Sunday, 23 June 2024 | 6 : 28 am

4Quarter.co

Sunday, 23 June 2024 | 6 : 28 am
กรุงศรี ผนึกพลังพันธมิตรครั้งใหญ่ จัดงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2024 เชื่อมเครือข่ายสตาร์ทอัพอาเซียน-ญี่ปุ่น สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในภูมิภาค   •   Roddonjai แนะ 8 เคล็ดลับ ดูแลรักษาและยืดอายุรถ ให้คงสภาพใหม่เหมือนรถป้ายแดง   •   คนรักอาหารทะเลห้ามพลาด! เทศกาลอาหาร DUEL DISTRICT เปิดสนามดวลความอร่อย ระหว่าง “ซีฟู้ดชาวประมง” VS “ซีฟู้ดภัตตาคาร”21-25 มิ.ย. นี้ ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน   •   “ชีวิตคู่” กับ “ทรัพย์สิน” วางแผนอย่างไรให้ราบรื่น?   •   “ซันซุ” จัดใหญ่เอาใจสายหม่าล่า ปล่อยเมนูใหม่ “หมึกกรุบ” เส้นบุกปรุงรส ของกินเล่นสุดชิค! ปลุกกระแสปังทั่วเมือง   •   เมืองไทยประกันชีวิต นำทัพตัวแทนคุณภาพ รับรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 41 ประจำปี 2567   •   กนอ. ผนึกกำลังพันธมิตร ร่วมปลูกป่าชายเลนบางขุนเทียน สร้างแหล่งกักเก็บคาร์บอน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย   •   สมาคมประกันชีวิตไทย เชิดชูเกียรติ 2,328 ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567   •   OCEAN LIFE ไทยสมุทร ตอกย้ำความมั่นใจให้ลูกค้า นำทีมที่ปรึกษาประกันชีวิตมืออาชีพ คว้ารางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ (TNQA) ครั้งที่ 41   •   ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน CEO กรุงเทพประกันภัย คว้ารางวัลสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2024 ประเภทอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย   •   เงินติดล้อ เปิดบ้านต้อนรับ คณะผู้บริหารจาก การไฟฟ้านครหลวง ในกิจกรรม TIDLOR Culture Wow   •   ดร. นภัสนันท์ พรรณนิภา คว้ารางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน   •   ธนาคารไทยเครดิต ยกทัพผลิตภัณฑ์สินเชื่อ SME กล้าให้ ร่วมงาน “มหกรรมรวมพลัง SME ไทย”   •   มูลนิธิกรุงศรี สนับสนุนมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ร่วมเติมรอยยิ้มแก่เด็กด้อยโอกาสที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่   •   พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดตัว “PRUBetter Care” แผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุม ให้ลูกค้าวางแผนค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์ความคุ้มครองที่ต้องการ   •   มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ร่วมสนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนของโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ ปีที่ 2 ในกิจกรรม “หนูน้อยนักประดิษฐ์”   •   LH Bank จับมือ MTL ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากออมทรัพย์ที่ให้มากกว่าดอกเบี้ย ที่คุ้มครองโรคร้ายสูงสุด 30 โรค (LHB Health Care Savings) “เจอ จ่าย จริง” สูงสุด 1 ล้านบาท ไม่ต้องจ่ายค่าเบื้ยประกัน   •   กรุงเทพประกันภัย รับโล่เกียรติยศ คนดี รักษ์โลก ประจำปี 2567   •   ตัวแทนประกันชีวิต 2,328 ราย คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567”   •   เคทีซี จับมือพันธมิตรบูมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ารับกระแสมหกรรมกีฬาโลก จัดสิทธิพิเศษเอาใจสมาชิกบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด   •   แรบบิท ประกันชีวิต กระโดดส่งต่อความคุ้มครอง-คุ้มค่ารับกลางปี 2567 กับผลิตภัณฑ์ ที่คัดสรร พร้อมโปรโมชันและสิทธิประโยชน์จัดเต็ม ร่วมงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 28   •   เปิดแล้ว งาน “แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2024” นักอุตสาหการทั่วโลกตบเท้าเข้าชม 7 งานแสดงเครื่องจักรสุดล้ำกว่า 2,000 แบรนด์   •   กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต ดูแลพนักงานทั้งสุขภาพกาย ใจ และการเงิน จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพทางการเงิน Invest in You, We Care for Financial Well-being   •   REIC รายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ไตรมาส 1/2567 กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ยอดขายลดลง -26.6% กดดันสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ทั้งปีลดลง -0.03%   •   คปภ. ร่วมกับ DGA ให้บริการ OIC Gateway บนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพิ่มช่องทางเชื่อมต่อข้อมูลประกันภัยแบบไร้รอยต่อเพียงปลายนิ้วสัมผัส   •   ดีเดย์! เปิดบ้านหลังใหม่ต้อนรับผู้อยู่อาศัยเดิมย้ายเข้าโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 (อาคาร D1)   •   อลิอันซ์ เปิดตัวรายงานสถานการณ์ธุรกิจประกันทั่วโลก 2567 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง พร้อมชี้ ธุรกิจประกันในไทยเติบโตแข็งแกร่ง   •   ดู Viu ทุกวันติดกัน 6 เดือน เพียง 279 บาท เมื่อสมัคร Viu Premium แพ็กเกจราย 3 เดือน ผ่านบัตร Krungsri Boarding Card หรือบัตรกรุงศรี เดบิต   •   เอไอเอ ประเทศไทย คว้ารางวัล Asia Pacific Property Awards 2024-2025 สาขาสถาปัตยกรรมที่มีการใช้สอยแบบผสมผสานยอดเยี่ยมจากอาคารเอไอเอ อีสต์ เกตเวย์ (AIA East Gateway)   •   ทิพยประกันชีวิต ร่วมสนับสนุน เทศกาล Pride Month “Bluport Rise of Pride 2024”

