เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมสนับสนุน Siriraj x MIT Hacking Medicine ต่อเนื่องปีที่ 3 ขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ   •   OCEAN LIFE ไทยสมุทร ชวน “รักตัวเองแบบลงมือทำ” ใน SELF LOVE FESTIVAL 14-15 พ.ย. นี้ ที่ Cloud 11   •   พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ร่วมกับ มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย รังสรรค์มื้ออาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มอบประสบการณ์เหนือระดับแก่สมาชิก CIMB PREFERRED   •   Allianz Ayudhya presents LEGACY RACE 2026 จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมนักสู้วัย 50+ กว่า 300 คน ก่อนพิชิตสนามจริง   •   ธ.ก.ส. ร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา   •   กรุงเทพประกันภัย จัดโปรโมชันพิเศษ ฉลองเปิดให้บริการ BKI Care Station สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์   •   ไทยพาณิชย์–FWD ชูพลัง “Diversification” สร้าง Resilience Wealth รับโลกการลงทุนยุคใหม่   •   จาก หนี้เสีย สู่ โอกาสไปต่อ : รู้จัก “SAM” กับทางเลือกแก้หนี้และบริหารทรัพย์   •   เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม สานต่อ “โครงการแสงแก้ว” ปีที่ 8 คืนการมองเห็น สร้างคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยและกลุ่มเปราะบาง   •   เอไอเอ ประเทศไทย มอบสินไหมช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่ ผู้เสียชีวิตจากการถูกเสือโคร่งทำร้าย   •   กรุงเทพประกันชีวิต ตอกย้ำความใส่ใจและมาตรฐานบริการที่เป็นเลิศ คว้า 2 รางวัล ตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น จากเวที Prime Minister’s Insurance Awards 2026   •   เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่ ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง   •   กรุงศรีคว้า ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับเป้าหมายในการเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน   •   โฆษณาไทยประกันชีวิต “รอยสักของแม่” คว้ารางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ส่งต่อพลังแห่งความรัก ตอกย้ำคุณค่าสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม   •   กรุงเทพประกันภัย คว้า 2 รางวัล คปภ. เด่นด้าน ESG ปีที่ 3–ประกันภัยเพื่อประชาชนปีที่ 7
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมสนับสนุน Siriraj x MIT Hacking Medicine ต่อเนื่องปีที่ 3 ขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ   •   OCEAN LIFE ไทยสมุทร ชวน “รักตัวเองแบบลงมือทำ” ใน SELF LOVE FESTIVAL 14-15 พ.ย. นี้ ที่ Cloud 11   •   พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ร่วมกับ มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย รังสรรค์มื้ออาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มอบประสบการณ์เหนือระดับแก่สมาชิก CIMB PREFERRED   •   Allianz Ayudhya presents LEGACY RACE 2026 จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมนักสู้วัย 50+ กว่า 300 คน ก่อนพิชิตสนามจริง   •   ธ.ก.ส. ร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา   •   กรุงเทพประกันภัย จัดโปรโมชันพิเศษ ฉลองเปิดให้บริการ BKI Care Station สาขาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์   •   ไทยพาณิชย์–FWD ชูพลัง “Diversification” สร้าง Resilience Wealth รับโลกการลงทุนยุคใหม่   •   จาก หนี้เสีย สู่ โอกาสไปต่อ : รู้จัก “SAM” กับทางเลือกแก้หนี้และบริหารทรัพย์   •   เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกับ มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม สานต่อ “โครงการแสงแก้ว” ปีที่ 8 คืนการมองเห็น สร้างคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยและกลุ่มเปราะบาง   •   เอไอเอ ประเทศไทย มอบสินไหมช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่ ผู้เสียชีวิตจากการถูกเสือโคร่งทำร้าย   •   กรุงเทพประกันชีวิต ตอกย้ำความใส่ใจและมาตรฐานบริการที่เป็นเลิศ คว้า 2 รางวัล ตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น จากเวที Prime Minister’s Insurance Awards 2026   •   เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่ ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง   •   กรุงศรีคว้า ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับเป้าหมายในการเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน   •   โฆษณาไทยประกันชีวิต “รอยสักของแม่” คว้ารางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ส่งต่อพลังแห่งความรัก ตอกย้ำคุณค่าสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม   •   กรุงเทพประกันภัย คว้า 2 รางวัล คปภ. เด่นด้าน ESG ปีที่ 3–ประกันภัยเพื่อประชาชนปีที่ 7
spot_img

