
หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาหนี้คือการทำให้ลูกหนี้สามารถเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือและดำเนินการได้จริง… โดยเฉพาะจำนวนลูกหนี้ NPL รายย่อยที่ยังอยู่ในระดับสูง การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มช่องทางการเข้าถึง จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันมาตรการแก้หนี้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เดินหน้าต่อยอดแนวทางดังกล่าว ด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชัน “SAM+” (แซมพลัส) สำหรับลูกหนี้ที่มีหนี้เสีย (NPL) ไม่เกิน 100,000 บาท ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เปิดทางให้ลูกหนี้สามารถจัดการกระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้ได้ด้วยตนเองผ่านสมาร์ทโฟน ตั้งแต่ตรวจสอบสิทธิ์ ยืนยันตัวตน เลือกมาตรการ ทำสัญญา ไปจนถึงการชำระเงินปิดบัญชี

เมื่อ “การเข้าถึง” กลายเป็นโจทย์สำคัญของการแก้หนี้ NPL
การแก้ไขหนี้เสียในระดับรายย่อยมีความซับซ้อนมากกว่าการลดจำนวนหนี้ เพราะนอกจากการกำหนดมาตรการที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องทำให้ลูกหนี้สามารถเข้าถึงและเข้าสู่กระบวนการได้จริง โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ที่มีข้อจำกัดด้านรายได้ เวลา และความสะดวกในการติดต่อหน่วยงาน
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สะท้อนขนาดของโจทย์ดังกล่าว โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” มีประมาณ 4.7 ล้านบัญชี หรือราว 60% ของจำนวนลูกหนี้ NPL ทำให้การออกแบบช่องทางที่สามารถรองรับลูกหนี้จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลายเป็นส่วนสำคัญของการผลักดันมาตรการให้เกิดผลในวงกว้าง การนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมกระบวนการแก้หนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเพิ่มช่องทางบริการ เพราะช่วยลดขั้นตอนที่ลูกหนี้ต้องดำเนินการด้วยตนเอง และทำให้กระบวนการบางส่วนสามารถดำเนินการได้จากระยะไกล
แอปพลิเคชัน SAM+ ให้ลูกหนี้จัดการหนี้ได้ด้วยตนเอง
SAM+ ถูกออกแบบให้เป็นช่องทางดิจิทัลสำหรับลูกหนี้ในโครงการ โดยรวมขั้นตอนสำคัญไว้ในแอปพลิเคชันเดียว ตั้งแต่การตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียน การยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC การเลือกมาตรการและแผนชำระหนี้ การตรวจสอบและลงนามสัญญา ไปจนถึงการชำระเงินผ่าน QR Payment
นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถตรวจสอบยอดหนี้ รายละเอียดสัญญา ดาวน์โหลดเอกสาร และติดตามประวัติการชำระเงินได้ผ่านระบบ
ด้านความปลอดภัย SAM+ รองรับการสแกนบัตรประชาชน การสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน การยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ด้วย OTP และการกำหนด PIN สำหรับเข้าใช้งาน

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว SAM+ เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการให้บริการ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก และทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการแก้ไขปัญหาหนี้ได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
“SAM เชื่อว่าเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และครอบคลุมทุกขั้นตอน จะช่วยลดภาระและข้อจำกัดในการติดต่อดำเนินการ พร้อมเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้สามารถกลับมาจัดการภาระทางการเงินและเริ่มต้นใหม่ได้ง่ายขึ้น” นางสาวนารถนารี กล่าว
ตัวเลขผู้เข้าร่วมโครงการ สะท้อนโจทย์หนี้รายย่อย
ความสำคัญของการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงยังสะท้อนจากความคืบหน้าของโครงการ โดยข้อมูล ธปท. ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า มีลูกหนี้ที่เซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 102,277 บัญชี ขณะที่อีกประมาณ 93,000 บัญชี อยู่ระหว่างการเร่งปรับโครงสร้างหนี้
ธปท.ประเมินว่า มาตรการดังกล่าวจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหา NPL ให้ประชาชนได้ ไม่น้อยกว่า 300,000 รายภายในสิ้นปี 2569
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าโจทย์ของการแก้หนี้ในระยะต่อไปไม่ได้อยู่เพียงการมีมาตรการช่วยเหลือ แต่รวมถึงการสร้างระบบที่ทำให้ลูกหนี้จำนวนมากสามารถเข้าสู่กระบวนการได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง
SAM+ จึงเข้ามารองรับโจทย์ดังกล่าวในระดับการให้บริการ โดยเปลี่ยนกระบวนการบางส่วนจากการติดต่อและดำเนินการผ่านช่องทางแบบเดิม มาเป็นระบบที่ลูกหนี้สามารถจัดการด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือ

2 ทางเลือกแก้หนี้ เลือกได้ความสามารถในการชำระหนี้
สำหรับลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามโครงการ สามารถเลือกมาตรการได้ 2 รูปแบบ
“จ่าย ปิด จบ” ลดเงินต้นทันที 50% หากชำระปิดบัญชีภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569
หรือ “ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด” ลดเงินต้น 30% ไม่มีดอกเบี้ย และผ่อนชำระได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2572 โดยระยะเวลาผ่อนชำระของแต่ละรายขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เริ่มเข้าร่วมโครงการ
ตัวอย่างเช่น หากมีหนี้เงินต้น 10,000 บาท มาตรการแรกจะเหลือยอดที่ต้องชำระ 5,000 บาท ขณะที่มาตรการผ่อนชำระจะเหลือเงินต้น 7,000 บาท
การมีทางเลือก 2 รูปแบบจึงเป็นการเปิดพื้นที่ให้ลูกหนี้สามารถเลือกแนวทางตามสภาพคล่องของตนเอง ทั้งกลุ่มที่มีความพร้อมชำระเงินก้อนเพื่อปิดบัญชี และกลุ่มที่ต้องการทยอยชำระภายใต้เงื่อนไขของโครงการ
จากการแก้ NPL สู่การฟื้นตัวทางการเงิน
ในเชิงเศรษฐกิจ การลดภาระหนี้ของครัวเรือนมีความหมายมากกว่าการทำให้ยอดหนี้ลดลง เพราะเมื่อภาระการชำระหนี้ลดลง ย่อมมีโอกาสช่วยเพิ่มความสามารถในการบริหารกระแสเงินสดของครัวเรือน และเปิดทางให้ลูกหนี้กลับมาวางแผนทางการเงินได้อีกครั้ง ขณะเดียวกัน การทำให้ลูกหนี้สามารถเข้าสู่กระบวนการแก้ไขหนี้ได้ง่ายขึ้น ยังช่วยให้มาตรการภาครัฐและภาคการเงินสามารถส่งผ่านไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
SAM+ จึงไม่ใช่เพียงแอปพลิเคชันสำหรับจัดการหนี้ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาช่องทางให้มาตรการแก้หนี้เข้าถึงประชาชนในระดับปฏิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของบริการทางการเงินที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
สำหรับ SAM การพัฒนา SAM+ ยังสะท้อนการขยับบทบาทของบริษัทบริหารสินทรัพย์จากการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ไปสู่การพัฒนากระบวนการบริการที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของลูกหนี้ โดยมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดข้อจำกัดด้านการเข้าถึง
ท้ายที่สุด ประสิทธิผลของมาตรการแก้หนี้ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้มีสิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่ามีลูกหนี้จำนวนเท่าใดที่สามารถเข้าสู่กระบวนการ ชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข และกลับมาจัดการสถานะทางการเงินของตนเองได้อย่างยั่งยืน
ตรวจสอบสิทธิ์และเข้าร่วมโครงการ
ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” สามารถตรวจสอบสิทธิ์ผ่าน SAM+, Line Official Account @samsocialamc, เว็บไซต์ SAM, เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ SAM Contact Center โทร. 1443 กด 6
แอปพลิเคชัน SAM+ เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วทั้งระบบ iOS และ Android














