ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ แจงบทบาทตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยคนไทย ผ่านเวที “สายด่วนรัฐสภา”   •   BAM ยกทัพร่วมเสวนา “ สร้างอนาคตทางรอด ทางเลือกสำหรับข้าราชการยุค AI ” พร้อมนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนแก่ข้าราชการกระทรวงกลาโหม   •   เมย์แบงก์ เตือนลงทุน SpaceX ระยะสั้นเสี่ยงผันผวน Valuation ตึงตัว แต่ระยะยาวยังโตแรง   •   ถอดรหัส วทจ. รุ่น 8 เชื่อมโยงมิตรภาพไทย-จีน บนรากฐาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”   •   เริ่มแล้ว! “ออมสิน YOUTH SPORTS FESTIVAL 2026” มหกรรมกีฬาเยาวชนธนาคารโรงเรียน ฤดูกาลที่ 17 กับ 3 ประเภทกีฬา ชิงถ้วยพระราชทานฯ เงินรางวัลรวมกว่า 4.6 ล้านบาท   •   Orbix Technology จับมือ KCLIMATE 1.5 และ Pi Carbon ลงนาม MOU พัฒนาระบบนิเวศด้านสภาพภูมิอากาศ ผสานเทคโนโลยีบล็อกเชนและการคำนวณคาร์บอน ยกระดับสู่มาตรฐานสากล   •   “ศุภาลัย” บนวิถีแห่งความยั่งยืน: จากผู้พัฒนาโครงการ สู่ผู้สร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน   •   OCEAN LIFE ไทยสมุทร ประกันชีวิต แท็กทีม ‘41000 RUNCLUB’ จ.อุดรธานี ชวนสายวิ่งสตาร์ทความสนุก เติมพลังความรัก ปลุกความฟิตรับอรุณ   •   “กรุงศรี” คว้ารางวัล CSR & ESG Leadership Awards ระดับ “Gold” บนเวทีนานาชาติ   •   เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวรายการ “Go Healthier with MTL” ส่งต่อความรู้สุขภาพและประกันจากคนวงใน ชวนคนไทยสุขภาพดีกว่าเดิม   •   กสิกรไทย ติดอาวุธความรู้ SME พร้อมเคียงข้างฝ่าวิกฤติ ด้วยหลักสูตร K SME CARE รุ่น 27 เสริมแกร่งธุรกิจไทย “ทำเป็น อยู่รอด และเติบโต”   •   เจนเนอราลี่ จับมือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เปิดตัว “KKPGEN Flow 678” โซลูชันเพื่อแผนการเงินที่ลื่นไหล การันตีเงินคืน 8% ต่อเนื่อง   •   วิริยะประกันภัย มอบอุปกรณ์รถจักรยานยนต์ ยกระดับการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน   •   องค์การสุรา เซ็น MOU ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น ช่วยลดต้นทุนสายส่งทั่วประเทศ   •   การเคหะแห่งชาติ คว้า 2 รางวัลระดับประเทศ สะท้อนความสำเร็จด้าน Open Data และ AI
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ แจงบทบาทตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยคนไทย ผ่านเวที “สายด่วนรัฐสภา”   •   BAM ยกทัพร่วมเสวนา “ สร้างอนาคตทางรอด ทางเลือกสำหรับข้าราชการยุค AI ” พร้อมนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนแก่ข้าราชการกระทรวงกลาโหม   •   เมย์แบงก์ เตือนลงทุน SpaceX ระยะสั้นเสี่ยงผันผวน Valuation ตึงตัว แต่ระยะยาวยังโตแรง   •   ถอดรหัส วทจ. รุ่น 8 เชื่อมโยงมิตรภาพไทย-จีน บนรากฐาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”   •   เริ่มแล้ว! “ออมสิน YOUTH SPORTS FESTIVAL 2026” มหกรรมกีฬาเยาวชนธนาคารโรงเรียน ฤดูกาลที่ 17 กับ 3 ประเภทกีฬา ชิงถ้วยพระราชทานฯ เงินรางวัลรวมกว่า 4.6 ล้านบาท   •   Orbix Technology จับมือ KCLIMATE 1.5 และ Pi Carbon ลงนาม MOU พัฒนาระบบนิเวศด้านสภาพภูมิอากาศ ผสานเทคโนโลยีบล็อกเชนและการคำนวณคาร์บอน ยกระดับสู่มาตรฐานสากล   •   “ศุภาลัย” บนวิถีแห่งความยั่งยืน: จากผู้พัฒนาโครงการ สู่ผู้สร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน   •   OCEAN LIFE ไทยสมุทร ประกันชีวิต แท็กทีม ‘41000 RUNCLUB’ จ.อุดรธานี ชวนสายวิ่งสตาร์ทความสนุก เติมพลังความรัก ปลุกความฟิตรับอรุณ   •   “กรุงศรี” คว้ารางวัล CSR & ESG Leadership Awards ระดับ “Gold” บนเวทีนานาชาติ   •   เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัวรายการ “Go Healthier with MTL” ส่งต่อความรู้สุขภาพและประกันจากคนวงใน ชวนคนไทยสุขภาพดีกว่าเดิม   •   กสิกรไทย ติดอาวุธความรู้ SME พร้อมเคียงข้างฝ่าวิกฤติ ด้วยหลักสูตร K SME CARE รุ่น 27 เสริมแกร่งธุรกิจไทย “ทำเป็น อยู่รอด และเติบโต”   •   เจนเนอราลี่ จับมือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เปิดตัว “KKPGEN Flow 678” โซลูชันเพื่อแผนการเงินที่ลื่นไหล การันตีเงินคืน 8% ต่อเนื่อง   •   วิริยะประกันภัย มอบอุปกรณ์รถจักรยานยนต์ ยกระดับการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน   •   องค์การสุรา เซ็น MOU ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น ช่วยลดต้นทุนสายส่งทั่วประเทศ   •   การเคหะแห่งชาติ คว้า 2 รางวัลระดับประเทศ สะท้อนความสำเร็จด้าน Open Data และ AI
spot_img

