เริ่มแล้ว! PET EXPO THAILAND 2026 อัดแน่นนวัตกรรม–กิจกรรมสัตว์เลี้ยง คาดเงินสะพัดพันล้าน   •   ทีเส็บ ผนึกทุกภาคส่วน จัด Thailand MICE Week 2026 ยกระดับไมซ์ไทยสู่โลก   •   ไทยประกันชีวิต ผนึก Chersery Home International และพันธมิตรจัดกิจกรรมเสริมองค์ความรู้สู่สังคมสูงวัย   •   NITORI ปักหมุด EMSPHERE รุกตลาดไทยเต็มสูบ ตั้งเป้าใช้จ่ายต่อหัวเทียบไต้หวัน ลุยเปิดกว่า 10 สาขา ปีหน้าเป็นต้นไป   •   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มอบรางวัลใหญ่แก่ 4 ลูกค้าผู้โชคดี จากแคมเปญพิเศษ “ฉลองครบรอบ 28 ปี กรุงไทย-แอกซ่า แจกใหญ่ แจกเต็ม”   •   เอไอเอ ประเทศไทย มอบรางวัลเกียรติยศแก่สุดยอดตัวแทน “ที่สุดแห่งปี” ประจำปี 2568ในงาน AIA Annual Agency Awards Presentation 2025   •   พรูเด็นเชียล โชว์งบ Q1 โตเลขสองหลัก กำไรธุรกิจใหม่พุ่ง 10% “ไทยแรงต่อเนื่อง” หนุนเอเชียโตแกร่งทุกมิติ   •   ไทยประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญ “CARING VACCINE FOR LIFE” มอบสิทธิพิเศษวัคซีนดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน   •   รถไฟฟ้าสายสีแดง เผยผลสำรวจความพึงพอใจครึ่งปีแรก ผู้โดยสารเชื่อมั่นคุณภาพการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและมาตรฐานด้านความปลอดภัย   •   เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมสนับสนุนโครงการ “Shot of Truth” หนุนคนรุ่นใหม่ผลิตสื่อสร้างสรรค์ รู้ทันข่าวลวงด้านวัคซีน เสริมความเชื่อมั่นด้านสุขภสาพในสังคมไทย   •   กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ คว้ารางวัล 4 เวทีใหญ่ระดับโกลบอลจากแคมเปญสมัครบัตรกดเงินสด อนุมัติไว เข้าใจคนรอ   •   ทิพยประกันภัย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง   •   การเคหะฯ เร่งช่วยคนฐานราก! ลดค่าเช่าสูงสุด 500 บาท ครอบคลุม 25 โครงการทั่วประเทศ   •   TOA จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เคาะปันผล 0.39 บาท/หุ้น ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมสี – วัสดุก่อสร้างรักษ์โลกแบบ Total Solution   •   กรุงไทย-แอกซ่า เปิด “Commit To Climate Season 5” ดันพลังงานสะอาด ชวนคนไทยเล่นเกมเปลี่ยนโลก
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
เริ่มแล้ว! PET EXPO THAILAND 2026 อัดแน่นนวัตกรรม–กิจกรรมสัตว์เลี้ยง คาดเงินสะพัดพันล้าน   •   ทีเส็บ ผนึกทุกภาคส่วน จัด Thailand MICE Week 2026 ยกระดับไมซ์ไทยสู่โลก   •   ไทยประกันชีวิต ผนึก Chersery Home International และพันธมิตรจัดกิจกรรมเสริมองค์ความรู้สู่สังคมสูงวัย   •   NITORI ปักหมุด EMSPHERE รุกตลาดไทยเต็มสูบ ตั้งเป้าใช้จ่ายต่อหัวเทียบไต้หวัน ลุยเปิดกว่า 10 สาขา ปีหน้าเป็นต้นไป   •   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มอบรางวัลใหญ่แก่ 4 ลูกค้าผู้โชคดี จากแคมเปญพิเศษ “ฉลองครบรอบ 28 ปี กรุงไทย-แอกซ่า แจกใหญ่ แจกเต็ม”   •   เอไอเอ ประเทศไทย มอบรางวัลเกียรติยศแก่สุดยอดตัวแทน “ที่สุดแห่งปี” ประจำปี 2568ในงาน AIA Annual Agency Awards Presentation 2025   •   พรูเด็นเชียล โชว์งบ Q1 โตเลขสองหลัก กำไรธุรกิจใหม่พุ่ง 10% “ไทยแรงต่อเนื่อง” หนุนเอเชียโตแกร่งทุกมิติ   •   ไทยประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญ “CARING VACCINE FOR LIFE” มอบสิทธิพิเศษวัคซีนดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน   •   รถไฟฟ้าสายสีแดง เผยผลสำรวจความพึงพอใจครึ่งปีแรก ผู้โดยสารเชื่อมั่นคุณภาพการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและมาตรฐานด้านความปลอดภัย   •   เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมสนับสนุนโครงการ “Shot of Truth” หนุนคนรุ่นใหม่ผลิตสื่อสร้างสรรค์ รู้ทันข่าวลวงด้านวัคซีน เสริมความเชื่อมั่นด้านสุขภสาพในสังคมไทย   •   กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ คว้ารางวัล 4 เวทีใหญ่ระดับโกลบอลจากแคมเปญสมัครบัตรกดเงินสด อนุมัติไว เข้าใจคนรอ   •   ทิพยประกันภัย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง   •   การเคหะฯ เร่งช่วยคนฐานราก! ลดค่าเช่าสูงสุด 500 บาท ครอบคลุม 25 โครงการทั่วประเทศ   •   TOA จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เคาะปันผล 0.39 บาท/หุ้น ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมสี – วัสดุก่อสร้างรักษ์โลกแบบ Total Solution   •   กรุงไทย-แอกซ่า เปิด “Commit To Climate Season 5” ดันพลังงานสะอาด ชวนคนไทยเล่นเกมเปลี่ยนโลก
spot_img

