Sunday, 4 December 2022 | 11 : 36 am
Sunday, 4 December 2022 | 11 : 36 am

เทนเซ็นต์ คลาวด์ เปิดตัว Tencent Cloud EdgeOne ระบบรักษาความปลอดภัยและบริหารจัดการระบบเครือข่ายสำหรับธุรกิจทั่วโลก

ฮ่องกง/สิงคโปร์ (4 สิงหาคม 2565) – ในขณะที่องค์กรต่างๆ เริ่มปรับตัวสู่การเป็น ดิจิทัล เอนเตอร์ไพรส์ กันมากขึ้น การนำเทคโนโลยี Edge computing หรือการประมวลผลปลายทาง ก็ได้เริ่มถูกนำมาใช้ และได้รับความนิยมในหลากหลายอุตสาหกรรม ล่าสุด เทนเซ็นต์ คลาวด์ จึงได้นำประสบการณ์ด้านโซลูชันเทคโนโลยีกว่า 2 ทศวรรษเปิดตัว “เทนเซ็นต์ คลาวด์ เอดจ์วัน” (Tencent Cloud EdgeOne) แพลตฟอร์มครบวงจรที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ ประสบการณ์ในด้านการบริหารจัดการระบบเครือข่ายและความปลอดภัยของเทนเซ็นต์ ผสานเข้ากับการการทำงานที่มีเสถียรภาพ และประสิทธิภาพขั้นสูงสำหรับองค์กรทั่วโลก 

ในปี พ.ศ. 2564 ธุรกิจวิดีโอขนาดสั้น และไลฟ์สตรีมมิงได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก เทนเซ็นต์ คลาวด์ จึงได้เปิดตัว RT-ONE™ network1 แพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้กับการสื่อสารผ่านเสียงและวิดีโอได้อย่างครอบคลุม เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด  และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับลูกค้าองค์กร เทนเซ็นต์ คลาวด์ จึงได้นำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาประยุกต์ใช้กับเครือข่าย RT-ONE โดยนำเสนอในรูปแบบแพลตฟอร์มที่ได้รับการพัฒนาอย่างครบวงจร ในชื่อ “เทนเซ็นต คลาวด์ เอดจ์วัน” (Tencent Cloud EdgeOne) โดยแพลตฟอร์มใหม่นี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัย สามารถสร้างสรรค์และออกแบบบริการต่างๆ เพื่อเติมเต็มความต้องการ และตอบโจทย์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความรวดเร็วของเครือข่าย และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยต่างๆ 

ด้วยจำนวน Acceleration Node กว่า 2,800 โหนด ที่กระจายอยู่ใน 70 กว่าประเทศและภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก Tencent Cloud EdgeOne จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประโยชน์สูงสุดจากการบริหารจัดการระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง โดยที่ยังได้รับการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ และยังมีจุดเด่นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น

  • ความสามารถในการเคลื่อนย้ายการให้บริการไปยัง edge nodes เพื่อให้ใกล้กับผู้ใช้ปลายทาง และเสริมการป้องกันด้านความปลอดภัยระดับ 3 (Network), ระดับ 4 (Transport) และ ระดับ 7 (Application) รวมถึงการให้บริการการเร่งความเร็วสำหรับตลาดระดับโลก นอกจากนี้ Tencent Cloud EdgeOne ยังให้บริการ Unified dashboard ที่จะช่วยลดปริมาณงานในการกำหนดค่าต่างๆ เพื่อช่วยประหยัดเวลาให้กับผู้ใช้งาน
  • มีการสื่อสารที่เฉพาะเจาะจงเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับการทำงานระหว่าง Tencent Cloud EdgeOne และเซิร์ฟเวอร์หลัก พร้อมกันนี้ ยังสามารถบูรณาการ Domain name system (DNS) เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ อีกทั้งยังช่วยลดเวลาในการรับส่งข้อมูลทั้งแบบ Static และ Dynamic ได้อีกด้วย
  • ผสานฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยเข้ากับเทคโนโลยีบนพื้นฐานประสบการณ์กว่า 2 ทศวรรษของเทนเซ็นต์ เช่น การป้องกันการโจมตีเว็บไซต์ (Anti-DDoS) การป้องกันการโจมตีเว็บไซต์ (Web Application Firewall) การบริหารจัดการและวิเคราะห์พฤติกรรมของบอต (Tencent Cloud bot program management) และการจัดการความสามารถในการกำหนด Traffic ที่เข้าสู่ระบบ (adaptive rate-limiting) นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันการรักษาความปลอดภัยบน edge nodes ที่ใกล้กับผู้ใช้งาน ที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบและลดการจู่โจมที่ไม่พึงประสงค์ก่อนที่การบริการจะได้รับผลกระทบ
จากซ้าย: อีริค เชง (ผู้จัดการทั่วไป เทนเซ็นต์ ซีเคียวริตี้), เล็กซ์ ลู (ผู้จัดการทั่วไป Wesing), ทอมมี่ ลี (รองประธาน เทนเซ็นต์ คลาวด์) เฮอร์มัน จ้าว (ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป Regional Publishing),  บาล เฟง (ผู้จัดการทั่วไป Global DevOps เทนเซ็นต์ เกมส์) และ
ไลเกิล ลิน (รองผู้จัดการทั่วไป International Products เทนเซ็นต์ คลาวด์) ร่วมกันประกาศเปิดตัว “Tencent Cloud EdgeOne”

