Orbix Tech ชี้ Blockchain ก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น หนุนภาครัฐ สาธารณสุข และ ESG สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม   •   เปิดหลักเกณฑ์ พ.ร.บ. ใหม่ เริ่ม 1 กันยายน 2569 ให้ความคุ้มครองต่อเนื่อง สอดคล้องรอบภาษี   •   TOA สานต่อพลังรักษ์โลก ปล่อยแคมเปญใหญ่แห่งปี ‘TOA Wood Expert’ ชวนคนไทยดูแลไม้และผืนป่า สร้างอนาคตสีเขียวไปด้วยกัน   •   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม LFC KOP Run Football Clinic พาเยาวชนฝึกทักษะฟุตบอลกับตำนานนักเตะ ซามี ฮูเปีย และ นาตาชา ดาวี   •   OCEAN LIFE ไทยสมุทร ชวนฮีลใจใน “SELF LOVE FESTIVAL” รวมศิลปินดัง 14-15 พ.ย. นี้   •   เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “พลอย เฌอมาลย์” ชวนคนไทยร่วมส่งต่อกำลังใจผ่านแคมเปญ #StrongerThanCancer เปลี่ยนทุกโพสต์เป็นพลังแห่งการให้   •   ดร.สมพร สืบถวิลกุล ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธานคณะกรรมการบริหาร EAIC เตรียมจัดประชุมครั้งที่ 32 ในไทย ปี 2028   •   เมืองไทยสไมล์คลับ จัดกิจกรรม Kiwamiya Exclusive Privilege มอบประสบการณ์แห่งความสุขและรอยยิ้ม ที่สุดแห่งความประทับใจ   •   SAM ชวนชาว “ฝั่งธน-เมืองนนท์” แก้หนี้เสียต่ำแสน ทั้งลดต้นและฟรีดอกเบี้ย ผ่านโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ณ ศาลแพ่งตลิ่งชัน 19-20 ก.ย. นี้   •   วิริยะประกันภัย เปิด “Viriyah Privileges Express” เส้นทางสิทธิพิเศษ เติมความสุขที่มากกว่าให้คุณ   •   เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง ขอเชิญชวนร่วม บริจาคโลหิต สู่สังคมแห่งการให้ ส่งต่อพลังชีวิต NCBLOOD HERO ครั้งที่ 3 ปี2569   •   กรุงไทย–แอกซ่า รวมพลังเดอะ ค็อปกว่า 10,000 คน วิ่ง KOP Run Bangkok 2026   •   บริษัทกลางฯ รับโล่ประกาศเกียรติคุณ “ระดับทองแดง” กิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ประจำปี 2569   •   KBTG Techtopia ปี 4 ชวนค้นหาคุณค่าของมนุษย์ในยุค AI ภายใต้แนวคิด “Human of Tomorrow”   •   วิริยะประกันภัย สานต่อ “โครงการอาสาตาจราจร” เสริมพลังประชาชนร่วมเฝ้าระวัง สร้างถนนปลอดภัย
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
Orbix Tech ชี้ Blockchain ก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น หนุนภาครัฐ สาธารณสุข และ ESG สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม   •   เปิดหลักเกณฑ์ พ.ร.บ. ใหม่ เริ่ม 1 กันยายน 2569 ให้ความคุ้มครองต่อเนื่อง สอดคล้องรอบภาษี   •   TOA สานต่อพลังรักษ์โลก ปล่อยแคมเปญใหญ่แห่งปี ‘TOA Wood Expert’ ชวนคนไทยดูแลไม้และผืนป่า สร้างอนาคตสีเขียวไปด้วยกัน   •   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดกิจกรรม LFC KOP Run Football Clinic พาเยาวชนฝึกทักษะฟุตบอลกับตำนานนักเตะ ซามี ฮูเปีย และ นาตาชา ดาวี   •   OCEAN LIFE ไทยสมุทร ชวนฮีลใจใน “SELF LOVE FESTIVAL” รวมศิลปินดัง 14-15 พ.ย. นี้   •   เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “พลอย เฌอมาลย์” ชวนคนไทยร่วมส่งต่อกำลังใจผ่านแคมเปญ #StrongerThanCancer เปลี่ยนทุกโพสต์เป็นพลังแห่งการให้   •   ดร.สมพร สืบถวิลกุล ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธานคณะกรรมการบริหาร EAIC เตรียมจัดประชุมครั้งที่ 32 ในไทย ปี 2028   •   เมืองไทยสไมล์คลับ จัดกิจกรรม Kiwamiya Exclusive Privilege มอบประสบการณ์แห่งความสุขและรอยยิ้ม ที่สุดแห่งความประทับใจ   •   SAM ชวนชาว “ฝั่งธน-เมืองนนท์” แก้หนี้เสียต่ำแสน ทั้งลดต้นและฟรีดอกเบี้ย ผ่านโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ณ ศาลแพ่งตลิ่งชัน 19-20 ก.ย. นี้   •   วิริยะประกันภัย เปิด “Viriyah Privileges Express” เส้นทางสิทธิพิเศษ เติมความสุขที่มากกว่าให้คุณ   •   เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง ขอเชิญชวนร่วม บริจาคโลหิต สู่สังคมแห่งการให้ ส่งต่อพลังชีวิต NCBLOOD HERO ครั้งที่ 3 ปี2569   •   กรุงไทย–แอกซ่า รวมพลังเดอะ ค็อปกว่า 10,000 คน วิ่ง KOP Run Bangkok 2026   •   บริษัทกลางฯ รับโล่ประกาศเกียรติคุณ “ระดับทองแดง” กิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ประจำปี 2569   •   KBTG Techtopia ปี 4 ชวนค้นหาคุณค่าของมนุษย์ในยุค AI ภายใต้แนวคิด “Human of Tomorrow”   •   วิริยะประกันภัย สานต่อ “โครงการอาสาตาจราจร” เสริมพลังประชาชนร่วมเฝ้าระวัง สร้างถนนปลอดภัย
spot_img

