FWD ประกันชีวิต ส่งแคมเปญ “จอยกันทุกการใช้ชีวิต” ต่อยอดอินไซต์ความต่างระหว่างวัย สู่การใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเข้าใจ   •   บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดพิธีมอบรางวัล e-Claim Awards 2025 และลงนามความร่วมมือยกระดับการดูแลผู้ประสบภัยจากรถ   •   แอกซ่าประกันภัย และ มูลนิธิโอเชี่ยน ฟอร์ ออลล์ ขยายผลโครงการ ‘Licence to Clean’ เผยปี 2568 กำจัดขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาได้กว่า 52,000 ลิตร   •   เอไอเอ ผงาดคว้ารางวัลประกันชีวิตยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 จากเวที International Finance Awards สะท้อนความเชื่อมั่นของคนไทยทั่วประเทศติดต่อกันเป็นปีที่ 9   •   การเคหะแห่งชาติ เข้าพบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อหารือการดำเนินภารกิจด้านที่อยู่อาศัยเพื่อประชาชน   •   คปภ. เดินหน้า AI for Fraud 2.0 ปรับเกณฑ์ข้อมูลฉ้อฉลประกัน คุ้มครองสิทธิ–เพิ่มความแม่นยำกำกับธุรกิจ   •   วิริยะประกันภัย ร่วมบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยชายแดน จ.ตราด   •   กรุงเทพประกันภัย จัดงานแสดงความขอบคุณพนักงานที่ร่วมเป็นวิทยากรแบ่งปันความรู้และประสบการณ์   •   บัตรเครดิตกสิกรไทย เอาใจสายช้อปออนไลน์ จัดแคมเปญ Double Day, Double Deal สะสมยอดช้อปรวม 3 แพลตฟอร์มฮิต Shopee-Lazada-TikTok รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,600 บาท   •   โรงพยาบาลวิมุต คว้ารางวัลเกียรติยศ ด้านอนุรักษ์พลังงาน ชูแนวคิด Sustainable Healthcare Design ตอกย้ำโรงพยาบาลยุคใหม่ที่ใส่ใจคน-ดูแลโลก   •   กสิกรไทย จับมือ คิง เพาเวอร์ มหานคร ร่วมสร้าง Seamless Travel Experience ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ใช้จ่ายที่ คิง เพาเวอร์ มหานคร ด้วย THBS สะดวก ปลอดภัย ผ่าน Q Wallet   •   ทิพยประกันภัย ร่วมมือ หัวเว่ย – ดาต้าวัน เอเชีย – ซิโนซอฟต์ พัฒนา Core Insurance System ยกระดับโครงสร้างเทคโนโลยี สู่ผู้ให้บริการประกันภัยแห่งอนาคต   •   กรุงเทพประกันภัย มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน   •   ศุภาลัย “Driven for Tomorrow” ชูเป้ายอดขาย 4.5 หมื่นล้าน ลุยเปิดใหม่ 28 โครงการ มูลค่า 35,000 ลบ. รุกต่อตลาดออสเตรเลีย 1.5 หมื่นล้าน ยกระดับองค์กรด้วย Data และความยั่งยืน   •   กองทุนประกันวินาศภัย ลงพื้นที่น่าน สร้างความเข้าใจกระบวนการชำระบัญชีคุ้มครองผู้เอาประกัน
spot_img
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
FWD ประกันชีวิต ส่งแคมเปญ “จอยกันทุกการใช้ชีวิต” ต่อยอดอินไซต์ความต่างระหว่างวัย สู่การใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเข้าใจ   •   บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดพิธีมอบรางวัล e-Claim Awards 2025 และลงนามความร่วมมือยกระดับการดูแลผู้ประสบภัยจากรถ   •   แอกซ่าประกันภัย และ มูลนิธิโอเชี่ยน ฟอร์ ออลล์ ขยายผลโครงการ ‘Licence to Clean’ เผยปี 2568 กำจัดขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาได้กว่า 52,000 ลิตร   •   เอไอเอ ผงาดคว้ารางวัลประกันชีวิตยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 จากเวที International Finance Awards สะท้อนความเชื่อมั่นของคนไทยทั่วประเทศติดต่อกันเป็นปีที่ 9   •   การเคหะแห่งชาติ เข้าพบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อหารือการดำเนินภารกิจด้านที่อยู่อาศัยเพื่อประชาชน   •   คปภ. เดินหน้า AI for Fraud 2.0 ปรับเกณฑ์ข้อมูลฉ้อฉลประกัน คุ้มครองสิทธิ–เพิ่มความแม่นยำกำกับธุรกิจ   •   วิริยะประกันภัย ร่วมบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยชายแดน จ.ตราด   •   กรุงเทพประกันภัย จัดงานแสดงความขอบคุณพนักงานที่ร่วมเป็นวิทยากรแบ่งปันความรู้และประสบการณ์   •   บัตรเครดิตกสิกรไทย เอาใจสายช้อปออนไลน์ จัดแคมเปญ Double Day, Double Deal สะสมยอดช้อปรวม 3 แพลตฟอร์มฮิต Shopee-Lazada-TikTok รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,600 บาท   •   โรงพยาบาลวิมุต คว้ารางวัลเกียรติยศ ด้านอนุรักษ์พลังงาน ชูแนวคิด Sustainable Healthcare Design ตอกย้ำโรงพยาบาลยุคใหม่ที่ใส่ใจคน-ดูแลโลก   •   กสิกรไทย จับมือ คิง เพาเวอร์ มหานคร ร่วมสร้าง Seamless Travel Experience ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ใช้จ่ายที่ คิง เพาเวอร์ มหานคร ด้วย THBS สะดวก ปลอดภัย ผ่าน Q Wallet   •   ทิพยประกันภัย ร่วมมือ หัวเว่ย – ดาต้าวัน เอเชีย – ซิโนซอฟต์ พัฒนา Core Insurance System ยกระดับโครงสร้างเทคโนโลยี สู่ผู้ให้บริการประกันภัยแห่งอนาคต   •   กรุงเทพประกันภัย มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน   •   ศุภาลัย “Driven for Tomorrow” ชูเป้ายอดขาย 4.5 หมื่นล้าน ลุยเปิดใหม่ 28 โครงการ มูลค่า 35,000 ลบ. รุกต่อตลาดออสเตรเลีย 1.5 หมื่นล้าน ยกระดับองค์กรด้วย Data และความยั่งยืน   •   กองทุนประกันวินาศภัย ลงพื้นที่น่าน สร้างความเข้าใจกระบวนการชำระบัญชีคุ้มครองผู้เอาประกัน
spot_img
spot_img