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยผลวิจัยใหม่ ชี้ธุรกิจในประเทศไทยต้องแบกภาระข้อมูลล้น

... min read

ข้อมูลของ Dell Technologies จาก 45 ประเทศเผยให้เห็น “ความย้อนแย้งของข้อมูล” หรือ “Data Paradox” ที่แม้บรรดาองค์กรธุรกิจต่างต้องการข้อมูลจำนวนมากขึ้น แต่ก็ยังต้องดิ้นรนเพื่อหาทางดึงคุณค่าจากข้อมูลมากมายที่มีอยู่

  • 66 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจ (ประเทศไทย: 67 เปอร์เซ็นต์) เชื่อว่าองค์กรของตนขับเคลื่อนด้วยข้อมูล แต่มีเพียง 21 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 12 เปอร์เซ็นต์) เท่านั้นที่ยืนยันว่ามีการจัดการด้านข้อมูลเสมือนเป็นสินทรัพย์และให้ความสำคัญอย่างสูงกับการนำข้อมูลมาใช้ในธุรกิจทั้งหมด
  • มากกว่าสองในสาม (ประเทศไทย: 70 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าต้องการข้อมูลเพิ่มมากขึ้น แต่กระนั้นก็ยังมีธุรกิจอีกเป็นจำนวนมาก (ประเทศไทย: 73 เปอร์เซ็นต์) ที่ชี้ว่าปัจจุบันมีข้อมูลมากเกินกว่าที่จะจัดการได้
  • ค่าใช้จ่ายด้านไอทีไต่ระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มขึ้นถึง 77 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 72 เปอร์เซ็นต์) ในช่วงสามปีที่ผ่านมา และผู้ตอบการสำรวจคาดว่าค่าใช้จ่ายด้านไอทีจะเพิ่มขึ้นอีก 57 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 42 เปอร์เซ็นต์) ในอีกสามปีข้างหน้า
  • คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการเปลี่ยนไปใช้โมเดลแบบ on-demand จะให้ประโยชน์ด้านข้อมูล หากมีองค์กรเพียงแค่ไม่กี่แห่งเท่านั้นที่เริ่มดำเนินการในส่วนนี้