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ชี้สถานการณ์ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดภาคใต้

... min read

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงานสถานการณ์ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังอยู่ระหว่างขายในช่วงครึ่งหลังปี 2566 ของจังหวัดภาคใต้ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช พบว่า จำนวนหน่วยเหลือขายในช่วงครึ่งหลังปี 2566 เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.1 และมีผลให้อัตราดูดซับของภาพรวมตลาดอยู่ที่ร้อยละ 4.6 ทั้งนี้ REIC คาดการณ์ว่า ปี 2567 จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 10,586 หน่วย มูลค่า 69,253 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 9,187 หน่วย มูลค่า 47,865 ล้านบาท มีหน่วยเหลือขาย 18,092 หน่วย มูลค่า 107,906 ล้านบาท

 ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยภาคใต้ 4 จังหวัด ครึ่งหลังปี 2566 พบว่า จำนวนอุปทานพร้อมขายจำนวนประมาณ 23,026 หน่วย มูลค่า 134,016 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นโครงการอาคารชุด 11,136 หน่วย มูลค่า 79,648 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านจัดสรร 11,890 หน่วย มูลค่า 54,368 ล้านบาท มีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด 7,086 หน่วย มูลค่า 56,155 ล้านบาท มีโครงการขายได้ใหม่จำนวน 6,332 หน่วย มูลค่า 36,004 ล้านบาท ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขาย 16,694 หน่วย มูลค่า 98,012 ล้านบาท

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างตลาดที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างขายของ 4 จังหวัดนี้ พบว่า จังหวัดภูเก็ต และ สงขลา เป็นจังหวัดที่มีขนาดตลาดเป็นลำดับ 1 และ 2 ในทุกด้าน ดังจะเห็นได้จากจำนวนและสัดส่วนที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่มีการเสนอขายโดยจังหวัดภูเก็ตมีการเสนอขายถึง 12,869 หน่วย มูลค่า 91,519 ล้านบาท และ จังหวัดสงขลามีจำนวนหน่วย 5,156 หน่วย มูลค่า 21,107 ล้านบาท ของหน่วยที่เสนอขายทั้งหมด ตามลำดับ แต่จังหวัดภูเก็ตมีการเปิดตัวโครงการใหม่มากที่สุด โดยมีการเปิดตัวทั้งบ้านจัดสรรและอาคารชุดรวม 5,913 หน่วย มูลค่า 48,554 ล้านบาท ของหน่วยที่เปิดขายใหม่มากกว่าจังหวัดอื่น ทั้งนี้เป็นหน่วยบ้านจัดสรร 342 หน่วย มูลค่า 1,780 ล้านบาท และอาคารชุด 5,571 หน่วย มูลค่า 46,774 ล้านบาท

สำหรับจังหวัดภูเก็ตมีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่รวมสูงสุด 4,364 หน่วย มูลค่า 28,336 ล้านบาท โดยมีอัตราการดูดซับที่ร้อยละ 5.7 ต่อเดือน รองลงมาเป็นจังหวัดสงขลา 1,018 หน่วย มูลค่า 3,755 ล้านบาท โดยมีอัตราการดูดซับที่ร้อยละ 3.3 ต่อเดือน ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขายได้ใหม่รวม 652 หน่วย มูลค่า 2,723 ล้านบาท โดยมีอัตราการดูดซับที่ร้อยละ 3.2 ต่อเดือน และ นครศรีธรรมราช ขายได้ใหม่รวม 298 หน่วย มูลค่า 1,189 ล้านบาท โดยมีอัตราการดูดซับที่ร้อยละ 3.2 ต่อเดือน

