“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เดินหน้า ESG เชิงธุรกิจ ผ่าน LALIN Green Proof ยกระดับบ้านประหยัดพลังงาน สร้างความคุ้มค่าระยะยาวให้ผู้บริโภค   •   ทิพยประกันภัย ส่งต่อความห่วงใย มอบเสื้อกันฝนและเสื้อกั๊กสะท้อนแสงแก่ตำรวจจราจร เสริมความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่   •   เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา   •   BAM ฉายภาพวิวัฒนาการตลาดซื้อขายหนี้ไทย จากอดีตสู่อนาคตสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนสถาบันจากนิวยอร์ก   •   สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรกรุงศรี เดบิต จัดให้ D ลายเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย รับฟรี Wallpaper เสริมมงคล 3 ดีไซน์พิเศษ   •   CLICX เผยยอดจองฟีเจอร์ เลขบัญชีเลือกได้พุ่งเกินคาด ชี้เลขมงคลมาแรง พร้อมให้ดาวน์โหลดแอปและเปิดบัญชีอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ รับดอกเบี้ยสูงสุด 4% ต่อปี*   •   กรุงเทพประกันชีวิต นำทีมตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมงานประชุมระดับโลก MDRT Annual Meeting 2026 ขยายศักยภาพอย่างไร้ขีดจำกัด สะท้อนความสำเร็จมาตรฐานระดับสากล   •   FWD ประกันชีวิต เปิดพื้นที่รับฟังผ่านกิจกรรม “FWD Safe & Proud” ร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัยในที่ทำงาน ที่ทุกคนเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจ   •   SNNP ทันเกม ทำคอนเทนต์เชียร์บอล พร้อมทาน “เบนโตะ” แซ่บซี๊ดโดนใจวัยรุ่น   •   เสือเหลืองเมย์แบงก์ บุกงานลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี SET in the City 2026   •   ธนาคารไทยเครดิต ประกาศความสำเร็จบนเวทีระดับภูมิภาค ติดอันดับ “Fortune Southeast Asia 500” ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ   •   OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต แท็กทีมผู้บริหาร-พนักงาน ลงฟาดแข้งฟุตบอล 7 คน คว้ารองอันดับ 1 ฟุตบอล “LIFE INSURANCE SPORT DAY 2026”   •   เอไอเอ ประเทศไทย ปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียนไชยะวิทยา จ.สุโขทัย หนุนเยาวชนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้คุณภาพ   •   คปภ. – สุพรรณบุรี ผนึกพลังสร้าง “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” ขับเคลื่อน Road Safety ด้วยข้อมูลและความร่วมมือ ภายใต้แนวคิด “จากการเยียวยา สู่การป้องกัน”   •   มูลนิธิกสิกรไทย ผนึก สภาพัฒน์ฯ และ ธนาคารโลก ลงนามร่วมศึกษาและพัฒนาแนวคิดทุนธรรมชาติ เพื่อเปลี่ยนป่าไม้และสายน้ำสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่สมดุลและยั่งยืน
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เดินหน้า ESG เชิงธุรกิจ ผ่าน LALIN Green Proof ยกระดับบ้านประหยัดพลังงาน สร้างความคุ้มค่าระยะยาวให้ผู้บริโภค   •   ทิพยประกันภัย ส่งต่อความห่วงใย มอบเสื้อกันฝนและเสื้อกั๊กสะท้อนแสงแก่ตำรวจจราจร เสริมความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่   •   เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา   •   BAM ฉายภาพวิวัฒนาการตลาดซื้อขายหนี้ไทย จากอดีตสู่อนาคตสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนสถาบันจากนิวยอร์ก   •   สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรกรุงศรี เดบิต จัดให้ D ลายเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย รับฟรี Wallpaper เสริมมงคล 3 ดีไซน์พิเศษ   •   CLICX เผยยอดจองฟีเจอร์ เลขบัญชีเลือกได้พุ่งเกินคาด ชี้เลขมงคลมาแรง พร้อมให้ดาวน์โหลดแอปและเปิดบัญชีอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ รับดอกเบี้ยสูงสุด 4% ต่อปี*   •   กรุงเทพประกันชีวิต นำทีมตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมงานประชุมระดับโลก MDRT Annual Meeting 2026 ขยายศักยภาพอย่างไร้ขีดจำกัด สะท้อนความสำเร็จมาตรฐานระดับสากล   •   FWD ประกันชีวิต เปิดพื้นที่รับฟังผ่านกิจกรรม “FWD Safe & Proud” ร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัยในที่ทำงาน ที่ทุกคนเป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจ   •   SNNP ทันเกม ทำคอนเทนต์เชียร์บอล พร้อมทาน “เบนโตะ” แซ่บซี๊ดโดนใจวัยรุ่น   •   เสือเหลืองเมย์แบงก์ บุกงานลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี SET in the City 2026   •   ธนาคารไทยเครดิต ประกาศความสำเร็จบนเวทีระดับภูมิภาค ติดอันดับ “Fortune Southeast Asia 500” ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ   •   OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต แท็กทีมผู้บริหาร-พนักงาน ลงฟาดแข้งฟุตบอล 7 คน คว้ารองอันดับ 1 ฟุตบอล “LIFE INSURANCE SPORT DAY 2026”   •   เอไอเอ ประเทศไทย ปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียนไชยะวิทยา จ.สุโขทัย หนุนเยาวชนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้คุณภาพ   •   คปภ. – สุพรรณบุรี ผนึกพลังสร้าง “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” ขับเคลื่อน Road Safety ด้วยข้อมูลและความร่วมมือ ภายใต้แนวคิด “จากการเยียวยา สู่การป้องกัน”   •   มูลนิธิกสิกรไทย ผนึก สภาพัฒน์ฯ และ ธนาคารโลก ลงนามร่วมศึกษาและพัฒนาแนวคิดทุนธรรมชาติ เพื่อเปลี่ยนป่าไม้และสายน้ำสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่สมดุลและยั่งยืน
spot_img