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยผลการศึกษาที่จัดทำขึ้นทั่วโลก* โดยมอบหมายให้ฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติ้ง ดำเนินการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจจำนวนมากในประเทศไทยกำลังประสบปัญหากับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แทนที่จะเป็นการสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ข้อมูลกลับกลายเป็นภาระอันเนื่องมาจากอุปสรรคมากมาย ได้แก่ ช่องว่างด้านทักษะข้อมูล (skills gap) ไซโลข้อมูล (data silos) ไปจนถึงกระบวนการต่างๆ ที่ต้องดำเนินการด้วยตัวเอง (manual) ไซโลของธุรกิจ และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (data privacy) รวมถึงจุดอ่อนด้านความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งนี้ Data Paradox หรือ “ความขัดแย้งของข้อมูล” เป็นผลมาจากปริมาณ ความเร็ว และความหลากหลายของข้อมูลที่ท่วมท้นทั้งในส่วนธุรกิจ เทคโนโลยี บุคลากรและกระบวนการ

ผลลัพธ์ของการวิจัยเกิดขึ้นจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่า 4,000 คนจาก 45 ประเทศ และเป็นผลที่สร้างต่อยอดขึ้นจากการวิจัย ดัชนีชี้วัดการปฏิรูปทางดิจิทัล หรือ  Digital Transformation Index ของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ซึ่งประเมินพัฒนาการด้านดิจิทัลของธุรกิจทั่วโลก โดยดัชนีชี้วัดการปฏิรูปทางดิจิทัลเผยถึง “ข้อมูลที่มากเกินไป (overload) การที่ไม่สามารถสกัดข้อมูลเชิงลึกออกมาจากข้อมูลได้” ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปที่สูงสุดเป็นอันดับสามทั่วโลก สูงขึ้นจากอันดับที่ 11 ในปี 2559

1.ความเข้าใจถึงความขัดแย้ง (Paradox)

สองในสามของผู้ตอบแบบสอบถาม (66 เปอร์เซ็นต์) (ประเทศไทย: 67 เปอร์เซ็นต์) กล่าวว่าธุรกิจขององค์กรตนขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและระบุว่า “ข้อมูลคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง (lifeblood) ขององค์กร” แต่มีเพียง 21 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 12 เปอร์เซ็นต์) เท่านั้นที่ยืนยันว่ามีการจัดการด้านข้อมูลเสมือนเป็นสินทรัพย์และให้ความสำคัญอย่างสูงกับการนำข้อมูลมาใช้ในธุรกิจทั้งหมด

เพื่อให้เกิดความกระจ่างเกี่ยวกับความขัดแย้งนี้ การวิจัยจึงสรุปย่อวัตถุประสงค์ของการวัดความพร้อมทางด้านข้อมูลขององค์กรธุรกิจ

คะแนนความพร้อมด้านข้อมูล: ทั่วโลก

คะแนนความพร้อมด้านข้อมูล: ประเทศไทย

ผลการวิจัยพบว่า 88 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจ (ประเทศไทย: 95 เปอร์เซ็นต์) ยังไม่ก้าวหน้าทั้งในส่วนของเทคโนโลยีและกระบวนการทางข้อมูล และ/หรือวัฒนธรรมและทักษะทางด้านข้อมูล มีเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจเท่านั้น (ประเทศไทย: 5 เปอร์เซ็นต์) ที่ได้รับการจำกัดความให้เป็น Data Champions ซึ่งได้แก่บริษัทที่มีส่วนร่วมอย่างจริงจังทั้งสองด้าน (เทคโนโลยี/กระบวนการ และวัฒนธรรม/ทักษะ)

