เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ปลุกพลังความมั่นใจ จัดแคมเปญ EmpowerHER ฉลองเดือนสตรีสากล   •   คปภ. ร่วมงาน May Day 2026 ดัน “ประกันภัยเพื่อทุกคน เข้าถึงง่าย ใกล้ตัว” เสริมเกราะแรงงานไทย   •   เอไอเอ Q1/69 กำไรธุรกิจใหม่เด่น VONB โต 13% มาร์จิ้นสูง 56%   •   คปภ. เปิดเวที “จากฝุ่นสู่ความเสี่ยง” ชี้ PM2.5 คือความเสี่ยงเชิงระบบ ย้ำบทบาทประกันภัยสู่กลไกบริหารความเสี่ยงของสังคม   •   ออมสิน เปิดวิสัยทัศน์ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ผอ.คนใหม่ ดัน “Smart Social Bank” ดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิต   •   บลจ.กสิกรไทย คว้า 4 รางวัล Best of the Best Awards 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Multi-Asset และ ESG ของไทย   •   SAM ร่วมเวทีสัมมนาใหญ่ “Korat Real Estate Insight & Investment 2026” ฮับลงทุนอีสาน ดัน NPA โต พร้อมเปิดเกม “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยลูกหนี้เริ่มใหม่   •   SCG Q1/69 แกร่ง! EBITDA โต 17% ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง เดินเกมคุมต้นทุน–ดันสินค้ากรีน–เร่ง JV ปิโตรเคมี   •   เริ่มแล้ว! PET EXPO THAILAND 2026 อัดแน่นนวัตกรรม–กิจกรรมสัตว์เลี้ยง คาดเงินสะพัดพันล้าน   •   กรุงเทพประกันภัย มอบน้ำดื่มเพื่อสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้และความสามารถของเด็กและเยาวชนบ้านมหาราช   •   เมืองไทยประกันชีวิต และ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มุ่งมั่นสร้างโอกาสและสร้างอนาคตให้เด็กและเยาวชนในประเทศไทยผ่านโครงการ “Give and Care เมืองไทยเปิดสนามเติมฝันให้น้อง”   •   ทีเส็บ ผนึกทุกภาคส่วน จัด Thailand MICE Week 2026 ยกระดับไมซ์ไทยสู่โลก   •   ไทยประกันชีวิต ผนึก Chersery Home International และพันธมิตรจัดกิจกรรมเสริมองค์ความรู้สู่สังคมสูงวัย   •   สมาคมประกันชีวิตไทย มอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า สนับสนุนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติแก่ “โรงเรียนพระดาบส”   •   NITORI ปักหมุด EMSPHERE รุกตลาดไทยเต็มสูบ ตั้งเป้าใช้จ่ายต่อหัวเทียบไต้หวัน ลุยเปิดกว่า 10 สาขา ปีหน้าเป็นต้นไป
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ปลุกพลังความมั่นใจ จัดแคมเปญ EmpowerHER ฉลองเดือนสตรีสากล   •   คปภ. ร่วมงาน May Day 2026 ดัน “ประกันภัยเพื่อทุกคน เข้าถึงง่าย ใกล้ตัว” เสริมเกราะแรงงานไทย   •   เอไอเอ Q1/69 กำไรธุรกิจใหม่เด่น VONB โต 13% มาร์จิ้นสูง 56%   •   คปภ. เปิดเวที “จากฝุ่นสู่ความเสี่ยง” ชี้ PM2.5 คือความเสี่ยงเชิงระบบ ย้ำบทบาทประกันภัยสู่กลไกบริหารความเสี่ยงของสังคม   •   ออมสิน เปิดวิสัยทัศน์ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ผอ.คนใหม่ ดัน “Smart Social Bank” ดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิต   •   บลจ.กสิกรไทย คว้า 4 รางวัล Best of the Best Awards 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Multi-Asset และ ESG ของไทย   •   SAM ร่วมเวทีสัมมนาใหญ่ “Korat Real Estate Insight & Investment 2026” ฮับลงทุนอีสาน ดัน NPA โต พร้อมเปิดเกม “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยลูกหนี้เริ่มใหม่   •   SCG Q1/69 แกร่ง! EBITDA โต 17% ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง เดินเกมคุมต้นทุน–ดันสินค้ากรีน–เร่ง JV ปิโตรเคมี   •   เริ่มแล้ว! PET EXPO THAILAND 2026 อัดแน่นนวัตกรรม–กิจกรรมสัตว์เลี้ยง คาดเงินสะพัดพันล้าน   •   กรุงเทพประกันภัย มอบน้ำดื่มเพื่อสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้และความสามารถของเด็กและเยาวชนบ้านมหาราช   •   เมืองไทยประกันชีวิต และ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม มุ่งมั่นสร้างโอกาสและสร้างอนาคตให้เด็กและเยาวชนในประเทศไทยผ่านโครงการ “Give and Care เมืองไทยเปิดสนามเติมฝันให้น้อง”   •   ทีเส็บ ผนึกทุกภาคส่วน จัด Thailand MICE Week 2026 ยกระดับไมซ์ไทยสู่โลก   •   ไทยประกันชีวิต ผนึก Chersery Home International และพันธมิตรจัดกิจกรรมเสริมองค์ความรู้สู่สังคมสูงวัย   •   สมาคมประกันชีวิตไทย มอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า สนับสนุนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติแก่ “โรงเรียนพระดาบส”   •   NITORI ปักหมุด EMSPHERE รุกตลาดไทยเต็มสูบ ตั้งเป้าใช้จ่ายต่อหัวเทียบไต้หวัน ลุยเปิดกว่า 10 สาขา ปีหน้าเป็นต้นไป
spot_img