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เผยสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

... min read

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงานสถานการณ์ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังอยู่ระหว่างขายในช่วงครึ่งแรกปี  2566 ของจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี และมหาสารคาม พบว่า จำนวนหน่วยเหลือขายในช่วงครึ่งแรกปี 2566 เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.8 และมีผลให้อัตราดูดซับของภาพรวมตลาดอยู่ที่ร้อยละ 2.1 REIC คาดการณ์ ปี 2566 จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 4,511 หน่วย มูลค่า 15,446 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 3,689 หน่วย มูลค่า 13,349 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขาย 12,535 หน่วย มูลค่า 42,843 ล้านบาท

 ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ครึ่งแรกปี 2566 พบว่า จำนวนอุปทานพร้อมขายจำนวนประมาณ 14,721 หน่วย มูลค่า 50,859 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นโครงการอาคารชุด 2,812 หน่วย มูลค่า 5,444 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านจัดสรร 11,909 หน่วย มูลค่า 45,415 ล้านบาท มีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด 3,007 หน่วย มูลค่า 10,297 ล้านบาท มีโครงการขายได้ใหม่จำนวน 1,892 หน่วย มูลค่า 6,854 ล้านบาท ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขาย 12,829 หน่วย มูลค่า 44,006 ล้านบาท 

“เมื่อเปรียบเทียบระหว่างตลาดที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างขายของ 5 จังหวัดนี้ พบว่า จังหวัดนครราชสีมา และ ขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีขนาดตลาดเป็นลำดับ 1 และ 2 ในทุกด้าน ดังจะเห็นได้จากจำนวนและสัดส่วนที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่มีการเสนอขายถึง 6,577 หน่วย (ร้อยละ 44.7) มูลค่า 23,620 ล้านบาท (ร้อยละ 46.4) และ 4,979 หน่วย (ร้อยละ 33.8) มูลค่า 15,996 ล้านบาท (ร้อยละ 31.5) ของหน่วยที่เสนอขายทั้งหมด ตามลำดับ แต่กลับเห็นว่าจังหวัดขอนแก่นมีการเปิดตัวโครงการใหม่มากที่สุด โดยมีการเปิดตัวทั้งบ้านจัดสรรและอาคารชุดรวม 1,378 หน่วย (ร้อยละ 45.8) มูลค่า 4,400 ล้านบาท (ร้อยละ 42.7) ของหน่วยที่เปิดขายใหม่มากกว่าจังหวัดอื่น ทั้งนี้เป็นหน่วยบ้านจัดสรร 888 หน่วย (ร้อยละ 36.3) มูลค่า 3,687 ล้านบาท (ร้อยละ 39.2) และอาคารชุด 490 หน่วย (ร้อยละ 86.9) มูลค่า 712 ล้านบาท (ร้อยละ 88.9) แต่จังหวัดนครราชสีมามีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่สูงสุด 746 หน่วย (ร้อยละ 39.4) มูลค่า 2,774 ล้านบาท (ร้อยละ 40.5) โดยมีอัตราการดูดซับที่ร้อยละ 1.9 ต่อเดือน ซึ่งต่ำกว่าจังหวัดอื่นเล็กน้อย รองลงมาเป็นจังหวัดขอนแก่น 739 หน่วย (ร้อยละ 39.1) มูลค่า 2,632 ล้านบาท (ร้อยละ 38.4) โดยมีอัตราการดูดซับที่ร้อยละ 2.5 ต่อเดือน ทั้งนี้ จังหวัดขอนแก่นมีอัตราดูดซับบ้านจัดสรรสูงสุดร้อยละ 2.7 และมหาสารคามมีอัตราดูดซับอาคารชุดสูงสุดร้อยละ 2.6”  

