สมาคมประกันชีวิตไทย ให้การสนับสนุนการประชุมคณะกรรมการสภาธุรกิจประกันภัยไทย ครั้งที่ 3/2568–2570   •   ทิพยประกันภัย อนุมัติจ่ายปันผล 1.50 บาท/หุ้น เคาะจ่ายงวดสุดท้าย 22 เม.ย. 69   •   กรุงเทพประกันภัย จัดกิจกรรม BKI Food Fest มอบอาหารกลางวันสุดพิเศษเติมพลังใจให้พนักงาน   •   เมืองไทยประกันชีวิต จัดพิธีมอบรางวัลเกียรติยศ “MUANG THAI LIFE CONVENTION 2025” อย่างยิ่งใหญ่   •   BAM คว้ารางวัลระดับสากล “Outstanding Brands” แบรนด์ที่โดดเด่นสูงสุดประจำปี 2568 ตอกย้ำพลังแบรนด์ที่สร้างอิทธิพลและความเชื่อมั่นในตลาดอย่างแท้จริง   •   กองทัพบก-ไทยประกันชีวิต ลงนามต่อสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิตทหาร ปีที่ 40   •   บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และ โบลท์ (Bolt) ประเทศไทย ผนึกกำลังขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนระดับประเทศ ผ่านโครงการ “สุภาพบุรุษไรเดอร์”   •   วิริยะประกันภัย จัดดวลสวิงกระชับมิตร พบคู่ค้าภาคเหนือ “Viriyah Invitational Golf Tournament 2026”   •   TQR มองปี 2569 เติบโตโดดเด่น รับเมกะเทรนด์ความเสี่ยง หนุนประกันภัยต่อ PA–Cyber–EV มั่นใจรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง   •   กรุงเทพประกันภัย ส่งเสริมสังคมแห่งการให้ด้วยการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตาอย่างต่อเนื่อง   •   orbix INVEST รุกตลาดคริปโต เปิดตัว “Asset Allocation X-Series” 3 กลยุทธ์บริหารพอร์ตรับมือความผันผวน   •   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร   •   เอไอเอ ประเทศไทย มอบเงินสนับสนุน KKU Volleyball Academy ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำพันธกิจพัฒนาศักยภาพเยาวชนหญิงด้านกีฬาวอลเลย์บอลในภาคอีสาน   •   KKP รุกตลาด Mass Affluent เปิดตัว “KKP EDGE” ชู Purpose-Based Planning แก้โจทย์ “เดอะแบก” รับยุคอายุยืน 100 ปีคาด AUM โตแตะ 2.5 แสนล้านบาทใน 3 ปี   •   TOA ผนึกภาครัฐฯ ระเบิดศึก ‘TOA 3×3 Basketball All Thailand 2026’ ปีที่ 4 ขยาย 15 สนามทั่วไทย ชูยุทธศาสตร์ ‘Domestic Power’ ปั้นเยาวชนไทยสู่ทำเนียบทีมชาติ
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
สมาคมประกันชีวิตไทย ให้การสนับสนุนการประชุมคณะกรรมการสภาธุรกิจประกันภัยไทย ครั้งที่ 3/2568–2570   •   ทิพยประกันภัย อนุมัติจ่ายปันผล 1.50 บาท/หุ้น เคาะจ่ายงวดสุดท้าย 22 เม.ย. 69   •   กรุงเทพประกันภัย จัดกิจกรรม BKI Food Fest มอบอาหารกลางวันสุดพิเศษเติมพลังใจให้พนักงาน   •   เมืองไทยประกันชีวิต จัดพิธีมอบรางวัลเกียรติยศ “MUANG THAI LIFE CONVENTION 2025” อย่างยิ่งใหญ่   •   BAM คว้ารางวัลระดับสากล “Outstanding Brands” แบรนด์ที่โดดเด่นสูงสุดประจำปี 2568 ตอกย้ำพลังแบรนด์ที่สร้างอิทธิพลและความเชื่อมั่นในตลาดอย่างแท้จริง   •   กองทัพบก-ไทยประกันชีวิต ลงนามต่อสัญญากรมธรรม์ประกันชีวิตทหาร ปีที่ 40   •   บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และ โบลท์ (Bolt) ประเทศไทย ผนึกกำลังขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนระดับประเทศ ผ่านโครงการ “สุภาพบุรุษไรเดอร์”   •   วิริยะประกันภัย จัดดวลสวิงกระชับมิตร พบคู่ค้าภาคเหนือ “Viriyah Invitational Golf Tournament 2026”   •   TQR มองปี 2569 เติบโตโดดเด่น รับเมกะเทรนด์ความเสี่ยง หนุนประกันภัยต่อ PA–Cyber–EV มั่นใจรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง   •   กรุงเทพประกันภัย ส่งเสริมสังคมแห่งการให้ด้วยการจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตาอย่างต่อเนื่อง   •   orbix INVEST รุกตลาดคริปโต เปิดตัว “Asset Allocation X-Series” 3 กลยุทธ์บริหารพอร์ตรับมือความผันผวน   •   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต คว้าอันดับ 1 ในเอเชียอาคเนย์ต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และอันดับ 2 ใน AXA International Market ด้านความรับผิดชอบต่อองค์กร   •   เอไอเอ ประเทศไทย มอบเงินสนับสนุน KKU Volleyball Academy ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำพันธกิจพัฒนาศักยภาพเยาวชนหญิงด้านกีฬาวอลเลย์บอลในภาคอีสาน   •   KKP รุกตลาด Mass Affluent เปิดตัว “KKP EDGE” ชู Purpose-Based Planning แก้โจทย์ “เดอะแบก” รับยุคอายุยืน 100 ปีคาด AUM โตแตะ 2.5 แสนล้านบาทใน 3 ปี   •   TOA ผนึกภาครัฐฯ ระเบิดศึก ‘TOA 3×3 Basketball All Thailand 2026’ ปีที่ 4 ขยาย 15 สนามทั่วไทย ชูยุทธศาสตร์ ‘Domestic Power’ ปั้นเยาวชนไทยสู่ทำเนียบทีมชาติ
spot_img

