“กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน เริ่มให้ความคุ้มครองบ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ 30 ล้านหลังคาเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และเพียงไม่กี่วันหลังเริ่มความคุ้มครอง ระบบประกันภัยได้เริ่มเข้ามารองรับความเสียหายจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่
หลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและวาตภัย สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร โดยจังหวัดลำพูนพบความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 225 หลังคาเรือน ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 2 หลังคาเรือน

คปภ.ลงพื้นที่ เร่งให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. พร้อมผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งประสานหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจประกันภัย ให้ผู้ประสบภัยสามารถยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนได้อย่างรวดเร็ว
ในพื้นที่ลำพูน เจ้าหน้าที่ คปภ. ร่วมกับจังหวัดนำร่องรวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัยประมาณ 225 หลังคาเรือน พร้อมช่วยตรวจสอบเอกสาร ภาพถ่ายความเสียหาย และแนะนำขั้นตอนการลงทะเบียน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่อาจมีข้อจำกัดในการดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ด้วยตนเอง

เลขาธิการ คปภ. ย้ำ “ต้องได้รับสิทธิอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว”
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้รับข้อสั่งการจากรัฐบาลให้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเร่งประชาสัมพันธ์สิทธิความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้โดยเร็ว

สำหรับกรมธรรม์ดังกล่าว ให้ความคุ้มครองภัยใหม่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว
กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย คุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยกรณีอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมเบื้องต้น 10,000 บาท และสามารถพิจารณาความเสียหายเพิ่มเติมได้อีกไม่เกิน 90,000 บาท
ส่วนกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ ให้ความคุ้มครอง 2 ล้านบาทต่อราย และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 200,000 บาทต่อราย
“สำนักงาน คปภ. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว โดยจะเร่งกระบวนการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่บริษัทได้รับหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด”
— นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ.



ภาคธุรกิจประกันภัยเตรียมระบบรับมือ
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า มีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมโครงการจำนวน 11 บริษัท และได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสินไหมทดแทนเฉพาะกิจ พร้อมวางระบบรับแจ้งเหตุและกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทั้งส่วนความเสียหายเบื้องต้นและส่วนความเสียหายเพิ่มเติม
สำหรับบ้านเรือนที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง ต้องเป็นบ้านที่มีทะเบียนบ้านและมีข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยความคุ้มครองครอบคลุม สิ่งปลูกสร้าง แต่ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์
ประชาชนสามารถแจ้งความเสียหายผ่านเว็บไซต์ ThaiNATCAT, LINE Official Account @ThaiNATCAT, ศูนย์บริการลูกค้า 02-012-5555 หรือจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ โดยสามารถยืนยันตัวตนผ่าน ThaID และแนบภาพถ่ายความเสียหายเข้าสู่ระบบได้ ที่สำคัญ สมาคมประกันวินาศภัยไทยเตรียมนำ AI มาช่วยประเมินความเสียหาย เพื่อเร่งกระบวนการพิจารณาค่าสินไหม หากผู้ประสบภัยไม่ยอมรับผลการประเมิน จะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความเสียหายอีกครั้ง


เชียงใหม่พบผู้เสียชีวิต 1 ราย คปภ.เร่งตรวจสอบสิทธิ
สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ จากเหตุการณ์วันที่ 5 ตุลาคม มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 54 ปี ซึ่งถือเป็น กรณีแรกที่เข้าหลักเกณฑ์การได้รับค่าสินไหมทดแทนภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 2 หลังคาเรือน
สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสิทธิความคุ้มครองของผู้เสียชีวิต รวมถึงตรวจสอบว่าผู้ได้รับผลกระทบมีกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นที่สามารถใช้สิทธิได้เพิ่มเติมหรือไม่

เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและวาตภัยในเชียงใหม่–ลำพูน จึงถือเป็น บททดสอบแรกของ “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” หลังเริ่มความคุ้มครองเพียงไม่กี่วัน
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงวงเงินความคุ้มครอง แต่คือ ความเร็วและประสิทธิภาพของกระบวนการจ่ายสินไหม ว่าระบบใหม่จะสามารถเปลี่ยนจาก “นโยบายบนกระดาษ” ให้กลายเป็นความช่วยเหลือที่ประชาชนเข้าถึงได้จริงเพียงใด
ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามสิทธิและความคุ้มครองได้ที่สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ หรือ สายด่วน คปภ. 1186 และ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”













