ไทยพาณิชย์–FWD ชูพลัง “Diversification” สร้าง Resilience Wealth รับโลกการลงทุนยุคใหม่   •   จาก หนี้เสีย สู่ โอกาสไปต่อ : รู้จัก “SAM” กับทางเลือกแก้หนี้และบริหารทรัพย์   •   เอไอเอ ประเทศไทย มอบสินไหมช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่ ผู้เสียชีวิตจากการถูกเสือโคร่งทำร้าย   •   กรุงเทพประกันชีวิต ตอกย้ำความใส่ใจและมาตรฐานบริการที่เป็นเลิศ คว้า 2 รางวัล ตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น จากเวที Prime Minister’s Insurance Awards 2026   •   เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่ ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง   •   กรุงศรีคว้า ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับเป้าหมายในการเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน   •   โฆษณาไทยประกันชีวิต “รอยสักของแม่” คว้ารางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ส่งต่อพลังแห่งความรัก ตอกย้ำคุณค่าสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม   •   กรุงเทพประกันภัย คว้า 2 รางวัล คปภ. เด่นด้าน ESG ปีที่ 3–ประกันภัยเพื่อประชาชนปีที่ 7   •   กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต เดินหน้าสร้างโอกาสให้สังคมอย่างยั่งยืน กับโครงการ “แผ่นดินทองเพื่อน้องๆ บ้านนานา ปีที่ 19”   •   ลีสซิ่งกสิกรไทย คว้ารางวัล Best Automobile Financing ต่อเนื่อง 3 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมดิจิทัล ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ครบวงจร   •   กรุงเทพประกันชีวิต จัดสัมมนาใหญ่รวมพลังสุดยอดนักขาย Bangkok Life Agency Annual Seminar 2026 เร่งขยายและสร้างทีมแข็งแกร่ง สู่ Life Care Partner เพื่อเป้าหมายเติบโต 2 เท่า   •   ออมสิน คว้า 2 รางวัลระดับโลก Sustainable Bank of the Year และ Best Innovation จาก International Banker Awards ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมการเงิน   •   “AIA One Billion Day 2026” ปักหมุดหัวหิน รวมเทรลระดับโลก–AOB Concert–ALive Carnival   •   ทิพยประกันภัย เปิดตัว “TIPSOL” จักรวาลความสุข 7 มิติ ดึง “หนุม่อน” นั่งเก้าอี้ CHO ครั้งแรกในวงการประกันภัย   •   ธ.ก.ส. ได้รับการจัดอันดับเครดิตเรทติ้งส์ระดับสูงสุดที่ AAA(tha) และ F1+(tha) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
ไทยพาณิชย์–FWD ชูพลัง “Diversification” สร้าง Resilience Wealth รับโลกการลงทุนยุคใหม่   •   จาก หนี้เสีย สู่ โอกาสไปต่อ : รู้จัก “SAM” กับทางเลือกแก้หนี้และบริหารทรัพย์   •   เอไอเอ ประเทศไทย มอบสินไหมช่วยเหลือครอบครัวเจ้าหน้าที่ ผู้เสียชีวิตจากการถูกเสือโคร่งทำร้าย   •   กรุงเทพประกันชีวิต ตอกย้ำความใส่ใจและมาตรฐานบริการที่เป็นเลิศ คว้า 2 รางวัล ตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น จากเวที Prime Minister’s Insurance Awards 2026   •   เมืองไทยประกันชีวิต ผนึก Jones’ Salad ลุยแคมเปญสุขภาพมิติใหม่ ชูแนวคิด “กินดี + มีประกัน คือ เกราะป้องกันที่ดี (เริ่ด)” ส่งเสริมคนไทยมีสุขภาพและความคุ้มครองที่ดี เพื่อชีวิตที่ยืนยาวมั่นคง   •   กรุงศรีคว้า ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับเป้าหมายในการเป็นธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน   •   โฆษณาไทยประกันชีวิต “รอยสักของแม่” คว้ารางวัล THAILAND MORAL AWARDS 2025 ส่งต่อพลังแห่งความรัก ตอกย้ำคุณค่าสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม   •   กรุงเทพประกันภัย คว้า 2 รางวัล คปภ. เด่นด้าน ESG ปีที่ 3–ประกันภัยเพื่อประชาชนปีที่ 7   •   กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต เดินหน้าสร้างโอกาสให้สังคมอย่างยั่งยืน กับโครงการ “แผ่นดินทองเพื่อน้องๆ บ้านนานา ปีที่ 19”   •   ลีสซิ่งกสิกรไทย คว้ารางวัล Best Automobile Financing ต่อเนื่อง 3 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมดิจิทัล ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ครบวงจร   •   กรุงเทพประกันชีวิต จัดสัมมนาใหญ่รวมพลังสุดยอดนักขาย Bangkok Life Agency Annual Seminar 2026 เร่งขยายและสร้างทีมแข็งแกร่ง สู่ Life Care Partner เพื่อเป้าหมายเติบโต 2 เท่า   •   ออมสิน คว้า 2 รางวัลระดับโลก Sustainable Bank of the Year และ Best Innovation จาก International Banker Awards ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมการเงิน   •   “AIA One Billion Day 2026” ปักหมุดหัวหิน รวมเทรลระดับโลก–AOB Concert–ALive Carnival   •   ทิพยประกันภัย เปิดตัว “TIPSOL” จักรวาลความสุข 7 มิติ ดึง “หนุม่อน” นั่งเก้าอี้ CHO ครั้งแรกในวงการประกันภัย   •   ธ.ก.ส. ได้รับการจัดอันดับเครดิตเรทติ้งส์ระดับสูงสุดที่ AAA(tha) และ F1+(tha) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 13
spot_img