กรุงศรี มุ่งสู่อาเซียน เน้นความยั่งยืนพร้อมต่อยอดด้านนวัตกรรม เป้าหลักการดำเนินธุรกิจปี 2566

กรุงเทพฯ (2 กุมภาพันธ์ 2566) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ประกาศแผนธุรกิจประจำปี 2566 เน้นให้ความสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน ทั้งในองค์กรตลอดจนพันธมิตรและลูกค้า โดยปีนี้เป็นปีสุดท้ายของแผนธุรกิจระยะกลางฉบับปัจจุบันปี 2564 – 2566 ที่กรุงศรีมุ่งมั่นเดินหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายสู่การเป็น “สถาบันการเงินไทยที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน” ผ่านกลยุทธ์สามด้าน ได้แก่ การดำเนินธุรกิจที่เชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน (ASEAN-Linked Business) ผ่านนวัตกรรมบริการด้านการเงิน การดำเนินธุรกิจที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนตามโมเดล ESG (ESG-Linked Business) เพื่อเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ยั่งยืนที่สุดของประเทศไทยรวมถึงการเป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจการเงินเพื่อความยั่งยืน และการพัฒนาด้านดิจิทัลและนวัตกรรม (Digital & Innovation) ด้วยการเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลเพื่อประโยชน์ต่อลูกค้าทั้งในประเทศไทยและอาเซียน

นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า “ขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ปีสุดท้ายของแผนธุรกิจระยะกลางฉบับปัจจุบัน เมื่อมองย้อนกลับไปจะเห็นถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นมากมาย อย่างเช่นเรื่องของการเชื่อมโยงโครงข่ายในอาเซียนสู่ตลาดหลัก ๆ ในภูมิภาค การเติบโตอย่างแข็งแกร่งแม้ในช่วงท้าทายของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ความยืดหยุ่นในการปรับตัว และพัฒนาการที่สำคัญสู่เป้าหมายด้าน ESG สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2564-2565 ที่เราเชื่อมั่นว่าจะเป็นฐานรากที่แข็งแกร่งให้กรุงศรีสามารถเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนเพื่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และในปีนี้จะเป็นปีที่ทุกคนจะได้เห็นการยกระดับตำแหน่งของกรุงศรีในอาเซียน ในการดำเนินธุรกิจบนแนวทาง ESG และในการต่อยอดความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อการเติบโตของธุรกิจ”