อุปทานโดยรวม ในช่วงครึ่งแรกปี 2566 ที่อยู่อาศัยเสนอขายทั้งหมด จำนวน 14,721 หน่วย มูลค่า 50,859 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ร้อยละ 11.6 และมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 ตามลำดับ โดยเป็นโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนเพียง 3,007 หน่วย มูลค่า 10,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 

ร้อยละ 48.9 และร้อยละ 72.4 ตามลำดับ ขณะที่ที่อยู่อาศัยเหลือขาย ณ ครึ่งแรกปี  2566 จำนวน 12,829 หน่วย มูลค่า 44,006 ล้านบาท จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.8 และมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

โดย 5 ทำเล ที่มีจำนวนหน่วยเหลือขายมากที่สุดใน 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ อันดับ 1 ทำเลจอหอ จำนวน 1,606 หน่วย มูลค่า 5,173 ล้านบาท อันดับ 2 ทำเลในเมืองนครราชสีมา จำนวน 1,196 หน่วย มูลค่า 4,990 ล้านบาท  อันดับ 3 ทำเล ม.ขอนแก่น จำนวน 1,115 หน่วย มูลค่า 1,994 ล้านบาท อันดับ 4  ทำเลบ้านใหม่-โคกกรวด จำนวน979 หน่วย มูลค่า 2,884 ล้านบาท  อันดับ 5 ทำเลหัวทะเล จำนวน 942 หน่วย มูลค่า 3,103 ล้านบาท โดยระดับราคาที่มีหน่วยเหลือขายมากที่สุดคือ 2.00-3.00 ล้านบาท มีจำนวนถึง 3,986 หน่วย มูลค่า 10,706 ล้านบาท 

อุปสงค์โดยรวม  พบว่าในช่วงครึ่งแรกปี 2566 มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ 1,892 หน่วย มูลค่า 6,854 ล้านบาท   แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,593 หน่วย มูลค่า 6,303 ล้านบาท และอาคารชุดเพียง 299 หน่วย มูลค่า 551 ล้านบาท ซึ่งทำเลที่มีหน่วยขายได้สูงสุด 5 อันดับแรกคือ อันดับ 1 บ้านเป็ด จำนวน 241 หน่วย มูลค่า 1,110 ล้านบาท  อันดับ 2 ในเมืองนครราชสีมา จำนวน 229 หน่วย มูลค่า 895 ล้านบาท อันดับ 3 จอหอ จำนวน 189 หน่วย มูลค่า 658 ล้านบาท  อันดับ 4 บึงแก่นนคร จำนวน 141 หน่วย มูลค่า 633 ล้านบาท และอันดับ 5 ม.ขอนแก่น จำนวน 132 หน่วย มูลค่า 282ล้านบาท 