ตกผลึกแนวคิด “เหตุผลที่เรามารวมกัน” ตลอดเส้นทางกว่า 100 ปี ของ “เอสซีจี”

... min read

ตกผลึกแนวคิดจากหนังสือ “เหตุผลที่เรามารวมกัน” ตลอดการเดินทางกว่า 111 ปี ของเอสซีจี ชวนย้อนมองอดีตจากจุดเริ่มต้น ถึงปัจจุบัน และอนาคต การทำธุรกิจควบคู่กับดูแลสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม พร้อมปรับตัวตามทิศทางโลก

เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นกติกาสากล ที่จำเป็นต่อการก้าวไปข้างหน้าของโลกอนาคต ถึงเวลาที่ผู้คนทั่วโลกต้องร่วมมือร่วมใจกันทำอะไรสักอย่างเพื่อโลก เพราะไม่มีใครสามารถเดินไปข้างหน้าได้เพียงลำพัง 

หนังสือ “เหตุผลที่เรามารวมกัน” ได้ฉายภาพการเดินทางของเอสซีจีตลอด 111 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2456 ว่าได้พัฒนาธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง จากจุดเริ่มต้นความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) มาจนถึงปัจจุบันที่ยกระดับสู่แนวทาง ESG (Environmental, Social, Governance) โดยเอสซีจีได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาตั้งแต่แรกเริ่ม และปรับเปลี่ยนไปตามบริบทสังคมโลก ทั้งในแง่ความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม สังคม หรือแม้แต่ยามเกิดวิกฤตต่าง ๆ โดยยึดพื้นที่ชุมชนใกล้โรงงานเป็นโจทย์แรกก่อน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน ขยายไปสู่สังคมภายนอก ซึ่งการทำทุกกิจกรรมไม่ได้เกิดขึ้นจากเอสซีจีฝ่ายเดียว แต่มาจากความร่วมมือระหว่างชุมชน หน่วยงาน องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละด้าน ที่รับรู้และเข้าใจปัญหา มีความเชื่อมั่นศรัทธาเหมือนกัน สามัคคีทำงานด้วยกัน จึงเป็นเหตุผลที่เรามารวมกัน ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้สะท้อนแนวคิดออกมาหลายด้าน ดังจะยกตัวอย่างต่อไปนี้

ธุรกิจที่ดีต้องไม่ทำลายศีลธรรมและสิ่งแวดล้อม

การทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นแนวคิดที่เริ่มมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ตามคำบอกเล่าของศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ประธานคณะกรรมการกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี ว่าหากย้อนไปในช่วงเริ่มต้นเมื่อร้อยปีก่อน เอสซีจีก่อตั้งขึ้นมาเพื่อผลิตปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ต้องซื้อจากต่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 เมื่อถึงสมัยของรัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงไปศึกษาต่างประเทศ และทรงได้รู้ว่าถ้ายังต้องพึ่งพาคนอื่นต่อไป เราก็จะไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ จึงให้มีการสำรวจดูว่าดินที่ไหนทำปูนซีเมนต์ได้บ้าง และต่อมาจึงเกิดการตั้งเอสซีจี พร้อมกับถอดพระราชประสงค์ของในหลวงรัชกาลที่ 6 ออกมาจนเกิดปรัชญา“ต้องรับผิดชอบต่อแผ่นดิน”ซึ่งหมายถึงจะทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย และสิ่งสำคัญของการทำธุรกิจคือ “ต้องไม่ทำลายศีลธรรมและสิ่งแวดล้อม” 

ทั้งนี้ เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมถือเป็นหนึ่งใน “อุดมการณ์ 4” ที่คนเอสซีจียึดถือเป็นหลักในการทำงาน ประกอบด้วย 1. ตั้งมั่นในความเป็นธรรม ต้องมีความรับผิดชอบ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องได้รับความเป็นธรรม เช่น ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุดทั้งด้านคุณภาพและราคา พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี  2. มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ มุ่งทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความตั้งใจ  3. เชื่อมั่นในคุณค่าของคน โดยเฉพาะพนักงานที่เป็นทรัพยากรที่มีค่า  4. ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม ต้องปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบในทุกพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินงาน

ไม่คบเพื่อนที่ไม่มีจรรยาบรรณ 

นอกจากนี้ เอสซีจียังมี “จรรยาบรรณเอสซีจี” เพื่อให้พนักงานทุกระดับใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน มีการทบทวนและปรับให้เข้ากับยุคสมัยและประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญ ทั้งความเท่าเทียมทางเพศ สิทธิมนุษยชน ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม โดยทำให้ลึกซึ้งยิ่งกว่ากฎหมาย เพราะอะไรก็ตามที่อยู่ในข้อกฎหมาย ถ้าละเมิดก็เท่ากับทำผิด แต่บางเรื่องอาจไม่ผิดกฎหมาย แต่เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่ควรทำ ซึ่งพนักงานจะต้องเรียนรู้หลักและแนวปฏิบัติตามจรรยาบรรณเอสซีจี นอกจากนี้ยังมี “จรรยาบรรณคู่ธุรกิจ” สำหรับเครือข่ายธุรกิจนับหมื่นราย เป็นเหมือนหลักการคบเพื่อน ไม่ว่าจะธุรกิจไหนถ้าจะคบกันระยะยาว ก็ควรเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน 

การช่วยเหลือสังคม ต้องไม่ใช่การหยิบยื่นให้

ในทุกโครงการที่เอสซีจีช่วยเหลือชุมชน จะต้องทำให้เขาอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยเอสซีจีน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ที่ว่า “สอนคนให้ตกปลา หาอาหารได้ด้วยตนเอง มิใช่หยิบยื่นปลาให้” เช่น โครงการ ‘รักภูผามหานที’ สร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อฟื้นน้ำคืนป่า แก้ปัญหาไฟไหม้ป่าบ่อย โดยเริ่มต้นจากพื้นที่รอบโรงงานเอสซีจี ซึ่งเอสซีจีจะชวนพนักงาน ชุมชน มาคลายปมว่าสาเหตุไฟป่าคืออะไร จนพบว่าพื้นที่ขาดความชุ่มชื้น เลยเกิดเป็นการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อชะลอน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขา ให้ต้นไม้ได้กักเก็บความชุ่มชื้น ชักชวนชาวบ้านเข้ามาทำฝาย หรือโครงการ ‘พลังชุมชน’ ที่ตั้งใจช่วยให้คนไทยเลิกจน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ให้ชาวบ้านเห็นคุณค่าในตนเอง และเชื่อมั่นว่าสามารถพึ่งพาตนเองได้ และยังเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ด้วย ด้วยการให้ความรู้คู่คุณธรรม ใช้หลักการตลาดแปรรูปผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่ม ตรงใจลูกค้า หาวิธีการและช่องทางจำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย

ปรับตัวตลอดเวลา อยู่ที่ไหนเป็นพลเมืองดีของที่นั่น

เอสซีจีมีวัฒนธรรมของการปรับตัวตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ในด้านการทำธุรกิจ แต่เมื่อไปอยู่ที่ไหนก็ต้องเป็นพลเมืองดีของที่นั่นด้วย ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ อย่างโครงการ CSR แรก ๆ ก็เป็นการบริจาคเหมือนบริษัทอื่น จากนั้นเริ่มขยายความรับผิดชอบต่อสังคมกว้างขึ้นไปสู่ระดับประเทศ และต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจอยู่ โดยเน้นการมีส่วนร่วมและสร้างความร่วมมือกับคนในพื้นที่และหน่วยงานต่าง ๆ  เช่น ร่วมกับโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์กรมหาชน) ดำเนินโครงการ ‘SCG Sharing the Brighter Vision’ ผ่าตัดรักษาผู้ป่วยต้อกระจกชาวเมียนมา คืนแสงสว่างให้การมองเห็น

“CSR ผ่านไป 30 ปีก็อาจจะต้องปรับ ผ่านไป 50 ปีก็ต้องปรับ แต่มีหลักการที่ต้องเหมือนเดิมคือ ไม่สร้างผลกระทบด้านลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างผลบวก คือ 1. ไม่ทำลาย  2. เพิ่มศักยภาพ เพิ่มคุณภาพชีวิต เพิ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อม” ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม กล่าว

เมื่อเกิดวิกฤตเรือต้องแล่นไปข้างหน้า ขณะเดียวกันก็ต้องอุดรูรั่วของเรือไปด้วย

ในหนังสือยกสถานการณ์โควิด 19 ปี 2563 ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ และไม่มีใครมีความเชี่ยวชาญหรือความรู้มากพอ สิ่งที่เอสซีจีทำอย่างแรกคือ ทำความเข้าใจสถานการณ์ และดูว่าวิกฤตนี้จะส่งผลต่อธุรกิจในมิติไหนบ้าง จะลงมือทำอะไรได้บ้าง โดยสิ่งแรกที่ทำคือ ดูแลพนักงานให้ปลอดภัยก่อน แยกพนักงานออกเป็นกลุ่ม ๆ