ผู้บริหารไอทีจะปิดช่องโหว่พร้อมนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่ลื่นไหลกว่าแก่ลูกค้าได้อย่างไร?

ในปี 2563 ที่ผ่านมา โลกของเราได้ก้าวเข้าสู่ออนไลน์อย่างแท้จริง และการเปลี่ยนแปลงนี้จะดำเนินไปอย่างไม่มีวันถอยกลับ ดังนั้นองค์กรธุรกิจจึงจำเป็นต้องนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้าเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและประสบความสำเร็จทั้งในปีนี้และในอนาคต แบรนด์ต่าง ๆ อาจคิดว่าตนเองนำเสนอประสบการณ์ได้ดีพอแล้ว แต่ลูกค้ากลับไม่คิดเช่นนั้น และด้วยเหตุนี้ผู้บริหารไอทีจึงต้องเข้ามามีบทบาทช่วยองค์กรปิดช่องโหว่ดังกล่าว

มาตรการล็อคดาวน์ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร ตัวอย่างเช่นปีที่แล้วมีลูกค้า 35 เปอร์เซ็นต์ใช้ออนไลน์แบงค์กิ้งเพิ่มมากขึ้น และส่วนใหญ่จะยังคงใช้ต่อไปหลังจากที่ธุรกิจเริ่มกลับเข้าสู่ ‘ภาวะปกติ’ ดังนั้นการนำเสนอประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้แก่ลูกค้าบนระบบดิจิทัลจึงนับว่ามีความสำคัญอย่างมาก