2. ความขัดแย้งของ “ความต้องการที่มีมากเกินกว่าจะจัดการได้”

จากการวิจัยพบว่า 70 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 73 เปอร์เซ็นต์) กล่าวว่าสามารถรวบรวมข้อมูลได้เร็วเกินความสามารถที่จะนำมาวิเคราะห์และใช้งานได้ แต่ 67 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 70 เปอร์เซ็นต์) กล่าวว่าต้องการข้อมูลมากกว่าที่สามารถหามาได้ในปัจจุบัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจาก

  • 64 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 61 เปอร์เซ็นต์) ปกป้องข้อมูลปริมาณมากภายในดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเองหรือที่ควบคุมอยู่ แม้จะทราบถึงประโยชน์ของการประมวลผลข้อมูลที่ปลายทาง (Edge) (ซึ่งเป็นจุดที่สร้างข้อมูล)
  • ความเป็นผู้นำด้านข้อมูลที่ไม่ดีพอ (poor) โดย 70 เปอร์เซ็นต์  (ประเทศไทย: 68 เปอร์เซ็นต์) ยอมรับว่าบอร์ดหรือคณะกรรมการของบริษัทยังไม่ได้ให้การสนับสนุนอย่างชัดเจนเรื่องกลยุทธ์ด้านข้อมูลและการวิเคราะห์
  • กลยุทธ์ด้านไอทีที่ไม่รองรับการขยายขีดความสามารถ โดย 49 เปอร์เซ็นต์  (ประเทศไทย: 48 เปอร์เซ็นต์) กำลังเร่งเพิ่มจำนวน data lake มากขึ้น แทนการควบรวมที่มีอยู่เข้าด้วยกัน

ผลที่ตามมาก็คือ การเพิ่มจำนวนข้อมูลอย่างรวดเร็วซึ่งทำให้ชีวิตการทำงานยากขึ้นแทนที่จะง่ายขึ้น โดย 64 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 65 เปอร์เซ็นต์) บ่นว่ามีข้อมูลจำนวนมากที่ไม่สามารถทำให้ถูกต้องตามข้อกำหนดด้านการรักษาความปลอดภัยและที่ต้องปฏิบัติตามได้ และ 61 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 63 เปอร์เซ็นต์) กล่าวว่าทีมทำงานของพวกเขามีข้อมูลท่วมท้นเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว

“ในช่วงเวลาที่ธุรกิจอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลในการเปิดรับการปฏิรูปทางดิจิทัล เพื่อการให้บริการลูกค้าที่ฉับไวรวดเร็วยิ่งขึ้น องค์กรธุรกิจจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้มีข้อมูลที่มากขึ้น รวมทั้งเพื่อขุดค้นข้อมูล (mining) ที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน ด้วยจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม 44 เปอร์เซ็นต์ในประเทศไทยระบุว่า การระบาดของไวรัสทำให้ข้อมูลที่จำเป็นต้องรวบรวบ จัดเก็บและวิเคราะห์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “การที่จะเป็นองค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลคือการเดินทาง และองค์กรจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำเพื่อความช่วยเหลือในตลอดเส้นทาง”

3. ความขัดแย้งของการ “มองเห็นโดยไม่ทำอะไร”

ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ภาคธุรกิจแบบ on-demand ได้มีการเติบโตและขยายตัว ก่อให้เกิดคลื่นลูกใหม่ของธุรกิจที่ข้อมูลมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง (data-first) และข้อมูลอยู่ในทุกที่ (data-anywhere) อย่างไรก็ตาม จำนวนขององค์กรธุรกิจที่ย้ายแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่ไปสู่โมเดล หรือรูปแบบของ as-a-Service ยังมีอยู่เป็นจำนวนน้อย (20 เปอร์เซ็นต์: ประเทศไทย: 12 เปอร์เซ็นต์) แม้ว่า