ความสำเร็จในปี 2564-2565
ขณะที่ประเทศไทยเริ่มฟื้นตัวจากการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก กรุงศรียังคงยึดมั่นให้การดูแลช่วยเหลือในเชิงรุกแก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ และยังคงมีลูกค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ คิดเป็นเงินให้สินเชื่อคงเหลือกว่า 150,000 ล้านบาท และอีกกว่า 16,000 ล้านบาทในรูปของโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) และสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูธุรกิจ อีกทั้งกรุงศรียังมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดสินเชื่อรวมเติบโตเพิ่มขึ้น 3.1% และความสามารถในการทำกำไร (NIM) ที่ 3.45%

ในช่วงสองปีแรกของแผนธุรกิจระยะกลางฉบับปัจจุบัน กรุงศรีได้ยกระดับโครงข่ายอาเซียนอย่างแข็งแกร่งด้วยการขยายกิจการในต่างประเทศทั้งในประเทศฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย ขณะที่ธุรกิจในประเทศกัมพูชา และสปป.ลาว ก็ยังสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ดี ส่งผลให้กรุงศรีสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 150,000 ราย ผ่านการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) และการร่วมเป็นพันธมิตร (Partnership)

นอกจากนี้ กรุงศรียังได้ขยายกิจการไปทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือทางธุรกิจกับ SB Finance ประเทศฟิลิปปินส์ และ SHB Finance ในประเทศเวียดนาม ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงในประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง สถานะของ Hattha Bank ในประเทศกัมพูชาเองก็มีการยกระดับขึ้นสู่การเป็นธนาคารพาณิชย์ ในด้านภาพรวมผลประกอบการ กรุงศรีมีรายได้สุทธิจากการดำเนินธุรกิจในอาเซียนเพิ่มขึ้นจาก 3% ในปี 2563 เป็น 6% ในปี 2565

ในฐานะที่เป็นผู้นำในธุรกิจการเงินเพื่อความยั่งยืน กรุงศรีเดินหน้าต่อยอดเพื่อบรรลุพันธกิจด้าน ESG พร้อมวิสัยทัศน์ด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยโครงการต่าง ๆ ที่กรุงศรีริเริ่มและประสบความสำเร็จระหว่างปี ประกอบไปด้วย โครงการ Krungsri x SET ‘Care the Whale’ โครงการ Zero Food Waste และเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ RE100 Thailand Club หรือสมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย

การยกระดับฐานะของกรุงศรีในภูมิภาคอาเซียน
ต่อยอดจากรากฐานที่มั่นคงในภูมิภาคอาเซียน ในปี 2566 กรุงศรีตั้งเป้าที่จะผนึกกำลังธุรกิจต่าง ๆ ในอาเซียนภายใต้กลยุทธ์ One Krungsri เพื่อสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าในประเทศไทยและอาเซียน ด้วยเป้าหมายดังกล่าวจะทำให้เกิดบริการทางการเงินที่สำคัญ อาทิ บริการโอนเงิน การลงทุนในต่างประเทศ บริการที่ปรึกษา และบริการอื่น ๆ อย่างบัตรเครดิตที่จะเข้าถึงผู้ใช้มากขึ้นด้วยการนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้ธนาคารยังมุ่งขับเคลื่อนเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายในการสร้างรายได้สุทธิจากการดำเนินธุรกิจในอาเซียนให้เป็น 10%

ยกระดับสถานะของกรุงศรีในด้านความยั่งยืน (ESG)
ด้วยเป้าหมายที่จะเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศไทย กรุงศรีประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินงานของธนาคารภายในปี 2573 โดยธนาคารจะยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อบรรลุเป้าหมายด้าน ESG ในปี 2566 นี้ด้วยการสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผ่านและดำเนินงานตามแนวทาง ESG ผ่านหลากหลายโครงการสำหรับลูกค้าธุรกิจและรายย่อย ในส่วนของภาคธุรกิจ ยังรวมถึงการให้เงินสนับสนุนกับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการประหยัดพลังงาน เช่น หลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ จุดชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และพลังงานทดแทน อีกทั้งสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน สินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจสีเขียว ธุรกิจเพื่อสังคม และธุรกิจเพื่อความยั่งยืนก็เป็นสิ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ในส่วนของรายย่อย การให้สินเชื่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า การให้สินเชื่อที่รับผิดชอบต่อสังคม และกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ ESG จะได้รับการเสนอให้กับลูกค้า ภายใต้การประกาศวิสัยทัศน์ด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนของกรุงศรี ธนาคารมีเป้าหมายจะเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนเป็น 50,000 – 100,000 ล้านบาทภายในปี 2573