ที่จริงแล้ว องค์กรต่าง ๆ ได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนในเรื่องประสบการณ์สำหรับลูกค้า (Customer Experience – CX) และสร้างแอปพลิเคชันที่จำเป็นสำหรับการรองรับ CX โดยผลการสำรวจความคิดเห็นจาก Harvey Nash – KPMG CIO Survey ชี้ว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีเรื่องใหญ่ ๆ สองเรื่องที่องค์กรธุรกิจให้ความสำคัญมากที่สุด ได้แก่ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ ประสบการณ์ของลูกค้า แม้กระทั่งหลังช่วงการแพร่ระบาดไปแล้ว องค์กรก็ยังคงมุ่งเน้นสองเรื่องนี้มากที่สุด  รายงานจากการ์ทเนอร์ยังระบุว่า 91% ขององค์กรที่ตอบแบบสอบถามกำหนดให้ CX เป็นเป้าหมายหลักสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ดิจิทัล  การใช้มาตรการล็อคดาวน์และการโยกย้ายสู่ระบบออนไลน์ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องตามมา นับเป็นปัจจัยเร่งที่กระตุ้นการลงทุนในส่วนนี้ โดยบริษัทที่เคยมองว่าการนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลให้แก่ลูกค้าเป็นเพียง ‘ทางเลือกหนึ่ง’ เพราะตอนนั้นธุรกรรมที่ทำกับลูกค้าส่วนใหญ่เป็นการติดต่อแบบพบปะเห็นหน้ากันโดยตรง แต่ทุกวันนี้ช่องทางดิจิทัลได้กลายเป็น ‘สิ่งที่ธุรกิจต้องมี’ สำหรับการรองรับธุรกรรมออนไลน์จำนวนมาก

สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ดีพอแล้วหรือยัง?

ข้อเท็จจริงก็คือ การนำเสนอบริการดิจิทัลเพียงแค่ในระดับพื้นฐานไม่ใช่สิ่งที่เพียงพออีกต่อไป องค์กรจำเป็นต้องจัดหาบริการระดับชั้นนำที่ดีที่สุด ข้อมูลจากการ์ทเนอร์ชี้ว่า บริษัทกว่าสองในสาม แข่งขันกันนำเสนอ CX ระดับพื้นฐานเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าหากบริษัทนำเสนอประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดี ลูกค้าก็จะหันไปซื้อสินค้าหรือบริการจากบริษัทคู่แข่งในทันทีได้อย่างง่ายดายด้วยการคลิกหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง แม้ว่าแบรนด์ต่าง ๆ จะเข้าใจความจริงดังกล่าว แต่ 80% ก็ยังเชื่อว่าตนเองนำเสนอประสบการณ์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม การมองโลกในแง่ดีนี้กลับสวนทางกับความเป็นจริง เพราะข้อมูลจากการ์ทเนอร์ยังระบุว่าราว 65% ของบริษัทที่ทำธุรกิจแบบ B2C และ 75% ของบริษัทที่ทำธุรกิจแบบ B2B ยังล้าหลังในแง่ของการปรับเปลี่ยน CX ซึ่งนั่นก่อให้เกิดปัญหา “ช่องว่างในการให้บริการ” โดยมีลูกค้าเพียงแค่ 8% เท่านั้นที่ยอมรับว่าตนเองได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่า  เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญอย่างมากต่อประสบการณ์ลูกค้า ดังนั้นผู้บริหารไอทีจึงมองว่าการแก้ไขปัญหาช่องว่างดังกล่าวถือเป็นภารกิจสำคัญอย่างหนึ่ง แต่การดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ว่านี้นับเป็นเรื่องยาก ดังนั้นผู้บริหารไอทีจึงตกอยู่ในภาวะกดดันเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

แน่นอนว่าฝ่ายไอทีต้องเผชิญกับแรงกดดันมาโดยตลอดทั้งในเรื่องของการดูแลรักษาระบบไอทีที่มีอยู่ และการพัฒนาแอปพลิเคชัน ระบบ และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลให้แก่ลูกค้าเพื่อรองรับอนาคต และทุกวันนี้แรงกดดันดังกล่าวไปถึงจุดแตกหักที่ฝ่ายไอทีไม่สามารถแบกรับได้อีกต่อไป  ก่อนหน้านี้ที่พนักงานยังทำงานอยู่ในองค์กรที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ‘การดูแลระบบให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง’ ก็ถือเป็นงานที่ยากพอแล้ว แต่ปัจจุบันยังต้องเจอโจทย์ใหม่ เมื่อพนักงานหลายร้อยหรือหลายพันคนทำงานจากที่บ้าน ส่งผลให้ฝ่ายไอทีทำงานหนักขึ้น จนไม่มีเวลาตอบสนองต่อความต้องการหรือความจำเป็นในอนาคตของธุรกิจ