  • 64 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 72 เปอร์เซ็นต์) มองเห็นโอกาสในการที่จะสเกลหรือปรับขยายการให้บริการตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้า
  • 63 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 61 เปอร์เซ็นต์) เชื่อว่าการดำเนินการในรูปแบบนี้จะช่วยให้องค์กรมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
  • 60 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 63 เปอร์เซ็นต์) คาดการณ์ว่าองค์กรธุรกิจต่างๆ จะสามารถทำการโพรวิชันแอปพลิเคชันได้เรียบง่ายและรวดเร็ว (เพียงนิ้วสัมผัสปุ่มคำสั่งเท่านั้น)
  • โมเดลแบบ on-demand จะช่วยให้ 83 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย:83 เปอร์เซ็นต์) ของธุรกิจที่กำลังต่อสู้กับอุปสรรคอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมดต่อไปนี้เพื่อจัดเก็บ วิเคราะห์ และดำเนินการกับข้อมูลได้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายสูงสำหรับสตอเรจในการในการจัดเก็บข้อมูล คลังข้อมูลที่ไม่ได้รับการปรับให้เหมาะสม ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่ล้าสมัย และกระบวนการที่ใช้คนดำเนินการมากเกินกว่าที่จะตอบสนองความต้องการของพวกเขาเองได้

ความหวังที่เริ่มมองเห็น

แม้ว่าธุรกิจต่างๆ จะประสบปัญหาในวันนี้ แต่หลายองค์กรมีแผนที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่า: 66 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 65 เปอร์เซ็นต์) ตั้งใจที่จะใช้แมชชีน เลิร์นนิ่ง (ML) ในการตรวจจับข้อมูลที่ผิดปกติโดยอัตโนมัติ ขณะที่ 57 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 52 เปอร์เซ็นต์) กำลังพิจารณาที่จะปรับรูปแบบเพื่อใช้ data-as-a-service และ 52 เปอร์เซ็นต์ (ประเทศไทย: 44 เปอร์เซ็นต์) กำลังวางแผนที่จะมองลึกเข้าไปถึงกลุ่มของประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อการปรับโครงสร้างใหม่ว่าจะประมวลผลและใช้ข้อมูลอย่างไรในอีก 1-3 ปีข้างหน้า

มีอยู่สามหนทางที่ธุรกิจสามารถเปลี่ยนภาระด้านข้อมูล (data burden)ให้กลายเป็นข้อได้เปรียบ (data advantage)

  1. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของตนให้ทันสมัยเพื่อให้รองรับข้อมูลที่อยู่ปลายทาง (edge) ซึ่งรวมถึงการนำระบบโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชันทางธุรกิจมาไว้ใกล้ข้อมูลที่ต้องการจัดเก็บ วิเคราะห์ และดำเนินการ พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการสร้างข้อมูลที่หลากหลายในปริมาณมหาศาล โดยใช้โมเดลการดำเนินงานแบบมัลติคลาวด์ที่สอดคล้องกัน
  2. การเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางของ/ข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลสามารถไหลเวียนไปได้อย่างอิสระและปลอดภัยในขณะที่นำ AI/ML มาช่วยเสริมการจัดการ
  3. การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อมอบประสบการณ์ความเป็นส่วนตัว และในแบบบูรณาการได้ตามที่ลูกค้าต้องการ

* งานวิจัยที่ได้รับมอบหมายในเดือนพฤษภาคม 2564 ในหัวข้อ “Unveiling Data Challenges Afflicting Businesses Around The World”, ซึ่งจัดทำโดย ฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติ้ง ให้กับเดลล์ เทคโนโลยีส์ โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจและมีอำนาจหน้าที่ในการดูแลข้อมูล และจัดวางกลยุทธ์ด้านข้อมูลจำนวน 4,036 คนจากประเทศในอเมริกาเหนือ ยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา เอเชียแปซิฟิคและญี่ปุ่น เกรทเตอร์ไชน่า และลาตินอเมริกา

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save