แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2569 จะยังอยู่ในภาวะ “ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง” จากแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ ในขณะเดียวกันข้อมูลจากสมาคมประกันชีวิตไทยได้สะท้อนอีกมุมหนึ่งของเศรษฐกิจ และมุมมองด้าน “ความกังวลและการวางแผนอนาคต” ของประชาชน ที่กำลังผลักดันให้ธุรกิจประกันชีวิตยังคงเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ

ตัวเลขครึ่งปีแรก 2569 ที่เบี้ยประกันภัยรับรวมแตะ 341,522.85 ล้านบาท เติบโต 4.57% อาจดูไม่หวือหวาในเชิงเศรษฐกิจมหภาค แต่หากพิจารณาเชิงโครงสร้าง จะพบว่า “คุณภาพของการเติบโต” กำลังเปลี่ยนไป
เศรษฐกิจเปราะบาง = ความต้องการประกันเพิ่มขึ้น: ต้นปี 2569 เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งสงครามการค้า ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงบริบทนี้ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการใช้จ่ายเพื่อวันนี้ ไปสู่การป้องกันความเสี่ยงในอนาคตอย่างชัดเจน สะท้อนผ่านโครงสร้างเบี้ยประกันที่น่าสนใจ – เบี้ยปีต่ออายุ (Renewal) โต 6.94% – แต่เบี้ยใหม่ (New Business) หดตัว -1.22% – ขณะที่ Single Premium ลดลงแรงถึง -19.54% ภาพนี้สะท้อนว่า คนไทยไม่ได้หยุดถือประกันแต่ระวังการซื้อใหม่ซึ่งสอดคล้องกับภาวะรายได้ที่ยังไม่มั่นคง

สุขภาพ-เกษียณ-ลงทุน: 3 ธีมใหญ่ของผู้บริโภคไทย: อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญ คือ การเติบโตของผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับ “ความไม่แน่นอนในชีวิต” มากกว่าความคุ้มครองแบบดั้งเดิม – ประกันสุขภาพ โต 3.96%- ประกันบำนาญ โต 7.67% – Unit-Linked โตแรง 41.55%
ทั้งสามกลุ่มสะท้อน Mindset ใหม่ของผู้บริโภคไทยจาก “ซื้อประกันเผื่อเหตุไม่คาดฝัน” สู่ “ใช้ประกันเป็นเครื่องมือวางแผนชีวิต” โดยเฉพาะ Unit-Linked ที่เติบโตโดดเด่น แสดงให้เห็นว่าในสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยและเงินเฟ้อที่ผันผวน ผู้บริโภคเริ่มมองหาผลตอบแทนควบคู่ความคุ้มครองมากขึ้น

โครงสร้างสังคม = แรงหนุนระยะยาวที่ชัดเจน: แม้เศรษฐกิจจะผันผวน แต่ “ปัจจัยเชิงโครงสร้าง” กลับเป็นตัวพยุงธุรกิจประกันชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์พร้อมกับ – ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง – อายุขัยที่ยืนยาวขึ้น – ความเสี่ยงด้านรายได้หลังเกษียณ ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง “เทรนด์” แต่เป็น “แรงขับถาวร” ที่จะทำให้ความต้องการประกันชีวิตเพิ่มขึ้นในระยะยาว
Digital โตแรง แต่ยังไม่ใช่เกมหลัก: หนึ่งในตัวเลขที่น่าสนใจคือ ช่องทางดิจิทัลเติบโตสูงถึง 77.53% แม้สัดส่วนยังต่ำเพียง 0.39%สะท้อนว่า – ผู้บริโภคเปิดรับการซื้อประกันออนไลน์มากขึ้น – แต่ “ความเชื่อมั่นและความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์” ยังทำให้ตัวแทน (Agent) และธนาคาร (Bancassurance) ครองตลาดในระยะถัดไป การผสาน “Human + AI + Digital Experience” จะเป็นตัวชี้ขาดการแข่งขัน
ครึ่งปีหลัง 2569: โตได้ แต่ไม่ง่าย: สมาคมประกันชีวิตไทย ประเมินว่า ทั้งปี 2569 จะยังเติบโตได้ 2.50–3.50% ซึ่งถือว่า “ยืนระยะได้” ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่รอบด้าน – กำลังซื้อเปราะบาง – หนี้ครัวเรือนสูง – ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย – การปรับใช้มาตรฐานบัญชี TFRS 17 – ความเสี่ยงจาก Climate Change สิ่งเหล่านี้จะบีบให้ธุรกิจต้อง “ปรับตัวเชิงรุก” มากกว่าที่เคย
ทิศทางธุรกิจประกันชีวิตในปี 2569 จึงไม่ได้สะท้อนเพียงการเติบโตของตลาด แต่ยังเป็นภาพสะท้อนความรู้สึกและพฤติกรรมของผู้บริโภค ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน เมื่อความเสี่ยงในชีวิตเพิ่มขึ้น ประกันจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านความคุ้มครอง แต่กลายเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงและบริหารความเสี่ยงในระยะยาว
แรงขับเคลื่อนดังกล่าวกำลังผลักดันให้อุตสาหกรรมปรับบทบาทจากการขายผลิตภัณฑ์ประกันไปสู่การออกแบบโซลูชันด้านความมั่นคงที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงในชีวิตคนไทยให้มากยิ่งขึ้น
ผู้เขียน: จิรารัฏฐ์ บูรพารัศมิ์ บรรณาธิการบริหาร