ยกระดับจากแนวทางแบบ Agile ไปสู่แนวทางใหม่

แนวทางการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบเก่าที่เป็นขั้นตอนแบบไล่ระดับลงมาหรือที่เรียกว่าแนวทางแบบ ‘Waterfall’ กลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้ว และแม้กระทั่งแนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ ‘Agile’ ก็ยังไม่สามารถตอบสนองต่อตารางเวลาที่เร่งรีบในการติดตั้งใช้งานแอปพลิเคชันเพื่อรองรับความต้องการของธุรกิจในปัจจุบัน  ทางที่ดีผู้บริหารไอทีควรพัฒนาต่อยอดไปให้ไกลกว่าแนวทางแบบ Agile โดยปรับใช้แนวทางใหม่ในการพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีการใช้ระบบอัตโนมัติขั้นสูง ระบบอัจฉริยะ และความสามารถในการนำมาใช้ซ้ำได้ ฝ่ายไอที และองค์กรธุรกิจโดยรวม จะต้องเลิกมองว่าช่องทางติดต่อและแอปพลิเคชันต่าง ๆ สำหรับขั้นตอนการดำเนินการของลูกค้าเป็นระบบที่แยกออกจากกัน ซึ่งแต่ละระบบจะถูกพัฒนาและจัดการโดยทีมงานที่กำหนดไว้เฉพาะเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่แตกต่างกันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านธุรกิจโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด

ผู้บริหารไอทีจำเป็นต้องปรับใช้แพลตฟอร์มที่ทันสมัยซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบ AI เพื่อเร่งการทำงานที่มีอยู่ และก้าวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่แพลตฟอร์มนี้จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วให้กับกระบวนการพัฒนาแอปพลิเคชันทุกประเภทสำหรับลูกค้า โดยครอบคลุมทุกช่องทางการติดต่อ พร้อมทั้งให้ความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่ และแพลตฟอร์มดังกล่าวยังรองรับการสร้าง “ระบบประสบการณ์” (Experience System) ซึ่งหมายถึงชุดคอมโพเนนต์หรือโมดูลที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างง่ายดายสำหรับพัฒนาช่องทางและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ช่วยให้บุคลากรไอทีไม่ต้องทำงานพัฒนาที่ซ้ำซ้อนกัน ทั้งยังช่วยลดความยุ่งยากซับซ้อน และเพิ่มความรวดเร็วในการนำแอปพลิเคชันและบริการออกสู่ตลาด โดยทั้งหมดนี้มีความสอดคล้องกันสำหรับทุกขั้นตอนการดำเนินการของลูกค้าบนระบบดิจิทัล คอมโพเนนต์ของแอปพลิเคชันที่ประกอบด้วย Experience System ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มดังกล่าว

นอกจากจะมี UI และองค์ประกอบด้านภาพแล้ว ยังประกอบด้วยตรรกะทางธุรกิจ (Business Logic), กระบวนการ, ข้อมูล และการบูรณาการโดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น (เข้ากับบริการของบริษัทอื่น, API หรือระบบหลักที่มีอยู่ เป็นต้น)  และเนื่องจากคอมโพเนนต์ที่ว่านี้ถูกนำกลับมาใช้สำหรับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อต้องการปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป กฎระเบียบ หรือพลวัตด้านการแข่งขัน ก็สามารถปรับเพียงครั้งเดียว แล้วคัดลอกไปยังส่วนอื่น ๆ ที่มีการใช้งานคอมโพเนนต์นั้น ๆ ได้ทันที

สรุปก็คือ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจ ฝ่ายไอทีจะต้องเปลี่ยนย้ายจากแนวทางการพัฒนาแบบ Agile ไปสู่แนวทางใหม่สำหรับการนำเสนอซอฟต์แวร์ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาช่องว่างระหว่างสิ่งที่องค์กรธุรกิจเชื่อว่าตนเองกำลังนำเสนอ กับประสบการณ์จริงที่ลูกค้าได้รับ รวมไปถึงการตอบสนองที่รวดเร็วอย่างที่ลูกค้าต้องการ

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save