อลิอันซ์ เปิดรายงาน Allianz Global Wealth Report 2023 พบสินทรัพย์ทางการเงินครัวเรือนไทย รับผลกระทบเงินเฟ้อ เติบโตช้าในรอบหลายปี

        สินทรัพย์ทางการเงินของครัวเรือนทั่วโลกลดลงถึง 2.7% มากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการณ์การเงินโลก

        สามในสี่ของการเติบโตของสินทรัพย์ในโลกช่วง 20 ปีที่ผ่านมาไร้ความหมายจากการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ

        สินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะเติบโตระหว่าง 4% ถึง 5% ในอีกสามปีข้างหน้า

        การเติบโตของหนี้สินครัวเรือนลดลงอย่างรวดเร็ว ในเอเชียลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง

        ในประเทศไทย การเติบโตช้าลงแต่ยังเป็นบวกที่ 2.1%

อลิอันซ์เผยแพร่ “Allianz Global Wealth Report” ฉบับที่ 14 วิเคราะห์สถานการณ์สินทรัพย์และหนี้สินของครัวเรือนในเกือบ 60 ประเทศ ระบุปี 2566 เป็นปีที่ย่ำแย่

2565 เป็นปีที่ไม่ดีสำหรับผู้มีเงินออม ราคาสินทรัพย์ลดลงทุกกลุ่มภายใต้ในสถานการณ์ที่อาจเรียกได้ว่า “ทุกอย่างตกต่ำ” สินทรัพย์ทางการเงินของครัวเรือนทั่วโลกลดลงถึง 2.7% ซึ่งถือว่าลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการณ์การเงินโลกในปี 2551 อัตราการเติบโตของสินทรัพย์หลักทั้งสามประเภทแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น หลักทรัพย์ (-7.3%) และประกันภัย/บำนาญ (-4.6%) หดตัวอย่างมาก ในขณะที่เงินฝากธนาคารเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 6.0% ความสูญเสียโดยรวมเท่ากับสินทรัพย์ทางการเงินมูลค่า 6.6 ล้านล้านยูโร สินทรัพย์ทางการเงินรวมอยู่ที่ 233 ล้านล้านยูโร ณ สิ้นปี 2565 63.9 ล้านล้านยูโรหรือ 27% อยู่ในภาคครัวเรือนในเอเชีย

