จัด Town Hall Meeting 2569 ชูแนวคิดขับเคลื่อนองค์กร “เติมพลัง ก้าวข้ามขีดจำกัด สร้างโอกาสเพื่อสังคม”   •   วิริยะประกันภัย คว้ารางวัล “BEST INSURANCE COMPANY” ประจำปี 2026   •   ศาลปกครองไม่ทุเลาคำสั่ง คปภ. “ระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน” ชี้ยังไม่กระทบสิทธิ เลือกทำประกันได้ทั้งแบบระบุชื่อ-ไม่ระบุชื่อ   •   กรุงศรี สนับสนุน “สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน” ให้แก่ Arthit International Hospital ครั้งแรกและใหญ่ที่สุดของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   •   อลิอันซ์ อยุธยา เปิด “Cancer City” ชวนคนไทยเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือโรคมะเร็งครั้งแรกของโลก กับ Live Experience เตรียมเป็นมะเร็ง ในงาน Death Fest 2026   •   ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และบริษัทในเครือ เดินหน้าลดใช้พลังงานตามนโยบายรัฐ รณรงค์พนักงานร่วมแคมเปญ “5 จุดต้องปิด ขึ้นบันไดแทนลิฟต์ Car Pool”
spot_img

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงานภาพรวมสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี และมหาสารคาม พบว่า สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ณ ครึ่งแรกปี 2565 ในด้านอุปทานพร้อมขายต้นงวด หรือ Total Supply มีจำนวนโครงการลดลง เป็นการลดลงของจำนวนหน่วย แต่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น จากครึ่งแรกปี 2564 (YoY) โดยในครึ่งแรกปี 2565 นี้มีโครงการเปิดขายใหม่ (New Supply) เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการ จำนวนหน่วย และมูลค่า โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี แม้ว่าจะเป็นจังหวัดที่มีขนาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดรองลงมาจากจังหวัดนครราชสีมาและขอนแก่น แต่ในครึ่งแรกปี 2565 นี้มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นของจำนวนหน่วยและมูลค่าโครงการเปิดขายใหม่มากที่สุด

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยเสนอขายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครึ่งแรกปี 2565 พบว่ามีจำนวน 13,179 หน่วย มูลค่า 46,812 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นโครงการอาคารชุด 2,525 หน่วย มูลค่า 8,155 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านจัดสรร 10,654 หน่วย มูลค่า 38,657 มีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด 2,076 หน่วย มูลค่า 6,174 ล้านบาท มีโครงการขายได้ใหม่จำนวน 2,674 หน่วย มูลค่า 11,642 ล้านบาท ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขาย 10,505 หน่วย มูลค่า 35,170 ล้านบาท

อุปทานบ้านจัดสรรประเภทบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดขับเคลื่อนตลาด ขณะที่คอนโดมิเนียมชะลอตัว
“ภาพรวมผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ณ ครึ่งแรกปี 2565 พบว่าสถานการณ์ด้านการขายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา ปรับสู่สภาวะที่ดีขึ้น จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดมหาสารคาม เริ่มเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัว แต่ยังคงมีความน่าเป็นห่วงจากการที่โครงการสร้างเสร็จรอการขายในจังหวัดอุบลราชธานีเริ่มใช้เวลาในการขายนานขึ้น ขณะที่จังหวัดอุดรธานียังคงทรงตัว เนื่องจากกำลังซื้อในพื้นที่ถดถอยตามสภาวะเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่มีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตามยังคงต้องให้ความสำคัญกับการเติมสินค้าใหม่เข้ามาในตลาด โดยเฉพาะในส่วนของโครงการบ้านแฝดซึ่งเพิ่มเข้ามาในตลาดในสัดส่วนที่สูงแม้จะได้รับกระแสตอบรับที่ดี แต่อัตราการขายบ้านเดียวก็ยังคงสูงกว่า”