ภาพรวมจังหวัดนครราชสีมา

สำหรับครึ่งแรกปี 2566 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดนครราชสีมา มีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 6,577 หน่วย มูลค่า 23,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 และ ลดลงร้อยละ -8.4 โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 5,362 หน่วย มูลค่า 20,729 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 1,215 หน่วย มูลค่า 2,891 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งแรกปี 2566 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 1,062 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.6 มูลค่า 3,675 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.3 ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 746 หน่วย ลดลงร้อยละ -49.6 มูลค่า 2,774 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -63.8 และจำนวนหน่วยเหลือขาย 5,831 หน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.0 มูลค่า 20,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 (YoY)  REIC คาดการณ์ ปี 2566 จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 1,593 หน่วย มูลค่า 5,513 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 1,449 หน่วย มูลค่า 5,399 ล้านบาท  มีหน่วยเหลือขาย 5,659 หน่วย มูลค่า 20,294 ล้านบาท

ภาพรวมจังหวัดขอนแก่น

สำหรับครึ่งแรกปี 2566 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดขอนแก่น มีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 4,979 หน่วย มูลค่า 15,996 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.7 และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.9 โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 3,490 หน่วย มูลค่า 13,606 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 1,489 หน่วย มูลค่า 2,390 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งแรกปี 2566 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 1,378 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 196.3 มูลค่า 4,400 ล้านบาท

เพิ่มขึ้นร้อยละ 266.7 ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 739 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.3 มูลค่า 2,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.2 และจำนวนหน่วยเหลือขาย 4,240 หน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.8 มูลค่า 13,364 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 (YoY)  REIC คาดการณ์ ปี 2566 จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 2,067 หน่วย มูลค่า 6,599 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 1,451 หน่วย มูลค่า 5,142 ล้านบาท  มีหน่วยเหลือขาย 4,217 หน่วย มูลค่า 13,107 ล้านบาท

 ภาพรวมจังหวัดอุบลราชธานี

สำหรับครึ่งแรกปี 2566 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดอุบลราชธานี มีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 1,382 หน่วย มูลค่า 4,330 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -6.3 และ ลดลงร้อยละ -7.1 โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,293 หน่วย มูลค่า 4,187 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 89 หน่วย มูลค่า 142 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งแรกปี 2566 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 294 หน่วย ลดลงร้อยละ -36.9 มูลค่า 869 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -38.9 ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 191 หน่วย ลดลงร้อยละ -53.3 มูลค่า 663 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -46.3 และจำนวนหน่วยเหลือขาย 1,191 หน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.9 มูลค่า 3,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 (YoY)  REIC คาดการณ์ ปี 2566 จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 441 หน่วย มูลค่า 1,303 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 372 หน่วย มูลค่า 1,291 ล้านบาท  มีหน่วยเหลือขาย 1,157 หน่วย มูลค่า 3,565 ล้านบาท

ภาพรวมจังหวัดอุดรธานี 

สำหรับครึ่งแรกปี 2566 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดอุดรธานี มีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 1,304 หน่วย มูลค่า 5,353 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.7 และ ร้อยละ 70.2 โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,298 หน่วย มูลค่า 5,342 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 6 หน่วย มูลค่า 10 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งแรกปี 2566 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 215 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 72.0 มูลค่า 1,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 211.9 ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 167 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 106.2 มูลค่า 632 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 125.9 และจำนวนหน่วยเหลือขาย 1,137 หน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 41.8 มูลค่า 4,721 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 64.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 (YoY)  REIC คาดการณ์ ปี 2566 จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 323 หน่วย มูลค่า 1,710 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 323 หน่วย มูลค่า 1,221 ล้านบาท  มีหน่วยเหลือขาย 1,089 หน่วย มูลค่า 4,520 ล้านบาท

ภาพรวมจังหวัดมหาสารคาม

สำหรับครึ่งแรกปี 2566 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดมหาสารคาม มีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 479 หน่วย มูลค่า 1,561 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -0.2 และ ลดลงร้อยละ -8.5 โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 466 หน่วย มูลค่า 1,551 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 13 หน่วย มูลค่า 10 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งแรกปี 2566 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 58 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 107.1 มูลค่า 214 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 182.1 ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 49 หน่วย ลดลงร้อยละ -53.3 มูลค่า 153 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -65.3 และจำนวนหน่วยเหลือขาย 430 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.7 มูลค่า 1,408 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 (YoY)  REIC คาดการณ์ ปี 2566 จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 87 หน่วย มูลค่า 321 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 94 หน่วย มูลค่า 296 ล้านบาท  มีหน่วยเหลือขาย 414 หน่วย มูลค่า 1,357 ล้านบาท

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save