โพชู หยาง รองประธานอาวุโส กลุ่มเทนเซ็นต์ คลาวด์ อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า “จากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ Cloud computing, Big data, AI, blockchain, Web3 ไปจนถึง Internet of Things (IoT) ทำให้องค์กรมีความจำเป็นที่จะต้องปรับตัวสู่การเป็นดิจิทัล เอนเตอร์ไพรส์ กันมากขึ้น ด้วยประสบการณ์การให้บริการด้านการรักษาความปลอดภัยของเทนเซ็นต์ที่มีผู้ใช้งานกว่าหนึ่งพันล้านคน เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอ Tencent Cloud EdgeOne  แพลตฟอร์มที่ช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานบนเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ และความมั่นคงสูงให้กับผู้ใช้งาน และสามารถรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ในเวลาเดียวกัน”

ทอมมี่ ลี รองประธาน เทนเซ็นต์ คลาวด์ กล่าวว่า “เราสามารถสรุปคำนิยามให้กับ Tencent Cloud EdgeOne เพื่อให้มองเห็นศักยภาพได้ชัดเจนขึ้นได้ในหนึ่งคำ นั่นคือ ACROSS ซึ่งย่อมาจาก Advanced technology, exclusive Connectivity, Real-time service, Optimization of data, Smart application และ Security protection เพราะองค์กรต่างๆ ที่กำลังปรับตัวกับเทรนด์การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนการดำเนินงานล้วนแต่ประสบปัญหาต่างๆ ที่คล้ายกัน เช่น ความเร็วของเครือข่าย ความหนาแน่นของการใช้งาน และภัยคุกคามด้านความปลอดภัย เป็นต้น การนำเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ทรงประสิทธิภาพของเทนเซ็นต์ มาผสานเข้ากับ RT-ONE™ network ส่งผลให้แพลตฟอร์ม Tencent Cloud EdgeOne มีความหน่วงต่ำ สามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ติดตั้งมาในตัว ซึ่งช่วยให้เราสามารถส่งมอบบริการที่น่าเชื่อถือให้กับองค์กร และธุรกิจต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การใช้ Tencent Cloud EdgeOne ของธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม

ธุรกิจทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นการค้าเชิงพาณิชย์ ค้าปลีก การให้บริการด้านการเงิน คอนเทนต์ ไปจนถึงธุรกิจเกม สื่อ และความบันเทิงด้านภาพและเสียง ต่างก็สามารถใช้ประโยชน์จาก Tencent Cloud EdgeOne ได้ หนึ่งในผู้ใช้งานรายใหญ่ของ Tencent Cloud EdgeOne คือ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอออนดีมานด์ออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในประเทศจีน โดย Tencent Cloud EdgeOne ช่วยจัดการปัญหาที่ส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้บริการแพลตฟอร์ม การจัดการลิงก์ที่เป็นอันตรายต่อการทำ SEO การป้องกันการโกงจากบอตประเภทต่างๆ ไปจนถึงการละเมิดลิขสิทธิ์เนื้อหา ซึ่งการใช้งาน Tencent Cloud EdgeOne ช่วยให้แพลตฟอร์มสามารถลดเวลาดาวน์โหลดของวิดีโอได้กว่า 40% และลดความล่าช้าด้านการโต้ตอบของระบบได้มากถึง 50%