อุปทานโดยรวมของภาคใต้ 4 จังหวัด ในช่วงครึ่งหลังปี 2566 ที่อยู่อาศัยเสนอขายทั้งหมด จำนวน 23,026 หน่วย มูลค่า 134,016 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ร้อยละ 38.7 และมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 83.0 ตามลำดับ โดยเป็นโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนเพียง 7,086 หน่วย มูลค่า 56,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ร้อยละ 269.3 และร้อยละ 571.6 ตามลำดับ ขณะที่ที่อยู่อาศัยเหลือขาย ณ ครึ่งหลังปี  2566 จำนวน

16,694 หน่วย มูลค่า 98,012 ล้านบาท  จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.1 และมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 61.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

โดย 5 ทำเล ที่มีจำนวนหน่วยเหลือขายมากที่สุดใน 4 จังหวัดภาคใต้ คือ อันดับ 1 ทำเลหาดบางเทา-หาดสุรินทร์ จำนวน 2,567 หน่วย มูลค่า 27,999 ล้านบาท อันดับ 2 ทำเลเทพกระษัตรี-ศรีสุนทร จำนวน 1,560 หน่วย มูลค่า 9,633 ล้านบาท อันดับ 3 ทำเลประดู่-บางชุมโถ จำนวน 952 หน่วย มูลค่า 3,487 ล้านบาท อันดับ 4 ทำเลท่าข้าม-ควนหิน จำนวน 911 หน่วย มูลค่า 3,919 ล้านบาท อันดับ 5 ทำเลเกาะแก้ว-รัษฎา จำนวน 813 หน่วย มูลค่า 6,583 ล้านบาท โดยระดับราคาที่มีหน่วยเหลือขายมากที่สุดคือ 3.01-5.00 ล้านบาท มีจำนวนถึง 5,338 หน่วย มูลค่า 22,627 ล้านบาท

อุปสงค์โดยรวมของภาคใต้ 4 จังหวัด  พบว่าในช่วงครึ่งหลังปี 2566 มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ 6,332 หน่วย มูลค่า 36,004 ล้านบาท  แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 2,150 หน่วย มูลค่า 9,585 ล้านบาท และอาคารชุด 4,182 หน่วย มูลค่า 26,418 ล้านบาท ซึ่งทำเลที่มีหน่วยขายได้สูงสุด 5 อันดับแรกคือ อันดับ 1 หาดบางเทา-หาดสุรินทร์ จำนวน 1,544 หน่วย มูลค่า 14,843 ล้านบาท  อันดับ 2 เทพกระษัตรี-ศรีสุนทร  จำนวน 608 หน่วย มูลค่า 3,238 ล้านบาท อันดับ 3 ตลาดใหญ่-ตลาดเหนือ จำนวน 573 หน่วย มูลค่า 1,625 ล้านบาท อันดับ 4 ในเมืองกระทู้ จำนวน 506 หน่วย มูลค่า 1,404 ล้านบาท และอันดับ 5 หาดกมลา จำนวน 207 หน่วย มูลค่า 1,088 ล้านบาท

ภาพรวมจังหวัดภูเก็ต

สำหรับครึ่งหลังปี 2566 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดภูเก็ตมีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 12,869 หน่วย มูลค่า 91,519 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 77.5 และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 146.9 โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 3,020 หน่วย มูลค่า 15,817 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 9,849 หน่วย มูลค่า 75,701 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งหลังปี 2566 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 5,913 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 1,087.3 มูลค่า 48,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1,361.3  ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 4,364 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 186.9 มูลค่า 28,336 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 342.0 และจำนวนหน่วยเหลือขาย 8,505 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.5 มูลค่า 63,183 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 106.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 (YoY)  REIC คาดการณ์ ปี 2567 จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 7,071 หน่วย มูลค่า 53,293 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 6,037 หน่วย มูลค่า 35,651 ล้านบาท  มีหน่วยเหลือขาย 9,539 หน่วย มูลค่า 71,857 ล้านบาท

