ธนาคารไทยเครดิต โชว์ผลงานแกร่ง ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,016 ลบ. ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน ตอกย้ำการเติบโตอย่างสมดุลและแข็งแกร่ง   •   การเคหะแห่งชาติ เดินหน้าดูแลคุณภาพชีวิตผู้พักอาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย–กัมพูชา   •   BAM เข้าพบ ผู้ว่า ธปท. เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2569 พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการบริหารหนี้และการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย   •   “แอกซ่าประกันภัย” เปิดตัว “AXA Travel LINE Call” ยกระดับการช่วยเหลือฉุกเฉิน เคียงข้างทุกการเดินทาง   •   “ทีเส็บ” ตั้งเป้า 5 ปี จัดงานลดปล่อยคาร์บอน ยกระดับไมซ์ไทยสู่ความยั่งยืน   •   พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ประกาศจุดยืน! เดินหน้า “ประกันสุขภาพเหมาจ่าย” สร้างมาตรฐานใหม่ตลาดประกันสุขภาพไทย   •   “ไทยประกันชีวิต” สร้างวัฒนธรรมการ “ดูแลด้วยหัวใจ” ฟื้นฟูกายใจพนักงานและฝ่ายขายภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย   •   ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการปี 2568 กำไร 49,565 ล้านบาท   •   “กรุงศรี” ประกาศผลกำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 31.74 พันล้านบาท มุ่งเน้นกลยุทธ์เติบโตอย่างมีคุณภาพ   •   กรุงเทพประกันชีวิต คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับเอเชียแปซิฟิก จากเวที Contact Center Associations of Asia Pacific Awards 2025   •   คปภ. เร่งเยียวยาผู้สูญเสียเหตุเครนก่อสร้างถล่ม จ่ายเงินประกัน CAR ครอบคลุม 18 ครอบครัว   •   เอไอเอ ประเทศไทย คว้ารางวัล Top Investment Houses สาขา Local Currency Bonds จาก The Asset Benchmark Research Awards 2025   •   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ร่วมกับ โตโยต้า ลีสซิ่ง ขอร่วมเชิดชูเกียรติแด่ทหารกล้าผู้เสียสละ พร้อมดำเนินการส่งมอบสินไหมทดแทน แก่ครอบครัว   •   BAM เข้าอวยพรปีใหม่ รมว.คลัง เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2569 พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนสู่ผู้นำ AMC เพื่อสังคม   •   เลขาธิการ คปภ. เข้าพบรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม หารือแนวทางช่วยเหลือด้านประกันภัยและการจ่ายเงินเยียวยาเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟโดยสาร
spot_img
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
ธนาคารไทยเครดิต โชว์ผลงานแกร่ง ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,016 ลบ. ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน ตอกย้ำการเติบโตอย่างสมดุลและแข็งแกร่ง   •   การเคหะแห่งชาติ เดินหน้าดูแลคุณภาพชีวิตผู้พักอาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย–กัมพูชา   •   BAM เข้าพบ ผู้ว่า ธปท. เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2569 พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการบริหารหนี้และการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย   •   “แอกซ่าประกันภัย” เปิดตัว “AXA Travel LINE Call” ยกระดับการช่วยเหลือฉุกเฉิน เคียงข้างทุกการเดินทาง   •   “ทีเส็บ” ตั้งเป้า 5 ปี จัดงานลดปล่อยคาร์บอน ยกระดับไมซ์ไทยสู่ความยั่งยืน   •   พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ประกาศจุดยืน! เดินหน้า “ประกันสุขภาพเหมาจ่าย” สร้างมาตรฐานใหม่ตลาดประกันสุขภาพไทย   •   “ไทยประกันชีวิต” สร้างวัฒนธรรมการ “ดูแลด้วยหัวใจ” ฟื้นฟูกายใจพนักงานและฝ่ายขายภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย   •   ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการปี 2568 กำไร 49,565 ล้านบาท   •   “กรุงศรี” ประกาศผลกำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 31.74 พันล้านบาท มุ่งเน้นกลยุทธ์เติบโตอย่างมีคุณภาพ   •   กรุงเทพประกันชีวิต คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับเอเชียแปซิฟิก จากเวที Contact Center Associations of Asia Pacific Awards 2025   •   คปภ. เร่งเยียวยาผู้สูญเสียเหตุเครนก่อสร้างถล่ม จ่ายเงินประกัน CAR ครอบคลุม 18 ครอบครัว   •   เอไอเอ ประเทศไทย คว้ารางวัล Top Investment Houses สาขา Local Currency Bonds จาก The Asset Benchmark Research Awards 2025   •   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ร่วมกับ โตโยต้า ลีสซิ่ง ขอร่วมเชิดชูเกียรติแด่ทหารกล้าผู้เสียสละ พร้อมดำเนินการส่งมอบสินไหมทดแทน แก่ครอบครัว   •   BAM เข้าอวยพรปีใหม่ รมว.คลัง เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2569 พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนสู่ผู้นำ AMC เพื่อสังคม   •   เลขาธิการ คปภ. เข้าพบรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม หารือแนวทางช่วยเหลือด้านประกันภัยและการจ่ายเงินเยียวยาเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟโดยสาร
spot_img
spot_img

ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการปี 2568 กำไร 49,565 ล้านบาท

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 เผชิญแรงกดดันทั้งจากปัญหาเชิงโครงสร้างและปัจจัยลบที่ทยอยเข้ามากระทบตลอดทั้งปี โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่คาด นอกจากนี้ สัญญาณจากการใช้จ่ายภายในประเทศยังมีทิศทางอ่อนแรงลง โดยการบริโภคภาคครัวเรือนเผชิญข้อจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและรายได้ที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ขณะที่ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และปัจจัยการเมืองภายในประเทศมีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน แม้ว่าภาคการส่งออกจะขยายตัวสูงจากการเร่งส่งออกก่อนมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในประเทศจะช่วยผ่อนคลายภาระทางการเงินของลูกหนี้บางส่วน แต่แรงหนุนดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม

สำหรับปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง เนื่องจากผลกระทบของปัจจัยภายนอกที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สงครามการค้าของสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะกดดันให้ภาคการส่งออกของไทยหดตัวลง ขณะที่การใช้จ่ายภาคเอกชน ทั้งการบริโภคและการลงทุน ยังถูกจำกัดด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐแม้ยังมีบทบาทพยุงเศรษฐกิจ แต่ก็อาจเพิ่มแรงหนุนได้ไม่มากท่ามกลางความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ

ธนาคารกสิกรไทยและบริษัทย่อยยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ผ่านการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 3+1 และการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายซึ่งรวมถึง ผู้ฝากเงิน ผู้ลงทุน ลูกค้าบุคคล ลูกค้าธุรกิจ และส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนสนับสนุนภาครัฐในโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มที่ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูงในปี 2568 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 49,565 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน โดยกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้มีจำนวน 109,951 ล้านบาท ลดลงจำนวน 4,043 ล้านบาท หรือ 3.55% จากปีก่อน เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่มีจำนวน 137,152 ล้านบาท ลดลงจำนวน 10,852 ล้านบาท หรือ 7.33% ตามภาวะอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างปี เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้ลูกค้า และการเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่ชะลอตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) ลดลงอยู่ที่ระดับ 3.23%

อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 57,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 7,408 ล้านบาท หรือ 14.75% โดยหลักเกิดจาก

1) ผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยที่เติบโตขึ้น

2) รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เติบโต ส่วนใหญ่จากการให้บริการบริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้าผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ครอบคลุมทั้งของธนาคารและบริษัทย่อย รวมทั้งพันธมิตร สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เอื้อในการลงทุน

3) กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ และรายได้จากการลงทุน ด้วยนโยบายการกระจายความเสี่ยงการลงทุน และการสร้างผลตอบแทนอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับภาวะตลาด

สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 84,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจำนวน 599 ล้านบาท หรือ 0.71% ซึ่งได้รวมค่าใช้จ่ายพิเศษในการดูแลพนักงานเพิ่มเติม โดยธนาคารและบริษัทย่อยยังคงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) สำหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 43.56% นอกจากนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยพิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss: ECL) จำนวน 40,312 ล้านบาท ลดลงจำนวน 6,939 ล้านบาท หรือ 14.69% โดยยังคงเป็นสำรองฯ ที่ตั้งตามหลักความระมัดระวังอย่างรอบคอบซึ่งปฏิบัติมาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระดับสำรองฯ มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์และความไม่แน่นอนของปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ยังคงเผชิญกับความท้าทาย ในไตรมาส 4 ปี 2568 เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้จำนวน 24,825 ล้านบาท ลดลงจำนวน 3,455 ล้านบาท หรือ 12.22% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 23,027 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,061 ล้านบาท หรือ 9.84% ซึ่งเป็นตามฤดูกาลของการใช้จ่าย ธนาคารและบริษัทย่อยได้พิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องจำนวน 10,265 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน เพื่อให้สำรองฯ อยู่ในระดับที่เหมาะสม รองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง และสถานการณ์ในอนาคตยังคงเผชิญความท้าทายจากทั้งในและนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารในไตรมาส 4 ปี 2568 จึงมีจำนวน 10,278 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนจำนวน 2,729 ล้านบาท หรือ 20.98% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมจำนวน 4,558,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 217,664 ล้านบาท หรือ 5.01% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่ปรับปรุงใหม่ ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนสุทธิ ซึ่งเป็นการลงทุนตามการคาดการณ์ภาวะตลาดและทิศทางอัตราดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม เงินให้สินเชื่อสุทธิลดลงเล็กน้อย เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ โดยธนาคารยังคงมุ่งเน้นการขยายสินเชื่ออย่างมีคุณภาพด้วยผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยงให้เหมาะสม และยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) อยู่ที่ระดับ 3.20% ซึ่งยังคงต้องดำเนินการติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวังใกล้ชิดในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 162.75% สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่ที่ 20.35%

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save