KBank Private Banking และ Lombard Odier ชี้จุดเปลี่ยนสำคัญปี ’66 คาดเศรษฐกิจโลกถดถอยไม่รุนแรง แนะลงทุนเพิ่มในตราสารหนี้ หุ้นโลก หุ้นจีน พร้อมกระจายความเสี่ยงผ่านสินทรัพย์ทางเลือก

... min read

KBank Private Banking ร่วมกับ Lombard Odier พันธมิตรทางธุรกิจไพรเวทแบงก์ระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “2023: A Year of Turning Points” พร้อมประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2566 ถดถอยไม่รุนแรง จากภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัว วิกฤตพลังงานในยุโรปไม่น่ากังวลตามคาด และปัจจัยบวกจากการเปิดประเทศของจีน แนะกลยุทธ์ปรับพอร์ตรับจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ชูสินทรัพย์ทางเลือกลดความผันผวน พร้อมเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ หุ้นโลก หุ้นจีนและเอเชีย และกองทุนผสม ชี้โอกาสการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่กลับมาอีกครั้ง ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่เร่งขึ้นจากปัจจัยหนุนในภาคการท่องเที่ยว แต่ภาคการส่งออกยังเผชิญแรงกดดัน

นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Executive Chairman, Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ตลาดทุนในปี 2565 พบกับความท้าทายรอบด้าน โดยสินทรัพย์แทบทุกประเภทต้องเผชิญกับภาวะขาดทุน ในขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อภาคการลงทุนในช่วงต้นปี 2566 เริ่มส่งสัญญาณเป็นบวก ทั้งภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงโดยเฉพาะราคาสินค้า แต่ราคาบริการยังคงทรงตัวในระดับสูง จากตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา เริ่มเข้าใกล้จุดสูงสุด และจะคงดอกเบี้ยในระดับสูงจนถึงช่วงปลายปีนี้ คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วจะเข้าสู่ภาวะชะลอตัว (Slow Down) แต่เศรษฐกิจของประเทศเกิดใหม่มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่า หนุนจากการเปิดประเทศของจีน

ดร.เชาว์ เก่งชน Executive Chairman บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ล่าสุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 ขึ้นมาอยู่ที่ 3.7% เนื่องจากการเปิดประเทศจีนที่เร็วกว่าคาดจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญในภาคการท่องเที่ยว โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2566 อยู่ที่ระดับ 25.5 ล้านคน ในขณะที่ภาคการส่งออกจะยังคงเผชิญกับแรงกดดัน แม้จะได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในประเทศจีนที่ทยอยกลับมาเป็นปกติ จากสาเหตุการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และทิศทางการแข็งค่าของเงินบาทตลอดทั้งปีนี้ จึงประเมินว่าภาพรวมการส่งออกไทยอาจยังคงเผชิญกับการหดตัวที่ -0.5%