สร้างการเติบโตทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมการลงทุนต่อเนื่องในโครงการพัฒนาด้านดิจิทัลและนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จของกรุงศรีจะทำให้ธนาคารเพิ่มการสนับสนุนความเชื่อมโยงอาเซียนในวงกว้างผ่านการส่งเสริมการชำระและการโอนเงินข้ามประเทศ โดยในประเทศไทยได้มีการเปิดโครงการนำร่องสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยรัฐบาลกลาง (CBDC) ภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่จะเปลี่ยนอนาคตของการชำระเงินดิจิทัล ด้วยความเชี่ยวชาญและความพร้อมจึงทำให้กรุงศรีเป็นหนึ่งในสองธนาคารพาณิชย์ของไทยที่ได้รับเลือกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยในการเข้าร่วมโครงการนำร่องสกุลเงินดิจิทัลภาคประชาชนที่ออกโดยรัฐบาลกลาง ทั้งนี้ ประสบการณ์ของลูกค้ายังถือเป็นสิ่งสำคัญสุดสำหรับการพัฒนานวัตกรรม กรุงศรีมีเป้าหมายที่จะเชื่อมโยงแอปบนมือถือที่มีไม่ว่าจะเป็น KMA-Krungsri Mobile App, UCHOOSE และ GO เพื่อช่วยให้ผู้ใช้มีชีวิตที่ง่ายยิ่งขึ้น นับเป็นส่วนหนึ่งของโร้ดแมปแผนงานพัฒนาระยะยาวเพื่อสนับสนุนอนาคตของการธนาคารและการปรับพัฒนาด้านความปลอดภัยของแอปและดิจิทัลแบงก์กิ้งอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัย

เพื่อเป็นการดึงดูดผู้มีความสามารถ (Talent) และขับเคลื่อนการพัฒนาภูมิทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทยที่สอดรับกับเป้าหมายด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ กรุงศรีได้ลงทุนสร้างออฟฟิศที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เพื่อดึงดูดทีมงานที่มีศักยภาพสูงด้านไอที อีกทั้งการขยายธุรกิจในอาเซียนยังเป็นการเปิดโอกาสให้ธนาคารได้เข้าถึงบุคลากรมากความสามารถ โดยกรุงศรีได้เปิด Innovation Hub ศูนย์กลางนวัตกรรมสร้างสรรค์ชุมชนสายเทคนำร่องในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มบุคลากรมากความสามารถในสายเทคและสร้างพื้นที่เปิดให้คนได้มาแบ่งปันไอเดียและได้รับโอกาสทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของกรุงศรี

“ปีนี้จะเป็นปีที่ท้าทายจากการที่ประเทศเศรษฐกิจหลักกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ผลจากการเปิดประเทศของจีนที่ยังคงไม่ชัดเจนนัก แต่อุปสงค์ในภาคบริการน่าจะเติบโตเร็วขึ้นกว่าอุปสงค์ต่อสินค้า การเติบโตของเศรษฐกิจในอาเซียนชะลอตัวลงอยู่ที่ 4.9% ในปี 2566 จาก 5.3% ในปี 2565 แต่ยังคงเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด นอกจากประเทศไทยแล้ว ประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียมีการเติบโตที่ดี โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากอุปสงค์ภายในประเทศและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมทั้งข้อตกลงการค้าเสรีที่รวมถึง RCEP และเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่ไหลเข้ามา ด้วยกลยุทธ์ของกรุงศรี เราหวังที่จะก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ไปได้ และจะอาศัยข้อได้เปรียบจากโอกาสต่าง ๆ ที่มีในอาเซียนโดยการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป และเสนอโซลูชันที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายย่อยทั่วภูมิภาค” นายอาคิตะ กล่าวเสริม

กรุงศรีคาดว่าในปี 2566 เงินให้สินเชื่อจะเติบโตที่ 3-5% และตั้งเป้าหมายของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 3.5% ซึ่งคาดว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income) จะยังอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา และอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ราว 2.5-2.6%