ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ แจงบทบาทตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยคนไทย ผ่านเวที “สายด่วนรัฐสภา”   •   BAM ยกทัพร่วมเสวนา “ สร้างอนาคตทางรอด ทางเลือกสำหรับข้าราชการยุค AI ” พร้อมนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนแก่ข้าราชการกระทรวงกลาโหม   •   เมย์แบงก์ เตือนลงทุน SpaceX ระยะสั้นเสี่ยงผันผวน Valuation ตึงตัว แต่ระยะยาวยังโตแรง   •   ถอดรหัส วทจ. รุ่น 8 เชื่อมโยงมิตรภาพไทย-จีน บนรากฐาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”   •   เริ่มแล้ว! “ออมสิน YOUTH SPORTS FESTIVAL 2026” มหกรรมกีฬาเยาวชนธนาคารโรงเรียน ฤดูกาลที่ 17 กับ 3 ประเภทกีฬา ชิงถ้วยพระราชทานฯ เงินรางวัลรวมกว่า 4.6 ล้านบาท   •   Orbix Technology จับมือ KCLIMATE 1.5 และ Pi Carbon ลงนาม MOU พัฒนาระบบนิเวศด้านสภาพภูมิอากาศ ผสานเทคโนโลยีบล็อกเชนและการคำนวณคาร์บอน ยกระดับสู่มาตรฐานสากล   •   “ศุภาลัย” บนวิถีแห่งความยั่งยืน: จากผู้พัฒนาโครงการ สู่ผู้สร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน   •   OCEAN LIFE ไทยสมุทร ประกันชีวิต แท็กทีม ‘41000 RUNCLUB’ จ.อุดรธานี ชวนสายวิ่งสตาร์ทความสนุก เติมพลังความรัก ปลุกความฟิตรับอรุณ   •   “กรุงศรี” คว้ารางวัล CSR & ESG Leadership Awards ระดับ “Gold” บนเวทีนานาชาติ   •   เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวรายการ “Go Healthier with MTL” ส่งต่อความรู้สุขภาพและประกันจากคนวงใน ชวนคนไทยสุขภาพดีกว่าเดิม   •   กสิกรไทย ติดอาวุธความรู้ SME พร้อมเคียงข้างฝ่าวิกฤติ ด้วยหลักสูตร K SME CARE รุ่น 27 เสริมแกร่งธุรกิจไทย “ทำเป็น อยู่รอด และเติบโต”   •   เจนเนอราลี่ จับมือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เปิดตัว “KKPGEN Flow 678” โซลูชันเพื่อแผนการเงินที่ลื่นไหล การันตีเงินคืน 8% ต่อเนื่อง   •   วิริยะประกันภัย มอบอุปกรณ์รถจักรยานยนต์ ยกระดับการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน   •   องค์การสุรา เซ็น MOU ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น ช่วยลดต้นทุนสายส่งทั่วประเทศ   •   การเคหะแห่งชาติ คว้า 2 รางวัลระดับประเทศ สะท้อนความสำเร็จด้าน Open Data และ AI
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ แจงบทบาทตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยคนไทย ผ่านเวที “สายด่วนรัฐสภา”   •   BAM ยกทัพร่วมเสวนา “ สร้างอนาคตทางรอด ทางเลือกสำหรับข้าราชการยุค AI ” พร้อมนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนแก่ข้าราชการกระทรวงกลาโหม   •   เมย์แบงก์ เตือนลงทุน SpaceX ระยะสั้นเสี่ยงผันผวน Valuation ตึงตัว แต่ระยะยาวยังโตแรง   •   ถอดรหัส วทจ. รุ่น 8 เชื่อมโยงมิตรภาพไทย-จีน บนรากฐาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”   •   เริ่มแล้ว! “ออมสิน YOUTH SPORTS FESTIVAL 2026” มหกรรมกีฬาเยาวชนธนาคารโรงเรียน ฤดูกาลที่ 17 กับ 3 ประเภทกีฬา ชิงถ้วยพระราชทานฯ เงินรางวัลรวมกว่า 4.6 ล้านบาท   •   Orbix Technology จับมือ KCLIMATE 1.5 และ Pi Carbon ลงนาม MOU พัฒนาระบบนิเวศด้านสภาพภูมิอากาศ ผสานเทคโนโลยีบล็อกเชนและการคำนวณคาร์บอน ยกระดับสู่มาตรฐานสากล   •   “ศุภาลัย” บนวิถีแห่งความยั่งยืน: จากผู้พัฒนาโครงการ สู่ผู้สร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน   •   OCEAN LIFE ไทยสมุทร ประกันชีวิต แท็กทีม ‘41000 RUNCLUB’ จ.อุดรธานี ชวนสายวิ่งสตาร์ทความสนุก เติมพลังความรัก ปลุกความฟิตรับอรุณ   •   “กรุงศรี” คว้ารางวัล CSR & ESG Leadership Awards ระดับ “Gold” บนเวทีนานาชาติ   •   เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวรายการ “Go Healthier with MTL” ส่งต่อความรู้สุขภาพและประกันจากคนวงใน ชวนคนไทยสุขภาพดีกว่าเดิม   •   กสิกรไทย ติดอาวุธความรู้ SME พร้อมเคียงข้างฝ่าวิกฤติ ด้วยหลักสูตร K SME CARE รุ่น 27 เสริมแกร่งธุรกิจไทย “ทำเป็น อยู่รอด และเติบโต”   •   เจนเนอราลี่ จับมือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เปิดตัว “KKPGEN Flow 678” โซลูชันเพื่อแผนการเงินที่ลื่นไหล การันตีเงินคืน 8% ต่อเนื่อง   •   วิริยะประกันภัย มอบอุปกรณ์รถจักรยานยนต์ ยกระดับการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน   •   องค์การสุรา เซ็น MOU ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น ช่วยลดต้นทุนสายส่งทั่วประเทศ   •   การเคหะแห่งชาติ คว้า 2 รางวัลระดับประเทศ สะท้อนความสำเร็จด้าน Open Data และ AI
spot_img