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี ปี 2559-2566 กล่าวว่า การประคับประคองตอนนั้นสถานการณ์ไม่ต่างจากการแล่นเรือที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้า แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องอุดรูรั่วของเรือไปด้วย และนอกจากการดูแลพนักงานในองค์กรแล้ว ได้ต่อยอดไปสู่การช่วยเหลือสังคม ซึ่งจะเห็นว่าในยามวิกฤตนั้น เอสซีจีได้นำนวัตกรรมมากมายออกมาช่วยบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นห้องตรวจหาเชื้อ ห้องไอซียูโมดูลาร์ แคปซูลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ เตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี และที่สำคัญคือการประสานเรื่องวัคซีนโควิด 19 กับต่างประเทศ

โลกแปรปรวน หาแนวทางกู้โลก และสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ 

เอสซีจีเริ่มจากธุรกิจปูนซีเมนต์จากนั้นเป็นวัสดุก่อสร้าง กระดาษ บรรจุภัณฑ์ และปิโตรเคมี ธุรกิจเหล่านี้มีส่วนช่วยในการพัฒนาบ้านเมือง ให้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ใช้ทรัพยากรและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ทุก ๆ ปีจะมีการทบทวนกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน และได้ยกระดับสู่ ESG 4 Plus” ประกอบด้วย มุ่ง Net Zero – Go Green – Lean เหลื่อมล้ำ – ย้ำร่วมมือ Plus เชื่อมั่น โปร่งใส เริ่มจากกู้โลกเดือดโดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด ซึ่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดสามารถเป็นได้ทั้งโอกาสและความท้าทาย ถ้าปรับตัวช้า จากความท้าทายจะกลายเป็นปัญหา แต่ถ้าเริ่มตั้งแต่วันนี้จากเล็กไปใหญ่ จากน้อยไปมาก ทำในส่วนที่เอื้ออำนวย จะเป็นโอกาส 

ตัวอย่างเรื่องพลังงานสะอาด เช่น ร่วมกับชุมชนรอบโรงงานรับซื้อเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว ใบอ้อย มาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลใช้ในโรงงานปูนซีเมนต์ ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในหลายพื้นที่ของบริษัท ทั้งโซลาร์บนหลังคา โซลาร์ฟาร์ม โซลาร์ลอยน้ำ

ภารกิจบทใหม่ ลุกขึ้นมาร่วมมือ สร้างโลกให้น่าอยู่   

ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมไม่เคยเป็นเรื่องเก่า แต่ละปีจะมีประเด็นเร่งด่วนที่แตกต่างกันตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เอสซีจีมีการจัดเวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืน หรือ SD Symposium มาตั้งแต่ปี 2553 เพื่อเป็นแพลตฟอร์มรวมพลระดับสากล แต่พอปี 2565 ปัญหาโลกร้อนรุนแรงขึ้น จึงยกระดับเป็น ESG Symposium และยิ่งปี 2566 องค์การสหประชาชาติประกาศว่าโลกเข้าสู่วิกฤตโลกเดือด การหารือจึงยกระดับความเข้มข้นขึ้นอีก

คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี กล่าวว่า ESG Symposium เป็นพื้นที่ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง อย่างปี 2566 ได้เปิดเวทีให้ตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ มาระดมสมอง หารือเพื่อร่วม เร่ง เปลี่ยนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผ่าน 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1. สร้างสระบุรีแซนด์บอกซ์ เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย  2. ผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เป็นวาระแห่งชาติ  3. เปลี่ยนสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน  4. เปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งข้อเสนอจากการหารือได้ถูกเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นแนวทางขับเคลื่อนต่อไป

นับเป็นภารกิจบทใหม่ในการเดินทางสู่สังคมคาร์บอนต่ำที่ยังมีความท้าทายอยู่มาก เรื่องราวต่าง ๆ ในหนังสือ “เหตุผลที่เรามารวมกัน” เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียนบนเส้นทางการขับเคลื่อนความยั่งยืนของเอสซีจี ที่ร่วมมือกับหลากหลายภาคส่วนตลอดกว่าศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งหวังว่าจะสร้างแรงบันดาลใจและมุมมองใหม่ ๆ ให้กับผู้ร่วมทางทุกคนไม่มากก็น้อย ติดตามอ่านหนังสือเล่มนี้ โดยดาวน์โหลดได้ที่ https://www.scg.com/pdf/th/the-power-of-collaboration.pdf 

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save