คปภ. ผนึก จังหวัดภูเก็ต เร่งช่วยผู้ประสบภัยป่าตอง เดินหน้าจ่ายสินไหมน้ำท่วม–ดินโคลนถล่ม สูงสุด 1 แสนบาทต่อหลังคาเรือน   •   เอไอเอ โชว์ผลงาน 9 เดือนแรกปี ’69 มูลค่าธุรกิจใหม่โต 5% แตะ 4,627 ล้านดอลลาร์ “เอไอเอ ประเทศไทย” โตแกร่ง 9% ในไตรมาส 3   •   เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับประสบการณ์ดิจิทัล ปรับโฉมเว็บไซต์ ‘เมืองไทยยูแอล พลัส’ ใหม่! ปลดล็อกแผนชีวิตให้ยั่งยืนรับเทรนด์ Longevity   •   29 ต.ค. – 1 พ.ย. นี้ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ อัดโปร “EASY TO โอน!” ให้คุณมีบ้านง่ายกว่าที่คิดในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ที่ศูนย์สิริกิติ์ และสำนักงานขายทุกโครงการ   •   “ยูโอบี” ชี้! การเตรียมส่งต่อกิจการเป็นโจทย์สำคัญต่อการเติบโตของเอสเอ็มอีไทย จับมือ H.O.W Bangkok เปิด Next Horizon ให้เจ้าของและทายาทธุรกิจเรียนรู้ร่วมกัน   •   พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ยกระดับบทบาทธุรกิจประกันชีวิตยุคใหม่ รับมือความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศและสุขภาพ มุ่งสร้างความคุ้มครองที่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม   •   FWD ประกันชีวิต จับมือ JA Thailand สานต่อ “ครูไทยเก่งการเงิน” ปีที่ 2 พัฒนาทักษะการเงินครู เตรียมพร้อมถ่ายทอดสู่เยาวชน   •   คปภ. เร่งช่วยผู้ประสบภัยภูเก็ต ชูประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จ่ายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อหลังคาเรือน   •   ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี รัฐช่วย 50,000 บาท หนุนเกษตรกรลดค่าไฟ   •   “นิกร โสมกลาง” อัด 3 มาตรการเยียวยาน้ำท่วม กคช. ช่วยผู้เช่า–ผู้เช่าซื้อ–ผู้ประกอบการ ลดภาระค่าเช่า พักหนี้ และยกเว้นค่าปรับ   •   เอไอเอ ประเทศไทย ต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 14   •   เมืองไทยประกันชีวิต จัดทริปสุดหรู SRT Royal Blossom เส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ   •   กรุงเทพประกันชีวิต ผนึกพลังภาคประกันภัย ขับเคลื่อน ESG ร่วมลดฝุ่น PM2.5 สนับสนุน “ชุมชนพิทักษ์ป่า” สร้างภูมิคุ้มกันสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน   •   “มาดามแป้ง” เปิดตัว MISS MADAME PANG by เมืองไทยประกันภัย เฟ้นหา 8 ผู้หญิงศักยภาพสูง ชิงเงินรางวัลรวม 16 ล้านบาท มุ่งต่อยอดสู่โลกธุรกิจ   •   ผู้นำ HR ไทย 88% ชี้ ความร่วมมือระดับโลกดันความต้องการใช้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น
spot_img
spot_img