กสิกรไทย โชว์กำไร Q1/69 แตะ 1.47 หมื่นล้าน รับเศรษฐกิจชะลอ-เสี่ยงตะวันออกกลางกดดัน

... min read

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2569 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญภายหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยในช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปสอดคล้องกับการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อความเชื่อมั่นและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากการใช้จ่ายภายในประเทศที่อ่อนแรงลงทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังหดตัว ขณะที่ภาคการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมมีความเปราะบางมากขึ้น สำหรับภาพรวมทั้งปีคาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวในกรอบ 0.8% – 1.2% (ตัวเลขประเมิน ณ เดือนเมษายน 2569) ภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้การประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบผ่านต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเงินเฟ้อให้มีแนวโน้มเร่งตัวสูงขึ้น และส่งผ่านผลกระทบมายังค่าครองชีพและกำลังซื้อของครัวเรือน ภาคธุรกิจมีความระมัดระวังในการลงทุนและการวางแผนการผลิตมากกว่าเดิม จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ภาครัฐมีข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากต้องคำนึงถึงเสถียรภาพด้านการคลังและแนวโน้มหนี้สาธารณะซึ่งมีความเสี่ยงที่จะปรับสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป เศรษฐกิจไทยจะเผชิญความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ตลอดจนการชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ผ่านการเดินหน้ายุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการยกระดับกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ด้วยการเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างรอบด้าน และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ครอบคลุมทุกมิติที่ลูกค้าต้องการ อีกทั้งธนาคารมีการติดตาม และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง เพื่อประคับประคองลูกค้าให้สามารถผ่านสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนได้ ตลอดจนสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างเต็มที่

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 14,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 876 ล้านบาท หรือ 6.35% ทั้งนี้ หากไม่รวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 1,455 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจะมีจำนวน 13,378 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 413 ล้านบาท หรือ 2.99% โดยกำไรสุทธิดังกล่าวยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นช่วงปลายไตรมาสแรก และตามที่สถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ เพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อผลการดำเนินงานในอนาคต การลดลงของกำไรสุทธินั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 31,957 ล้านบาท ลดลงจำนวน 3,468 ล้านบาท หรือ 9.79% โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 2.95% ลดลงตามภาวะตลาด และธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง และลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้ลูกค้าในระหว่างปี 2568 รวมทั้งการเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่ยังชะลอตัว

นอกจากนี้ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจาก

1) รายได้จากการให้บริการบริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้า และค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เติบโตในช่วงต้นปี ซึ่งยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

2) รายได้จากการลงทุนที่เกิดจากการทำกำไรในภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย

3) ผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยที่ดีขึ้น สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 19,279 ล้านบาท ลดลงจำนวน 773 ล้านบาท หรือ 3.85% โดยมีปัจจัยหลักจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่ลดลงสอดคล้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลตามแผนที่ดำเนินการ ควบคู่กับการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ระดับ 38.93%

นอกจากนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยยังคงนโยบายตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามหลักความระมัดระวัง เพื่อให้สำรองฯ อยู่ในระดับที่เหมาะสม รองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์ในอนาคตที่ยังมีความท้าทายจากทั้งในและนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง และมีแนวโน้มที่ความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้น จึงตั้งสำรองฯ ในไตรมาสนี้จำนวน 9,823 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และสอดคล้องกับแนวทางที่ธนาคารได้สื่อความไว้

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568 ธนาคารและบริษัทย่อยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 31,957 ล้านบาท ลดลงจำนวน 956 ล้านบาท หรือ 2.90% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 17,564 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,625 ล้านบาท หรือ 17.57% ซึ่งหากไม่รวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 1,455 ล้านบาท รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะมีจำนวน 16,095 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,156 ล้านบาท หรือ 7.74% สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการบริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้า และรายได้จากการลงทุน ซึ่งยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นช่วงปลายไตรมาสแรก และตามที่สถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ เพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อผลการดำเนินงานในอนาคต

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 19,279 ล้านบาท ลดลงจำนวน 3,748 ล้านบาท หรือ 16.28% โดยเป็นผลจากปัจจัยฤดูกาลของค่าใช้จ่ายในไตรมาสก่อน ประกอบกับการควบคุมการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยได้พิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องจำนวน 9,823 ล้านบาท รองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง และสถานการณ์ในอนาคตที่ยังมีความท้าทายจากทั้งในและนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง และมีแนวโน้มที่ความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมจำนวน 4,539,958 ล้านบาท ลดลงจำนวน 18,660 ล้านบาท หรือ 0.41% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ส่วนใหญ่จากรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิจากการบริหารสภาพคล่องของธนาคาร และเงินให้สินเชื่อสุทธิที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารมุ่งเน้นการขยายสินเชื่ออย่างมีคุณภาพด้วยผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยงให้เหมาะสม และยังคงให้ความช่วยเหลือลูกค้า รวมทั้งให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการลงทุนตามการคาดการณ์ภาวะตลาดและทิศทางอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) อยู่ที่ระดับ 3.19% ซึ่งยังคงต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวังใกล้ชิดในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน และมีแนวโน้มที่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 171.72% สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่ที่ 19.95%

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save