ภาพรวมจังหวัดสงขลา

สำหรับครึ่งหลังปี 2566 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดสงขลามีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 5,156 หน่วย มูลค่า 21,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.1 และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.7 โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 4,418 หน่วย มูลค่า 19,415 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 738 หน่วย มูลค่า 1,693 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งหลังปี 2566 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 352 หน่วย ลดลงร้อยละ -32.7 มูลค่า 2,138 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -4.3 ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 1,018 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.2 มูลค่า 3,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.6 และจำนวนหน่วยเหลือขาย 4,138 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.7 มูลค่า 17,352 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.2

เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 (YoY)  REIC คาดการณ์ ปี 2567 จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 2,163 หน่วย มูลค่า 8,439 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 1,702 หน่วย มูลค่า 6,672 ล้านบาท  มีหน่วยเหลือขาย 4,599 หน่วย มูลค่า 19,200 ล้านบาท

 ภาพรวมจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สำหรับครึ่งหลังปี 2566 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 3,432 หน่วย มูลค่า 13,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.9 โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 2,895 หน่วย มูลค่า 11,026 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 537 หน่วย มูลค่า 2,231 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งหลังปี 2566 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 627 หน่วย ลดลงร้อยละ -26.6 มูลค่า 2,835 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 652 หน่วย ลดลงร้อยละ -3.1 มูลค่า 2,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.0 และจำนวนหน่วยเหลือขาย 2,780 หน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 มูลค่า 10,533 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 (YoY) REIC คาดการณ์ ปี 2567 จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 1,069 หน่วย มูลค่า 4,451 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 1,020 หน่วย มูลค่า 3,874 ล้านบาท  มีหน่วยเหลือขาย 2,829 หน่วย มูลค่า 10,703 ล้านบาท

ภาพรวมจังหวัดนครศรีธรรมราช

สำหรับครึ่งหลังปี 2566 ในพื้นที่สำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราชมีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 1,569 หน่วย มูลค่า 8,133 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -16.5 และ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 โดยเป็นโครงการบ้านจัดสรรเพียงอย่างเดียว โดยในช่วงครึ่งหลังปี 2566 มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 194 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 340.9 มูลค่า 2,628 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1,729.9 ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 298 หน่วย ลดลงร้อยละ
-24.2 มูลค่า 1,189 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -27.0 และจำนวนหน่วยเหลือขาย 1,271 หน่วย ลดลงร้อยละ -14.5 มูลค่า 6,944 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 (YoY)  REIC คาดการณ์ ปี 2567 จะมีที่อยู่อาศัยเข้ามาในตลาดจำนวน 282 หน่วย มูลค่า 3,071 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 428 หน่วย มูลค่า 1,668 ล้านบาท  มีหน่วยเหลือขาย 1,125 หน่วย มูลค่า 6,145 ล้านบาท

“สถานการณ์โดยภาพรวม ตลาดที่อยู่อาศัย 4 จังหวัดภาคใต้ พบว่ามีการปรับตัวดีขึ้นทั้งหมด โดยได้รับอานิสงส์ จากภาคการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน ซึ่งจังหวัดภูเก็ต เป็นพื้นที่ที่มีการฟื้นตัวเร็วและแรงที่สุด ทั้งในด้าน
อุปสงค์และอุปทาน ของที่อยู่อาศัยทุกประเภท คาดว่าจะมีการฟื้นตัวเช่นนี้ต่อเนื่องในปี 2567″

จังหวัดสงขลา ภาพรวมพบว่ามีการฟื้นตัวที่ดีในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเป็นการฟื้นตัวตามภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าช่วยพลิกเศรษฐกิจในท้องถิ่นช่วยเพิ่มกำลังซื้อที่อยู่อาศัยได้ทุกประเภท

จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาพรวมมีการฟื้นตัวที่ชัดเจนเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะสมุย จะเห็นการ   ฟื้นตัวของการขายอาคารชุดและวิลล่า ในขณะที่พื้นที่หลักเช่น อำเภอเมืองมีการฟื้นตัวของโครงการแนวราบประเภทโครงการบ้านจัดสรร

จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่เดียวใน 4 จังหวัดภาคใต้จากการสำรวจโดย REIC พบว่ามีการฟื้นตัว        ในอัตราต่ำที่สุด แต่อย่างไรก็ดี ยังเห็นแนวโน้มของการฟื้นตัวขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

ดร.วิชัย ได้สรุปว่า “ภาพรวมพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ การฟื้นตัวดังกล่าวได้รับแรงส่งจากธุรกิจการท่องเที่ยวโดยตรง แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการยังจำเป็นในการพิจารณารายละเอียดของแต่ละพื้นที่ก่อนเติมอุปทานโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อไม่ให้เกิดอุปทานที่มากเกินไปในบางพื้นที่”

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save