ประเทศไทยมีการเติบโตในระดับปานกลาง

สินทรัพย์ทางการเงินรวมของครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นเพียง 2.1% ในปี 2565 ซึ่งต่ำกว่าการเพิ่มขึ้น 9.7% ในปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุหลัก คือ การลดลงของสินทรัพย์ต่างๆ อาทิ สินทรัพย์ประกัน/บำนาญ ซึ่งสูญเสียมูลค่ากว่า 3.5% เป็นการลดลงครั้งแรกในศตวรรษนี้ หลักทรัพย์ก็น่าผิดหวังเช่นกัน โดยเติบโตลดลงจาก 26.4% (2564) เป็น 3.1% ในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เงินฝากธนาคารซึ่งมีส่วนแบ่งพอร์ตการลงทุนมากกว่า 50% และเป็นประเภทสินทรัพย์หลักในประเทศไทยยังทรงตัว โดยเติบโตขึ้น 3.6% (2564: 4.0%) เมื่อเทียบกับปีก่อนเกิดโรคระบาดในปี 2562 สินทรัพย์ทางการเงินสูงขึ้น 20.8% แต่เป็นในเชิงตัวเลขเท่านั้น เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว การเพิ่มขึ้นจะลดลงเฉลี่ย 13.5% ในสามปี

ในขณะที่การเติบโตของหนี้สินชะลอตัวลงเล็กน้อยเป็น 3.7% เทียบกับ 3.9% ในปี 2564 จึงทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อ GDP ลดลง 3 จุด อยู่ที่ 87% ซึ่งยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 26 จุด โดยสินทรัพย์ทางการเงินสุทธิเกือบจะทรงตัว (+0.5%) ด้วยสินทรัพย์ทางการเงินสุทธิต่อหัวที่ 5.11 พันล้านยูโร ทำให้ประเทศไทยวันนี้ยังคงอยู่ในอันดับที่ 45 ในการจัดอันดับประเทศที่ร่ำรวยที่สุด

ด้านอเมริกาเหนือมีอัตราการเติบโตลดลงมากที่สุด หรือลดลง 6.2% ตามมาด้วยยุโรปตะวันตก (4.8%) ในทางกลับกัน เอเชียยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดี โดยค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอยู่ที่ 4.6% ในปี 2565 เทียบกับ 10.2% ในปี 2564 แม้แต่ญี่ปุ่นยังมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะเล็กน้อยมาก (0.2%) ในทางตรงกันข้าม ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์มีการเติบโตเป็นเลขสองหลัก สินทรัพย์ทางการเงินของจีนเติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยสูงถึง 6.9% แต่ในปีที่แล้วสูงขึ้น 13.3% และมีค่าเฉลี่ยระยะยาวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 15.9% ถือเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยเป็นผลจากการล็อกดาวน์หลายครั้ง

แม้จะขาดทุนอย่างหนัก แต่สินทรัพย์ทางการเงินในครัวเรือนทั่วโลกยังคงสูงกว่าช่วงก่อนโควิด 19 เกือบ 19% ณ สิ้นปีที่แล้ว ในเชิงตัวเลข เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อ เกือบสองในสามของการเติบโต (เชิงตัวเลข) ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคา และส่งผลให้การเติบโตที่แท้จริงลดลงเหลือเพียง 6.6% ภายในสามปี ในขณะที่ภูมิภาคส่วนใหญ่ของโลกสามารถรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างแท้จริง ยุโรปตะวันตกไม่ได้เป็นเช่นนั้น โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยไม่ได้มีความหมายอะไรเลย และความมั่งคั่งที่แท้จริงลดลง 2.6% เมื่อเทียบกับปี 2563 เอเชียมีการเติบโตที่แท้จริงเกือบ 20% ในช่วงสามปี จากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง ไม่เว้นแม้กระทั่งในจีนและญี่ปุ่น

ลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของอลิอันซ์ กล่าวว่า “ศัตรูที่แท้จริงของเงินออมคือ เงินเฟ้อ ไม่เฉพาะแต่เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นตั้งแต่หลังโควิด 19 ที่พุ่งสูงขึ้น ในประเทศไทย การเติบโตเชิงตัวเลขและการเติบโตที่แท้จริงแตกต่างกันอย่างมาก สินทรัพย์ต่อประชากรเพิ่มขึ้น 390% หากไม่นับอัตราเงินเฟ้อในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เมื่อปรับตามกำลังซื้อ สินทรัพย์ต่อประชากรเพิ่ม 150% แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการออมอย่างชาญฉลาดและความเท่าทันทางการเงิน แต่ภาวะเงินเฟ้อเป็นเหมือนมารร้ายที่ยากจะเอาชนะได้ หากไร้การกระตุ้นเตือนและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อการออมในระยะยาว ผู้มีเงินออมส่วนใหญ่อาจประสบปัญหา”

มาตรการรัดเข็มขัด

การฟื้นตัวของอัตราดอกเบี้ยส่งผลอย่างชัดเจนในด้านหนี้สินของงบดุลครัวเรือน หลังจากที่หนี้ภาคเอกชนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 7.8% ในปี 2564 การเติบโตก็ลดลงอย่างมากในปีที่แล้วที่ 5.7% ในเอเชีย การเติบโตของหนี้ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง จาก 10.3% (2564) เป็น 5.8% (2565) การลดลงอย่างรวดเร็วที่สุดเกิดขึ้นในประเทศจีน โดยการเติบโตของหนี้ในปีที่แล้วที่ 5.4% ถือเป็นการเติบโตที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยรวมแล้ว หนี้สินในครัวเรือนทั่วโลกมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 55.8 ล้านล้านยูโร ณ สิ้นปี 2565 โดย 32% หรือ 18.1 ล้านล้านยูโรอยู่ในภาคครัวเรือนเอเชีย เนื่องจากช่องว่างระหว่างหนี้และการเติบโตทางเศรษฐกิจกว้างขึ้นเป็น 3.9 จุดร้อยละ อัตราส่วนหนี้สินต่อ GDP ทั่วโลก (หนี้สินคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ GDP) จึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่า 2 จุดร้อยละ เป็น 66% ในปี 2565 ซึ่งหมายความว่าอัตราส่วนหนี้สินทั่วโลกสำหรับ ครัวเรือนส่วนบุคคลกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับตอนต้นสหัสวรรษ ซึ่งเป็นระดับความมั่นคงที่น่าทึ่งซึ่งแทบจะไม่สอดคล้องกับความเชื่อที่ว่าทั่วโลกกำลังจมอยู่กับหนี้ อย่างไรก็ตาม มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภาวะหนี้ของโลก ประการแรกและสำคัญที่สุดคือ ประเทศที่พัฒนาแล้วมีเสถียรภาพในลักษณะของการพัฒนา ในทางกลับกัน ตลาดเกิดใหม่ส่วนใหญ่มีอัตราส่วนหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ในเอเชียโดยรวม อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 61% ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งสูงกว่าระดับเมื่อ 20 ปีที่แล้วประมาณ 7 จุดร้อยละ ค่าเฉลี่ยนี้แสดงถึงการพัฒนาที่น่าทึ่งบางประการ ตัวอย่างเช่น ในประเทศจีน อัตราส่วนหนี้สินสูงขึ้นมากกว่าสามเท่าอยู่ที่ 61%

สินทรัพย์ทางการเงินสุทธิทั่วโลก ลดลงอย่างมากถึง 5.2% อยู่ที่ 176 ล้านล้านยูโร อย่างไรก็ตาม เอเชียเพิ่มขึ้น 4.2% เป็น 46 ล้านล้านยูโร แต่ไม่ใช่ทุกประเทศในภูมิภาคนี้ที่จะเห็นการเติบโตเชิงบวกหลังเกิดหนี้สิน ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย สินทรัพย์ทางการเงินสุทธิลดลง แม้จะแค่เล็กน้อยก็ตาม

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save