FWD ประกันชีวิต เดินหน้าโครงการพัฒนาชุมชนลาหู่ ดอยปู่หมื่น ปี 3 ชุมชนต้นแบบสู่การสร้างสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน

... min read

FWD ประกันชีวิต เดินหน้าโครงการพัฒนาชุมชนลาหู่ ดอยปู่หมื่น อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ต่อยอด 3 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการธนาคารต้นกล้า ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการบริหารจัดการต้นกล้าชาและการทำงานร่วมกันในชุมชน โครงการพัฒนาคุณภาพชา เพิ่มคุณภาพของผลผลิตตามหลักเกษตรอินทรีย์โดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม และโครงการเพิ่มมูลค่าชาอัสสัม สร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับชาอัสสัมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างรายได้ที่มั่นคงจากอาชีพหลักของชุมชน โดยชุมชนให้การตอบรับเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการมากถึง 33 ครัวเรือน และมีผลผลิตใบชาในปริมาณที่เพิ่มมากกว่า 50% ถือเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างชุมชนต้นแบบสู่การพัฒนาชุมชนอื่นเพิ่มเติม หวังสร้างความเท่าเทียมทางสังคมและความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน

นายเดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (“FWD ประกันชีวิต”) เปิดเผยว่า หลังจากที่ FWD ประกันชีวิต ได้คัดเลือกชุมชน ลงพื้นที่และเริ่มทำงานพัฒนาชุมชนร่วมกับชุมชนลาหู่ ใน “โครงการพัฒนาชุมชนลาหู่ ดอยปู่หมื่น” อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างประโยชน์ให้สังคมสามารถเป็นอยู่ได้อย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายของ FWD ที่สนับสนุนให้ผู้คนในสังคมไทยได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่แบบไม่ต้องกังวล โดยเรามีกรอบแนวคิดในการพัฒนาอย่างยั่งยืน 3 ด้าน คือ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการทำงานในครั้งนี้เราได้รับความร่วมมือจากหลายส่วนในการร่วมพัฒนาและทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว (อพท.) ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร จังหวัดเชียงใหม่ เข้าช่วยพัฒนาโครงการต่างๆ