การโจมตีทางไซเบอร์ในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซก่อให้เกิดการหยุดชะงักทางธุรกิจ และส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภค เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ แพลตฟอร์มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ รายหนึ่งที่มีธุรกรรมเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มหลายหมื่นครั้งต่อวัน รวมถึงเป็นแพลตฟอร์มที่ต้องมีการจัดการบัญชีผู้ใช้งาน กิจกรรมต่างๆ การวิเคราะห์การวางบิล และอื่นๆ อีกมากมาย ได้เลือกใช้ Tencent Cloud EdgeOne เสริมประสิทธิภาพให้กับแพลตฟอร์ม ซึ่งสามารถป้องกันการโจมตี Challenge Collapsar (CC) ในช่วงที่มีการใช้งานหนาแน่นได้มากกว่า 9 ล้านครั้งต่อวินาที

บริษัทผลิตวิดีโอเกมยักษ์ใหญ่ของโลก รายหนึ่งถูกท้าทายความสามารถด้านเครือข่าย และความปลอดภัยในช่วงการเปิดตัวเกมใหม่ ซึ่งขณะนั้นมีผู้ใช้งานกว่าหนึ่งล้านคน การใช้ Tencent Cloud EdgeOne ช่วยให้สามารถปรับใช้กลยุทธ์ติดตั้งการป้องกันการโจมตีแบบ DDoS การป้องกันการโจมตีเว็บไซต์ การจัดการความสามารถในการกำหนด Traffic ที่เข้าสู่ระบบ และความสามารถในการสกัดกั้นของบอต ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดเกมใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ 100% โดยไม่ส่งผลเสียหายต่อธุรกิจแม้แต่น้อย

อีริค เชง ผู้จัดการทั่วไป เทนเซ็นต์ ซีเคียวริตี้ กล่าวว่า “เทนเซ็นต์ คลาวด์ มุ่งมั่นที่จะทำให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ธุรกิจมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ในขณะที่องค์กรก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านและเผชิญความท้าทายด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การเปิดตัวTencent Cloud EdgeOne จะทำให้ผู้บริโภคมีแพลตฟอร์มที่ครอบคลุม รวดเร็ว ไร้รอยต่อ และปลอดภัย ที่จะสามารถตรวจจับและป้องกันการคุกคามทางไซเบอร์ และช่วยบรรเทาการประสงค์ร้ายทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที”

บาล เฟง ผู้จัดการทั่วไป Global DevOps เทนเซ็นต์ เกมส์ กล่าวว่า “ตลาดวิดีโอเกมระดับโลกขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมหาศาล แต่โอกาสก็มาพร้อมกับความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นในด้านการจัดการความเร็วและความหน่วงในการดาวน์โหลดในขณะที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก ประสิทธิภาพของเครือข่ายจึงเป็นเครื่องชี้วัดความเร็วในการดาวน์โหลดและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ดังนั้น Tencent Cloud EdgeOne  จึงพร้อมให้บริการที่ครอบคลุมเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าวในขณะที่ยังคุ้มครองด้านความปลอดภัยระดับสูง”

ชาง ฟู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “ในฐานะ ‘Digital Enabler’ เทนเซ็นต์ คลาวด์ ประเทศไทย ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ใช้งานตลอดจนธุรกิจทุกขนาด สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะความปลอดภัยทางไซเบอร์ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในยุคที่ดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของทุกคน ซึ่งการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Tencent Cloud EdgeOne ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเทนเซ็นต์ คลาวด์ ที่พร้อมจะเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ไว้วางใจได้ให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการปกป้องการดำเนินงานจากภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบต่างๆ ด้วยประสบการณ์และการมีทีมงานคนไทยที่มีความเชี่ยวชาญ คอยให้การสนับสนุนและคำแนะนำต่างๆ แก่ผู้ใช้บริการ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของลูกค้าในยุค Digital Transformation เป็นไปอย่างราบรื่น”