4Quarter.co

spot_img
คปภ. ผนึก จังหวัดภูเก็ต เร่งช่วยผู้ประสบภัยป่าตอง เดินหน้าจ่ายสินไหมน้ำท่วม–ดินโคลนถล่ม สูงสุด 1 แสนบาทต่อหลังคาเรือน   •   เอไอเอ โชว์ผลงาน 9 เดือนแรกปี ’69 มูลค่าธุรกิจใหม่โต 5% แตะ 4,627 ล้านดอลลาร์ “เอไอเอ ประเทศไทย” โตแกร่ง 9% ในไตรมาส 3   •   เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับประสบการณ์ดิจิทัล ปรับโฉมเว็บไซต์ ‘เมืองไทยยูแอล พลัส’ ใหม่! ปลดล็อกแผนชีวิตให้ยั่งยืนรับเทรนด์ Longevity   •   29 ต.ค. – 1 พ.ย. นี้ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ อัดโปร “EASY TO โอน!” ให้คุณมีบ้านง่ายกว่าที่คิดในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ที่ศูนย์สิริกิติ์ และสำนักงานขายทุกโครงการ   •   “ยูโอบี” ชี้! การเตรียมส่งต่อกิจการเป็นโจทย์สำคัญต่อการเติบโตของเอสเอ็มอีไทย จับมือ H.O.W Bangkok เปิด Next Horizon ให้เจ้าของและทายาทธุรกิจเรียนรู้ร่วมกัน   •   พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ยกระดับบทบาทธุรกิจประกันชีวิตยุคใหม่ รับมือความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศและสุขภาพ มุ่งสร้างความคุ้มครองที่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม   •   FWD ประกันชีวิต จับมือ JA Thailand สานต่อ “ครูไทยเก่งการเงิน” ปีที่ 2 พัฒนาทักษะการเงินครู เตรียมพร้อมถ่ายทอดสู่เยาวชน   •   คปภ. เร่งช่วยผู้ประสบภัยภูเก็ต ชูประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จ่ายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อหลังคาเรือน   •   ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี รัฐช่วย 50,000 บาท หนุนเกษตรกรลดค่าไฟ   •   “นิกร โสมกลาง” อัด 3 มาตรการเยียวยาน้ำท่วม กคช. ช่วยผู้เช่า–ผู้เช่าซื้อ–ผู้ประกอบการ ลดภาระค่าเช่า พักหนี้ และยกเว้นค่าปรับ   •   เอไอเอ ประเทศไทย ต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 14   •   เมืองไทยประกันชีวิต จัดทริปสุดหรู SRT Royal Blossom เส้นทางกรุงเทพฯ – หัวหิน เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ   •   กรุงเทพประกันชีวิต ผนึกพลังภาคประกันภัย ขับเคลื่อน ESG ร่วมลดฝุ่น PM2.5 สนับสนุน “ชุมชนพิทักษ์ป่า” สร้างภูมิคุ้มกันสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน   •   “มาดามแป้ง” เปิดตัว MISS MADAME PANG by เมืองไทยประกันภัย เฟ้นหา 8 ผู้หญิงศักยภาพสูง ชิงเงินรางวัลรวม 16 ล้านบาท มุ่งต่อยอดสู่โลกธุรกิจ   •   ผู้นำ HR ไทย 88% ชี้ ความร่วมมือระดับโลกดันความต้องการใช้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น
spot_img

สมาคมประกันวินาศภัยไทย ชี้แจงการซื้อประกันภัยคุ้มครองโรค COVID-19 สำหรับชาวต่างชาติ ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศไทย

... min read

จากการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เห็นชอบมาตรการการเปิดประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa: STV) แบบ “จำกัดจำนวน” ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ โดยการเปิดประเทศแบบจำกัดนี้ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นมา ด้วยการรับเฉพาะนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษที่จะมาพำนักอยู่ในประเทศไทยระยะยาว ไม่ต่ำกว่า 90-270 วัน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ หลังจากที่ต้องหยุดชะงักมานานกว่า 8 เดือน จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางมายังประเทศไทย จะต้องเป็นผู้ที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และประสงค์จะเดินทางมาพำนักระยะยาวภายในประเทศไทย (Long Stay) โดยต้องยอมรับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางการกำหนด และยินยอมเข้ารับการกักตัวในสถานกักกันทางเลือก (Alternative State Quarantine: ASQ) ไม่น้อยกว่า 14 วัน รวมทั้งต้องมีเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ สำหรับการเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ศบค. และกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ [คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 8/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ลงวันที่ 29 กันยายน 2563] โดยนักท่องเที่ยวจะต้องทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองโรค COVID-19 ที่มีวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 3,200,000 บาท และต้องทำประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุที่มีวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 40,000 บาทสำหรับผู้ป่วยนอก และไม่น้อยกว่า 400,000 บาทสำหรับผู้ป่วยใน ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศไทย

นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ว่า สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ร่วมกับบริษัทสมาชิก จำนวน 13 บริษัท บริษัทประกันชีวิตซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมประกันชีวิตไทย จำนวน 3 บริษัท สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดทำโครงการประกันภัยคุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยจัดเตรียมช่องทางออนไลน์เพื่อจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรค COVID-19 ผ่านทางเว็บไซต์ https://covid19.tgia.org

ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยในช่วงนี้ ซึ่งได้แก่

  1. ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจและมีกำหนด
    เวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชัดเจน
  2. ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นคู่สมรส บิดา มารดา หรือบุตรของผู้มีสัญชาติไทย
  3. คนต่างด้าวซึ่งมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ตลอดจนคู่สมรสและบุตรของบุคคลดังกล่าว
  4. ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมาย ตลอดจนคู่สมรสและบุตรของบุคคลดังกล่าว
  5. ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาของสถานศึกษาในประเทศไทยที่ทางการไทยรับรอง ตลอดจนบิดา มารดา หรือผู้ปกครองของบุคคลดังกล่าว
  6. ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในประเทศไทย และผู้ติดตามของบุคคลดังกล่าว แต่ต้องไม่เป็นกรณีเข้ามาเพื่อการรักษาพยาบาลโรค COVID-19
  7. ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษระหว่างหน่วยงานของรัฐของประเทศไทยกับต่างประเทศ

ทั้งหมดนี้จะต้องทำประกันภัยคุ้มครองโรค COVID-19 ที่มีวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 3,200,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ตามที่ ศบค. กำหนดไว้

สำหรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (STV) ที่ประสงค์จะเดินทางมาพำนักระยะยาวภายในประเทศไทย (Long Stay) นั้น นอกจากต้องทำประกันภัยคุ้มครองโรค COVID-19 ที่มีวงเงินคุ้มครองดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังจำเป็นต้องทำประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุที่มีวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 40,000 บาทสำหรับผู้ป่วยนอก และไม่น้อยกว่า 400,000 บาทสำหรับผู้ป่วยใน ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยด้วย โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถซื้อประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุผ่านทางเว็บไซต์ https://longstay.tgia.org ที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้จัดเตรียมไว้ให้ได้

ในส่วนของการทำประกันภัยคุ้มครองโรค COVID-19 สมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย ได้ร่วมกับบริษัทสมาชิก ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จัดทำกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรค COVID-19 ที่มีวงเงินคุ้มครอง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 3,200,000 บาท เพื่อรองรับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางมายังประเทศไทยข้างต้น ซึ่งความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. ให้ความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยบริษัทประกันภัยจะจ่ายผลประโยชน์หรือค่าทดแทน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพ และค่าใช้จ่ายในการส่งศพหรืออัฐิกลับประเทศ ไม่เกินวงเงินดังกล่าวข้างต้น และ 2. ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันภัยที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า ป่วยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จนเป็นเหตุให้ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลและรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในฐานะผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก ซึ่งบริษัทประกันภัยจะจ่ายผลประโยชน์หรือค่าทดแทน สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรตามความจำเป็นและมาตรฐานทางการแพทย์ ตามจำนวนเงินที่ต้องจ่ายจริง แต่ไม่เกินวงเงินดังกล่าวข้างต้น ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อซื้อประกันภัยผ่านทางเว็บไซต์ https://covid19.tgia.org ทั้งนี้ ชาวต่างชาติที่ซื้อประกันภัยผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวจะได้รับความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการซื้อประกันภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบการซื้อประกันภัยผ่านเว็บไซต์ได้ทันที
“การจัดทำประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่กล่าวไปข้างต้น เป็นการนำระบบการประกันภัยเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงเพื่อรองรับนโยบายภาครัฐ สร้างความสะดวกและความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย ช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศจากการจับจ่ายใช้สอยของชาวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวม สมาคมประกันวินาศภัยไทยในฐานะตัวแทนของภาคธุรกิจประกันวินาศภัยไทยถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในเรื่องนี้” นายกี่เดช กล่าวในตอนท้าย

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้ "คุกกี้” เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน โดยใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม: นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy), ตั้งค่าคุกกี้ (Cookies Settings)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ วิเคราะห์การเข้าชม และนำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่าน สามารถตั้งค่าความยินยอมโดย เปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่จำเป็นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ ทำให้ท่านสามารถใช้งานและเรียกดูเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ในระบบของเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำตัวเลือกหรือการตั้งค่าต่างๆ ที่ท่านได้เลือกไว้ เช่น ภาษา ภูมิภาค หรือขนาดตัวอักษร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่เข้าใช้งานเว็บไซต์
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประสิทธิภาพ

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน เช่น จำนวนผู้เข้าชม แหล่งที่มา หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมนั้นจะไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้ถูกตั้งค่าโดยพันธมิตรด้านโฆษณา เพื่อสร้างโปรไฟล์เกี่ยวกับความสนใจของท่านจากการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ สำหรับแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านให้มากที่สุดทั้งบนเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์อื่นๆ หากไม่ยินยอม โฆษณาที่แสดงผลจะเป็นแบบทั่วไปซึ่งอาจไม่ตรงกับความสนใจของท่าน
    รายละเอียดคุกกี้

Save