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาชุมชนของ FWD ประกันชีวิต ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 3 โครงการ โดยมีรายละเอียดและความคืบหน้าดังต่อไปนี้

โครงการธนาคารต้นกล้า
เป็นโครงการแรกที่จัดตั้งขึ้นหลังจากมีการสำรวจความคิดเห็นและ ความต้องการของชุมชน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องจำนวนต้นกล้าไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับพื้นที่ และต้องการเพิ่มผลผลิตชาให้มากขึ้นในระยะยาว และเพื่อให้ชุมชนได้เรียนรู้ในการทำงานร่วมกัน พัฒนาด้านสังคม จึงให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการต้นกล้าอย่างเป็นระบบด้วยตัวเอง ตั้งแต่การเลือกนายธนาคารเพื่อช่วยในการดำเนินการ การออกแบบแบบฟอร์มในการของรับต้นกล้า การลงทะเบียนสมาชิก ไปถึงการตรวจสอบระบบการนำต้นกล้าไปใช้ส่งผลให้เกิดการเพาะพันธุ์อย่างมีคุณภาพ มอบต้นกล้าให้สมาชิกเพื่อเพิ่มปริมาณต้นชา และส่งเสริมให้เกิดการจัดการทรัพยากรต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้ความรู้ในการบริหารจัดการธนาคารต้นกล้า วางแผนการดำเนินงานและจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นระบบ ซึ่งในปี 2565 ที่เริ่มดำเนินการได้เปิดรับสมาชิกโครงการธนาคารต้นกล้ารุ่นที่ 1 มีผู้ผ่านเข้ามาเป็นสมาชิกจำนวน 21 ครัวเรือน จากนั้นได้มีการทำสำรวจผลการดำเนินงาน พบว่า 86.6% ของจำนวนสมาชิกได้นำองค์ความรู้ในการเพาะปลูกไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่ทางการเกษตรของตนเองและเห็นการเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมา ด้วยความสำเร็จของรุ่นแรก ในปีนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการธนาคารต้นกล้ารุ่นที่ 2 จำนวนเพิ่มขึ้น 12 ครัวเรือน ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกโครงการธนาคารต้นกล้ารวมทั้งสิ้น 33 ครัวเรือน