“มินิ เอฟทีเอ” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! “จุรินทร์” เรียกประชุมเอกชนไทย-อินเดีย ประเดิมทำ “มินิ เอฟทีเอ” ระหว่างไทยกับรัฐเตลังกานา หวังลุยทำตัวเลขส่งออกอินเดียเพิ่มปีหน้า

... min read

วันที่ 17 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และคณะกระทรวงพาณิชย์ ประชุมหารือกับ 3 ภาคเอกชนด้านการค้าไทย-อินเดีย คือ 1.หอการค้าอินเดีย-ไทย (India-Thai Chamber of Commerce) เดิมชื่อชมรมผู้ประกอบการค้าชาวอินเดีย (Indian Society of Trade) 2.สมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย (India-Thailand Business Association) 3.สภาธุรกิจไทย-อินเดีย (Thailand-India Business Council) ก่อตั้งข้ึนต้ังแต่ปี 2550 โดยคณะกรรมการร่วม ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคม ธนาคารไทย ต่อมา กกร. ได้แต่งต้ังให้สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดูแล

ภายหลังการประชุม นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับตลาดอินเดียเป็นพิเศษเพราะอินเดียมีประชากรถึง 1,300 ล้านคนและ GDP มีขนาดใหญ่เป็นลำดับ 5 ของโลก และเป็นคู่ค้าอันดับ1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ และที่ผ่านมาได้นำกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนเดินทางไปเยือนอินเดียมาแล้วเพื่อเจรจาทางการค้า 2 ครั้ง ซึ่งสามารถลงนาม MOU เพื่อทำการซื้อขายสินค้าระหว่างกันได้เป็นจำนวนรวมกันถึง 10,137 ล้านบาท โดยมีการส่งมอบแล้ว 5,948 ล้านบาท ที่ยังไม่ครบเพราะติดเรื่องโควิด-19 ที่เป็นอุปสรรคสำคัญ ได้มีการส่งมอบแล้วถึงร้อยละ 60 โดยประมาณ

การหารือในวันนี้ เรามีความเห็นว่าไทยกับอินเดียควรจะได้มีการทำการค้าเชิงลึกระหว่างกันมากขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของการทำข้อตกลงทางการค้า ขณะนี้เรามี FTA ไทย-อินเดีย และมี FTA อาเซียน-อินเดียอยู่ แต่นโยบายของผมที่เห็นตรงกันกับภาคเอกชนคือถ้าเราสามารถทำ mini FTA ระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับรัฐหรือมณฑลของประเทศต่างๆก็จะช่วยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้าเชิงลึกระหว่างไทยกับแต่ละรัฐแต่ละมณฑลได้มากขึ้น ตนได้มอบให้มีการทำ Mini FTA ระหว่างไทยกับอินเดีย ได้มีการดำเนินการจนยกร่างเสร็จสิ้นแล้วสำหรับการทำ Mini FTA ระหว่างกระทรวงพาณิชย์หรือประเทศไทยกับรัฐเตลังคานาของอินเดีย ถัดไปจากนี้ตนจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อให้ความเห็นชอบแล้วจะมีการลงนาม ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทยกับกระทรวงอุตสาหกรรมของ รัฐเตลังคานาของอินเดียต่อไป โดยกำหนดวันไว้เบื้องต้นในช่วงเดือนมกราคม 2564