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2566 Lombard Odier ได้ให้มุมมองว่า เศรษฐกิจโลกจะยังอยู่ในภาวะชะลอตัวจากแรงกดดันจากหลากหลายปัจจัยลบ ก่อนจะเริ่มมีสัญญาณกลับมาฟื้นตัวได้ โดยมี 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
ประเด็นแรก คือ ภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มทยอยลดลง จากการประเมินของ Lombard Odier คาดว่าอัตราเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว เนื่องจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่มาจากภาคบริการยังไม่คลี่คลาย และค่าจ้างแรงงานยังอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางตลาดแรงงานที่มีอัตราการว่างงานในระดับต่ำ ทั้งนี้ อัตราการว่างงานต้องสูงขึ้นกว่านี้ เพื่อดึงให้เงินเฟ้อปรับลดลงอีก นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะหยุดการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาสแรก และจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้อยู่ระยะหนึ่ง
ประเด็นที่สอง คือ วิกฤตพลังงานในยุโรป ด้วยสภาพอากาศที่ไม่ได้หนาวจัดในยุโรป ความต้องการใช้พลังงานจึงไม่สูงดังคาด ทำให้แนวโน้มที่จะเกิดวิกฤติด้านพลังงานในฤดูหนาวไม่ได้รุนแรงอย่างที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ รัฐบาลในยุโรปยังได้ออกนโยบายเพื่อลดภาระของทั้งภาคครัวเรือนและธุรกิจ โดยคาดว่าตลาดน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะทยอยกลับเข้าสู่จุดสมดุล และได้รับผลกระทบลดลงจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน
ประเด็นที่สาม คือ นโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีน ยอดผู้ป่วยและยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่พุ่งสูงขึ้นในจีนภายหลังจากการปรับแผนครั้งใหญ่จากนโยบายโควิดเป็นศูนย์ และเริ่มเปิดประเทศในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา อาจส่งผลให้เกิดความผันผวนในกิจกรรมทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้น ในขณะที่ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ด้านรัฐบาลมีแนวโน้มผ่อนปรนกฎระเบียบในการกำกับดูแลภาคธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยง (Downside Risks) จากความผันผวนที่เกิดขึ้นหลังจากได้เปิดประเทศอย่างรวดเร็ว

Lombard Odier จึงได้แนะนำ 10 กลยุทธ์การลงทุนในปี 2566 หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีสหรัฐฯ แตะจุดสูงสุด และจากการที่จีนเปิดประเทศ โดยแบ่งเป็นกลยุทธ์ตามจุดเปลี่ยนในตลาดทุนที่ต้องจับตา ดังนี้
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) 10 ปีสหรัฐฯ แตะจุดสูงสุด

  1. อัตราเงินเฟ้อที่เริ่มปรับตัวลดลง และนโยบายด้านการเงินที่เข้มงวดในประเทศพัฒนาแล้วท่ามกลางเศรษฐกิจ ซบเซาเป็นสถานการณ์ที่ยังไม่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง
  2. การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงยังคงต้องทำอย่างระมัดระวัง โดยเลือกเฉพาะสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทน ได้ดีในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
  3. พันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูงเริ่มมีผลตอบแทนที่น่าสนใจ
    ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แตะจุดสูงสุด
  4. กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพในหลากหลายประเภทสินทรัพย์ เช่น หุ้นบริษัทที่มีความสามารถในการปกป้องอัตรากำไร (Margin) และได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศของจีน
  5. กำไรต่อหุ้น (Earnings per share) มีแนวโน้มลดลง จากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง และกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง
  6. ตลาดเกิดใหม่ที่ได้รับจากอานิสงส์จากการเปิดประเทศของจีนมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัว หลังจากที่เฟดมีการปรับนโยบาย อย่างไรก็ตามต้องอาศัยภาวะเปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลกด้วย
    เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย
  7. กระจายลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก อย่าง Hedge Fund ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและ ขาลง เนื่องจากความผันผวนและความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง
  8. ดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลง
  9. หุ้นกู้เอกชนผลตอบแทนสูง (High Yield) จะกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง หลังจากที่บรรยากาศโดยรวมในการลงทุนดีขึ้น สินทรัพย์เสี่ยงจะกลับมาเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น
    เริ่มต้นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
  10. ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้น จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า และการเปิดประเทศของจีน

นายจิรวัฒน์ กล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อรับมือกับหลากหลายจุดเปลี่ยนต้องจับตาในปีนี้ ธนาคารแนะนำให้นักลงทุนเข้าลงทุนเพิ่มเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น Hedge Funds และสินทรัพย์นอกตลาด ควบคู่กับการกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ หุ้นโลก ในธีม Winner of the New Economy หุ้นจีนและเอเชียในธีม The Rise of China and Asia และกองทุนด้านความยั่งยืน รวมทั้งกองทุนผสมอย่าง K-ALLROAD Series* เพื่อช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ต
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถคลิกรับชมงานสัมมนา “เจาะทิศทางลงทุนท่ามกลางจุดเปลี่ยนของโลก (2023: A Year of Turning Points)” ได้ที่ KBank Private Banking YouTube Channel https://www.youtube.com/c/KBankPrivateBanking

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save