ในช่วงครึ่งแรกปี 2565 ที่อยู่อาศัยเสนอขายทั้งหมดลดลงจากช่วงครึ่งแรกปี 2564 โดยลดลงทั้งจำนวนหน่วย และมูลค่า ทั้งนี้จำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -3.7 มูลค่าลดลงร้อยละ -0.3 เมื่อเทียบกับจำนวนหน่วยเสนอขายทั้งหมด ณ ครึ่งแรกปี 2564 ขณะที่หน่วยเสนอขายเพิ่มขึ้นโดยมีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 2,076 หน่วย มูลค่า 6,174 ล้านบาท

จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นจากครึ่งแรกปี 2564 ร้อยละ 31.1 มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.0 โดยเป็นโครงการอาคารชุดเพียง 220 หน่วย มูลค่า 197 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,856 หน่วย มูลค่า 5,977 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาภาพโดยรวมจะพบว่าโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ในช่วงครึ่งแรกปี 2565 มีเพียง 1 ทำเลคือ นิคมลำตะคอง ขณะที่โครงการบ้านจัดสรรกระจายอยู่ในหลายทำเล เช่น ทำเลขามใหญ่ ทำเลจอหอ และทำเลบ้านทุ่ม
โดย 5 ทำเล ที่มีโครงการเสนอขายมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ อันดับ 1 ทำเลจอหอ จำนวน 1,978 หน่วย มูลค่าโครงการ 6,264 ล้านบาท อันดับ 2 ทำเลบ้านใหม่-โคกกรวด จำนวน 1,221 หน่วย มูลค่าโครงการ 3,905 ล้านบาท อันดับ 3 ทำเลมหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 1,092 หน่วย มูลค่าโครงการ 2,291 ล้านบาท อันดับ 4 ทำเลหัวทะเล จำนวน 936 หน่วย มูลค่าโครงการ 3,322 ล้านบาท และอันดับ 5 ทำเลในเมืองนครราชสีมา จำนวน 854 หน่วย มูลค่าโครงการ 2,687 ล้านบาท

สำหรับสถานการณ์หน่วยเหลือขายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ครึ่งแรกปี 2565 มีจำนวน 10,505 หน่วย ลดลงจากครึ่งแรกปี 2564 ร้อยละ -9.0 มูลค่า 35,170 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -13.1 เป็นโครงการอาคารชุด 1,990 หน่วย มูลค่า 4,652 ล้านบาท ซึ่งทำเลที่มีอาคารชุดเหลือขายมากยังคงเป็นสูงสุด 3 อันดับแรก คือ อันดับ 1 โซนม.ขอนแก่น 847 หน่วย มูลค่าโครงการ 1,519 ล้านบาท อันดับ 2 โซนบ้านใหม่-โคกกรวด 365 หน่วย มูลค่าโครงการ 584 ล้านบาท อันดับ 3 โซนนิคมลำตะคอง 187 หน่วย มูลค่าโครงการ 167 ล้านบาท

ในส่วนของโครงการบ้านจัดสรรมีหน่วยเหลือขายรวม 8,515 หน่วย มูลค่า 30,518 ล้าน อันดับ 1 โซนจอหอ 1,546 หน่วย มูลค่าโครงการ 4,921 ล้านบาท อันดับ 2 โซนหัวทะเล จำนวน 707 หน่วย มูลค่าโครงการ 2,609 ล้านบาท อันดับ 3 โซนบ้านใหม่-โคกกรวด 701 หน่วย มูลค่าโครงการ 2,574 ล้านบาท ซึ่งจะสังเกตได้ว่าหน่วยที่เหลือขายส่วนใหญ่จะเป็นประเภทบ้านเดี่ยว