โครงการพัฒนาคุณภาพชา จัดตั้งขึ้นเพื่อให้สมาชิกมีองค์ความรู้ในเชิงบูรณาการ เข้าใจรูปแบบการผลิตที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ นอกจากนั้นยังมีส่วนร่วมเพิ่มคุณภาพของผลผลิตตามหลักเกษตรอินทรีย์โดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับใช้ในการอบใบชา การเพาะปลูกที่ใช้ปุ๋ยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งออกเป็น 2 งานหลัก คือ
(1) เพิ่มคุณภาพจากผลผลิตในปัจจุบัน ผ่านการพัฒนาโรงอบใบชา โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 ร่วมกับศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ออกแบบนวัตกรรม “โรงอบชาอัจฉริยะ” (SMART) ที่ใช้ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ผลปรากฏว่า สามารถแก้ไขข้อจำกัดในกระบวนการผลิตชาให้มีคุณภาพมากขึ้นจากโรงอบชาเดิมที่สามารถตากชาได้เพียง 60 ถาด ตากใบชาสดได้ 200 กก./รอบ จำนวนใบชาแห้งที่ได้ 40 กก./รอบ เป็นตากชาได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 100 ถาด ตากใบชาสดได้เพิ่มขึ้นเป็น 300 กก./รอบ จำนวนใบชาแห้งที่ได้เพิ่มขึ้นเป็น 60 กก./รอบ นอกจากนี้ยังได้มีการติดตั้งระบบ SMART Device ภายในโรงอบชา เพื่อแสดงผลฐานข้อมูลอุณหภูมิและความชื้นของโรงอบชาผ่านโทรศัพท์มือถือมาใช้ในการอ่านข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์และหาแนวทางการพัฒนาโรงอบชาต่อไป
(2) เพิ่มปริมาณของผลผลิตใบชาในอนาคต ผ่านโครงการธนาคารต้นกล้า ด้วยการมอบต้นกล้าชาและเมล็ดพันธุ์ให้กับชุมชนซึ่งเป็นสมาชิกในโครงการ พร้อมให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาศักยภาพเกี่ยวกับกระบวนการเพาะปลูก ตั้งแต่การเพาะเมล็ดและคัดเลือกต้นกล้าที่แข็งแรง จัดอบรมเรื่องการดูแลต้นกล้า การใช้ปุ๋ยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการเก็บเกี่ยวตามมาตรฐาน โดยในปีแรกได้มอบต้นกล้าให้แก่สมาชิกรุ่นที่ 1 รวม 2,100 ต้น และเมล็ดพันธุ์รวม 21 กก.และในปีนี้ได้มอบต้นกล้าให้แก่สมาชิกรุ่นที่ 2 รวม 1,200 ต้น และเมล็ดพันธุ์อีก 12 กก. ซึ่งชุมชนได้รับต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์ที่ลงแปลงเพาะแล้ว รวมกว่า 5,000 ต้น นอกจากนั้นสมาชิกในชุมชนยังมีแนวคิดร่วมกันในการผลักดันให้ชาดอยปู่หมื่นก้าวสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Thailand) ของกรมวิชาการเกษตร เพื่อสร้างมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ให้แก่สมาชิกสามารถนำไปต่อยอดในการจำหน่ายชาให้มีราคาขายมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งเพิ่มรายได้ในระยะยาว

โครงการเพิ่มมูลค่าชาอัสสัม
เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 โดยมีแนวคิดในการนำใบชาไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่น เพื่อยกระดับชาอัสสัมจากดอยปู่หมื่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจาก “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เชฟมิชลิน 2 ดาว ผู้นำเสนอประสบการณ์อาหารไทยแบบ Fine Dining นำใบชามารังสรรค์ 3 เมนูอาหารคาว และ 2 เมนูเครื่องดื่ม พร้อมวางขายเมนูพิเศษในร้านหวานไทย นอกจากนี้เรายังมีแผนที่จะนำชาอัสสัมไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ

ส่วนแผนการพัฒนาชุมชนที่ FWD กำลังดำเนินการร่วมกับชุมชน คือ การแนะนำวิธีการทำการตลาดและการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ ช่องทางออนไลน์ และต่อยอดสู่การออกบูธแสดงสินค้าของชุมชนได้ในอนาคต ผ่านการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมให้ชุมชนมีองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ความรู้ด้านเทคโนโลยี เพื่อเป็นช่องทางการตลาดในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การทำธุรกิจออนไลน์ การทำคอนเทนต์ การถ่ายภาพออนไลน์ ตลอดจนการเล่าเรื่องราว เพื่อสื่อสารอัตลักษณ์เด่นและเรื่องเล่าของชุมชน โดยเราให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการส่งเสริมพัฒนาทั้งห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์ ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง

“นอกจากนี้ ในการทำงานขั้นตอนต่อไป ทางทีมงานพร้อมนำข้อมูลที่ได้เกี่ยวกับผลผลิตใบชาที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้รับมาตรฐานที่เป็นสากล โดยเรามุ่งหวังให้ชุมชนสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน หลังจากได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมความรู้ทั้งในเรื่องสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ FWD ประกันชีวิต จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงการนี้เป็นโมเดลต้นแบบในการพัฒนาชุมชนอื่นๆ ต่อไป” นายเดวิด กล่าว

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save