” วันนี้ได้มีการหารือร่วมกันกับภาคเอกชนนอกจากการทำ Mini FTA ระหว่างไทยกับรรัฐเตลังคานาแล้ว จะมีการเตรียมการสำหรับรัฐอื่นๆด้วย ดังนี้ 1. รัฐคุชราต 2.กรณาฏกะ 3. รัฐมหาราษฏระ 4. เคเรล่า และ 5.รัฐ 8 สาวน้อย หรือรัฐอัสสัมเป็นเป้าหมายที่จะเดินหน้าต่อไปที่จะทำ Mini FTA กับอินเดียและหลังสถานการณ์โควิด-19 ผมจะนำภาคเอกชนเดินทางไปทำขายสินค้าในฐานะหัวหน้าเซลล์แมนประเทศอีกรอบหนึ่งเพื่อเปิดตลาดอินเดียให้ไทยมากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับอินเดียเพิ่มเติม โดยอำนวยความสะดวกให้กับอินเดียได้ในการทำการค้ากับไทย ” นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับปัญหาอุปสรรคของฝ่ายไทย เช่น เรื่องพิกัดศุลกากรที่ยังไม่ตรงกันระหว่างไทยกับอินเดีย กระทรวงพาณิชย์โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจะเข้าไปหารือในการประชุมระหว่างอาเซียนกับอินเดียต่อไป และเรื่องการดำเนินการเวลาไทยส่งสินค้าเข้าไปในอินเดียปรากฏว่าทางศุลกากรอินเดียยังต้องการรายละเอียดให้ผู้ส่งออกไทยตอบคำถามหลายข้อที่เป็นความลับทางการค้าซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้หยิบยกมาที่ประชุม JTC ไทย-อินเดีย เมื่อปลายปีที่แล้ว และรอผลในการคุยกันต่อไป ล่าสุดอินเดียกับไทยได้มีการจัดสัมมนาออนไลน์เพื่อทำความเข้าใจในทางปฏิบัติเรื่องนี้เพื่อให้การส่งสินค้าสะดวกคล่องตัวขึ้นและปัญหาอุปสรรคในเรื่องที่ผู้ประกอบการไทยนำสินค้าเข้ามาจากอินเดียโดยศุลกากรของไทยไปขอเอกสารย้อนหลังทั้งที่นำเข้ามาแล้วขายไปแล้ว 4-5 ปี จะต้องมาแจ้งเอกสารย้อนหลังกระทรวงพาณิชย์รับที่จะไปคุยกับกรมศุลกากรต่อไปเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาอุปสรรคโดยไม่จำเป็น

รายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การค้ารวมระหว่างไทยและอินเดีย

  • ระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2558-2562) มูลค่าเฉลี่ยปีละ 10,136.58 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า มาโดยตลอด
  • ปี 2562 อินเดียเป็นคู่ค้าอันดับท่ี 11 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ ขณะที่ไทยเป็น คู่ค้าอันดับ 4 ของอินเดียในภูมิภาคอาเซียน รองจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยการค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 12,147.68 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 2.77 และมูลค่าการค้าสองฝ่ายคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.52 ของ มูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย และไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 2,532.94 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • ม.ค.-ต.ค. 63 การค้ารวมมีมูลค่า 7,871.53 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 24.41 และไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 909.55 ล้านเหรียญสหรัฐ

การส่งออกสินค้าของไทยไปอินเดีย

  • ระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2558-2562) ไทยส่งออกไปอินเดียมูลค่าเฉลี่ยปีละ 6,379.31 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • ปี2562อินเดียเป็นตลาดส่งออกอันดับท่ี10ของไทยในตลาดโลกและเป็นอันดับที่1ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยไทยส่งออกไปอินเดียมูลค่า 7,340.31 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากปี 2561 ร้อยละ 3.77
  • ม.ค.-ต.ค. 63 ไทยส่งออกไปอินเดียมูลค่า 4,390.54 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 30.53
  • สินค้าส่งออกหลักของไทยไปอินเดีย 5 อันดับแรก (ม.ค.-ต.ค. 63) ได้แก่ 1) เม็ดพลาสติก (-19.25%) 2) เคมีภัณฑ์ (-27.57%) 4) อัญมณีและเครื่องประดับ (-46.62%) 4) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล (-22.62%) และ 5) เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ (-13.87%)
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save