อุปสงค์คอนโดฯโซนเขตเมือง-โซนท่องเที่ยวฟื้นตัว
พบว่าในช่วงครึ่งแรกปี 2565 มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ 2,674 หน่วย มูลค่า 11,642 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.1 มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 80.2 แบ่งเป็นโครงการอาคารชุดเพียง 535 หน่วย มูลค่า 3,503 ล้านบาท ซึ่งทำเลที่มียอดอาคารชุดขายได้ใหม่สูงสุด 3 อันดับแรกคือ อันดับ 1 โซนเขาใหญ่ 201 หน่วย มูลค่า 2,679 ล้านบาท อันดับ 2 โซนในเมืองนครราชสีมา 111 หน่วย มูลค่า 223 ล้านบาท 3 โซนบึงแก่นนคร 52 หน่วย มูลค่า 227 ล้านบาท

ในขณะที่ยอดขายได้ใหม่ของโครงการบ้านจัดสรร 2,139 หน่วย มูลค่า 8,139 ล้านบาท โดยทำเลที่มีการขายบ้านจัดสรรสูงสุด 3 อันดับแรกคือ อันดับ 1 โซนจอหอ 432 หน่วย มูลค่า 1,343 ล้านบาท อันดับ 2 โซนหัวทะเล 229 หน่วย มูลค่า 713 ล้านบาท อันดับ 3 โซนบ้านเป็ด จำนวน 161 หน่วย มูลค่า 580 ล้านบาท

จากการสำรวจพบว่ามีการเปิดตัวโครงการอาคารชุดพักอาศัยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเท่านั้นโดยมีจำนวนเพียง 220 หน่วย ที่อยู่ในทำเลนิคมลำตะคองและมีการเปิดขายโครงการบ้านจัดสรรกระจายทั้ง 5 จังหวัด แสดงให้เห็นว่าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนบราบมีการฟื้นตัวมากกว่าโครงการอาคารชุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากอัตราดูดซับแยกตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่าในช่วงครึ่งแรกปี 2565 อัตราดูดซับรวมทุกประเภทอยู่ที่ร้อยละ 3.4 และประเภทที่มีอัตราดูดซับดีที่สุดอยู่ในกลุ่มของบ้านเดี่ยว โดยอัตราดูดซับอยู่ที่ร้อยละ 3.8 ขณะที่อัตราดูดซับอาคารชุดมาอยู่ที่ร้อยละ 3.5
โดยทำเลที่มีอัตราดูดซับสูงสุด 5 อันดับแรกประเภทโครงการอาคารชุด อันดับที่ 1 ทำเลบึงแก่นนคร อัตราดูดซับร้อยละ 14.7 อันดับ 2 ทำเลเขาใหญ่ อัตราดูดซับร้อยละ 10.7 อันดับ 3 ทำเลเซ็นทรัล อุบลราชธานี อัตราดูดซับร้อยละ 9.1 อันดับ 4 ทำเลในเมืองนครราชสีมา อัตราดูดซับร้อยละ 6.3 และอันดับ 5 ทำเลกลางดง อัตราดูดซับร้อยละ 3.3
ปี 2565 ภาพรวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับปี 2565 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ประเมินภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในภาคตะวันเฉียงเหนือ โดยคาดการณ์ว่าจะมีโครงการเปิดตัวใหม่จำนวน 3,928 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 60.3 เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งมีจำนวน 2,450 หน่วย โดยมีมูลค่าการเปิดตัวใหม่จำนวน 11,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.0 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าซึ่งมีมูลค่า 7,757 หน่วย มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 4,206 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งมีจำนวน 3,973 หน่วย มูลค่าขายได้ใหม่ 13,560 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีมูลค่า12,945 ล้านบาท และคาดว่าจะมีหน่วยเหลือขาย 14,962 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.3 เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งมีจำนวน 10,439 หน่วย มูลค่าหน่วยเหลือขาย 50,788 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.7 โดยเพิ่มจาก 36,095 ล้านบาท ในขณะที่อัตราดูดซับในกลุ่มโครงการแนวราบลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.0 และอาคารชุดอัตราดูดซับจะปรับลดลงจากร้อยละ 2.8 ในปี 2564 เป็นร้อยละ 2.3 ในปี 2565

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save